ยกระดับฟอร์มการเล่น! อิราโอล่า ต้องวางแท็กติกที่ชัดเจนเพื่อพัฒนาผลงาน เทรย์ ไนโอนี

ยกระดับฟอร์มการเล่น! อิราโอล่า ต้องวางแท็กติกที่ชัดเจนเพื่อพัฒนาผลงาน เทรย์ ไนโอนี
อันโดนี่ อิราโอล่า คงเห็นพรสวรรค์ของ เทรย์ ไนโอนี กองกลางดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ว่ามีดีมากกว่าแค่การเป็นตัวสำรองอีกต่อไป หลังนักเตะแสดงผลงานได้อย่างโดดเด่น หลังได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงให้กับทัพ "หงส์แดง" อย่างต่อเนื่อง

ไนโอนี เพิ่งทำประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพ และเป็นประตูแรกของเขากับสโมสรในแมตช์แพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 2-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่สำคัญนักเตะยังได้อยู่เล่นจนถึงนาทีที่ 85 เลยทีเดียว 

จังหวะจบสกอร์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาในการอ่านเกมและมองเห็นช่องว่างเพื่อเข้าทำล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกมกลับเป็นเหตุผลที่หนักแน่นในการสนับสนุนให้เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

- ผ่านบอลดี หาพื้นที่ว่างเก่ง

ไนโอนี พยายามผ่านบอลถึง 96 ครั้ง คอยขยับหาพื้นที่เพื่อรับบอลในบริเวณที่ลึกของสนามอยู่เสมอ รวมถึงมีส่วนร่วมในการตัดบอล แม้เกมจะยิ่งทวีความยากลำบากในการควบคุมสถานการณ์มากขึ้นก็ตาม

ลิเวอร์พูล ยังต้องการคุณสมบัติเหล่านี้จากเขา แม้ในวันที่บรรดากองกลางตัวหลักที่มีประสบการณ์มากกว่าจะพร้อมลงสนามก็ตาม

ความท้าทายสำคัญคือการจัดวางบทบาทให้เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้ ไนโอนี เติมเกมรุกไปข้างหน้าได้ตามจุดเด่นของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องปรับบทบาทให้เขากลายเป็นกองกลางตัวรุกทุกครั้งที่ขยับเข้าไปในกรอบเขตโทษ

- โอกาสของ ไนโอนี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว

ก่อนออกเดินทางไปดินแดนไก่งวง ไนโอนี ลงสนามไปแล้ว 513 นาทีในฤดูกาลนี้ มากกว่าฤดูกาลก่อนที่ได้รับโอกาสลงเล่นรวม 237 นาที นอกจากนี้ เขายังได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก ในเกมพบ อาร์เซน่อล อีกด้วย

นี่ไม่ใช่เพียงการให้โอกาสลงสนามเป็นครั้งคราวอีกต่อไป เพราะ อิราโอล่า ใช้งานเขาบ่อยครั้งมากพอที่จะเริ่มสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจในการเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมรอบตัวได้แล้ว

อาการบาดเจ็บบริเวณส้นเท้าของ ไรอัน กราเฟนแบร์ก เปิดโอกาสให้ ดาวรุ่งวัย 19 ปีได้รับบทบาทมากขึ้น แต่พัฒนาการของเขาไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นจากการขาดหายไปของแข้งชาวดัตช์  เนื่องจาก อิราโอล่า ให้การสนับสนุนความก้าวหน้าของเขามาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น พร้อมตระหนักดีถึงความต้องการด้านสภาพร่างกายในการลงสนามทุกๆ 3-4 วัน

การมีบทบาทที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่า ไนโอนี จำเป็นต้องออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในทุกเกม แต่หมายถึงการได้รับมอบหมายหน้าที่ที่แน่นอน ไม่ว่าจะลงสนาม 25 นาทีหรือ 80 นาทีก็ตาม

เขาควรลงสนามโดยรู้ว่า ลิเวอร์พูล ต้องการให้เขาขยับไปรับบอลในพื้นที่ใด ใครจะคอยสนับสนุนและปิดพื้นที่ให้เมื่อเขาเติมเกมขึ้นไปข้างหน้า รวมถึงต้องรับผิดชอบพื้นที่ใดบ้างเมื่อบอลเคลื่อนย้ายไปยังจุดอื่นของสนาม เพื่อให้สามารถรักษาสมดุลของทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- กำหนดตำแหน่งรับบอลให้ชัดเจน แทนการยึดติดกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

เมื่อลงเล่นร่วมกับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เจ้าหนูรายนี้จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่แนวรับสามารถจ่ายบอลมาให้ได้สะดวก โดยไม่เข้าไปยืนทับช่องทางการจ่ายบอลเดียวกับคู่หูในแดนกลาง

หากกองกลางทั้งสองคนยืนอยู่หน้าเซนเตอร์แบ็กในระดับเดียวกัน คู่แข่งก็สามารถใช้การขยับเพียงครั้งเดียวเพื่อปิดกั้นช่องทางการจ่ายบอลของทั้งคู่ได้ จากนั้นบอลจะถูกถ่ายออกไปด้านข้าง และ ลิเวอร์พูล ต้องพึ่งพาแบ็กหรือปีกในการแก้ปัญหาเมื่อต้องเผชิญแรงกดดันบริเวณริมเส้น

การจัดตำแหน่งกองกลางทั้งสองคนให้เหลื่อมระดับกันจะช่วยสร้างทางเลือกในการขึ้นเกมได้มากขึ้น โดยคนหนึ่งสามารถขยับเข้ามาหาบอล ขณะที่อีกคนยืนอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังแนวผู้เล่นคนแรกของคู่แข่ง เมื่อบอลถูกจ่ายออกไปด้านข้าง กองกลางที่อยู่ใกล้บอลก็คอยขยับลงมารับบอลสนับสนุน ส่วนอีกคนทำหน้าที่รักษาช่องทางเชื่อมเกมเข้าสู่พื้นที่ตรงกลางสนาม

สถิติการพยายามจ่ายบอล 96 ครั้งของ ไนโอนี ในเกมพบ เฟเนร์บาห์เช่ แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถมีส่วนร่วมกับการต่อบอลของทีมได้มากเพียงใด สิ่งที่ ลิเวอร์พูล ควรทำคือเปลี่ยนการมีส่วนร่วมดังกล่าวให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ด้วยการรับบอล เคลื่อนที่เพื่อดึงแรงกดดันจากคู่แข่ง แล้วหาพื้นที่กลับมารับบอลอีกครั้ง แทนที่จะเน้นเพียงการสัมผัสบอลอย่างปลอดภัยหลายครั้ง ขณะที่เกมรุกของทีมยังขาดความเชื่อมโยงกัน 

- โดดเด่นโดยไม่จำเป็นต้องปรับเขาขึ้นไปเล่นสูงกว่าเดิม

ประตูของ ไนโอนี เกิดขึ้นจากการเก็บบอลจังหวะสอง หลังการเปิดบอลเข้าไปหา เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไม่ใช่จังหวะการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์ที่เขาละทิ้งตำแหน่งกองกลางตัวต่ำ แล้ววิ่งเติมขึ้นไปโจมตีพื้นที่หลังแนวรับของคู่แข่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนที่เข้าทำของเขาแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณที่เป็นประโยชน์ นั่นคือความสามารถในการอ่านสถานการณ์และรับรู้ว่าเมื่อใดที่บอลอยู่ในตำแหน่งซึ่งมีโอกาสกระดอนหรือไหลเข้ามาในกรอบเขตโทษ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าทำในจังหวะต่อไป

ลิเวอร์พูล สามารถนำสัญชาตญาณดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดให้การเติมเกมรุกเป็นหน้าที่ประจำของเขา การเคลื่อนที่ขึ้นหน้าของกองกลางควรขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในสนามเป็นหลัก

เมื่อปีกครองบอลได้และมีผู้เล่นยืนอยู่ในพื้นที่โจมตีแล้ว การเติมขึ้นไปในจังหวะท้ายๆ อาจสร้างอันตรายเพิ่มเติม เพราะเป็นการเคลื่อนที่ที่แนวรับคู่แข่งไม่ได้จับตามอง แต่หากทีมกำลังแย่งชิงการครอบครองบอล การวิ่งขึ้นหน้าในจังหวะเดียวกันอาจทำให้ทีมขาดผู้เล่นคอยสนับสนุน ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาจังหวะเกมรุกให้ดำเนินต่อไป

ไนโอนี ควรได้รับอิสระในการเติมเกมรุกตามจังหวะที่เหมาะสม แต่สิ่งที่ทีมต้องกำหนดให้ชัดเจนคือ เมื่อใดที่สถานการณ์เอื้ออำนวยและปลอดภัยมากพอให้เขาใช้ความอิสระดังกล่าวได้

- การป้องกันพื้นที่ตรงกลางเริ่มต้นจากการปิดช่องทางจ่ายบอล

ไนโอนี ไม่จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นกองกลางที่เชี่ยวชาญด้านการแย่งบอลโดยเฉพาะ เพื่อช่วยปกป้องพื้นที่แดนกลาง หน้าที่แรกของเขาบ่อยครั้งคือการป้องกันไม่ให้คู่แข่งสามารถจ่ายบอลง่ายๆ เข้าไปด้านหลังผู้เล่นที่กำลังเข้ากดดันบอลได้

หากเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งขยับเข้าหาผู้เล่นที่ครองบอล ไนโอนี สามารถรับผิดชอบการปิดช่องทางจ่ายบอลไปยังผู้เล่นคนถัดไปในพื้นที่ตรงกลาง แทนที่จะวิ่งเข้าไปไล่กดดันบอลในทิศทางเดียวกัน

วิธีนี้จะช่วยให้ลิเวอร์พูลสามารถเล่นเกมรับด้วยการทำงานที่เชื่อมโยงกัน ผู้เล่นคนหนึ่งเข้ากดดันบอล อีกคนทำหน้าที่จำกัดทางเลือกในการหนีการเพรสซิ่ง ขณะที่แนวรับขยับขึ้นมาอยู่ในระยะที่เหมาะสมเพื่อแย่งชิงบอลในจังหวะต่อไป

เกมที่อิสตันบูลเป็นเครื่องเตือนใจว่า กระบวนการป้องกันของทีมยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำถึงสองครั้ง แต่สุดท้ายกลับถูกตามตีเสมอและเสียประตูชัยให้กับลูกโหม่งของ เวดัต มูริกี

ประตูตีเสมอ 2-2 เกิดขึ้นหลังจากคู่แข่งเล่นลูกเตะมุมสั้น ส่วนจังหวะเปิดบอลที่นำไปสู่ประตูชัยก็ตามมาจากการทุ่มบอลสั้นเช่นกัน นี่คือความผิดพลาดในการเล่นเกมรับที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้งทีม ไม่ใช่เหตุผลที่จะโยนภาระในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดให้กับ ไนโอนี เพียงคนเดียว

บทบาทของเขาควรมีความชัดเจนมากพอที่จะประเมินผลงานได้ นั่นคือปิดกั้นทางเลือกในการจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่ตรงกลาง คอยตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ของผู้เล่นที่ได้รับบอลคนถัดไป และกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ทีมกำหนดไว้ทันทีเมื่อคู่แข่งสามารถผ่านแนวเพรสซิ่งเข้ามาได้

- รักษาบทบาทที่เขาพิสูจน์แล้วว่าคู่ควรกับมัน

นักเตะแสดงให้เห็นมากพอแล้วว่าเขาสมควรได้รับความไว้วางใจให้มีส่วนร่วมในการขึ้นเกมจากพื้นที่แนวลึกของลิเวอร์พูล ผลงานในเกมพบ เฟเนร์บาห์เช่ แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมกับเกมอย่างมาก ขณะที่ประตูที่ทำได้ก็เป็นการเพิ่มอีกหนึ่งมิติให้กับผลงานของเขา ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่จุดเด่นเดิมที่มีอยู่แล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือการรักษาโอกาสให้เขาได้มีส่วนร่วมกับการครองบอล พร้อมปรับการเคลื่อนที่ของผู้เล่นรอบข้างให้มีความแน่นอนและสอดประสานกันมากขึ้น แม็ค อัลลิสเตอร์ ไม่ควรต้องเป็นคนรับผิดชอบการเชื่อมเกมทุกจังหวะ ขณะที่ ไนโอนี ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเติมเกมรุกทุกครั้งเพียงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้น ส่วนผู้เล่นที่ยืนคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลังต้องเข้าใจด้วยว่าเมื่อใดควรสลับตำแหน่งหรือเชื่อมเกมร่วมกัน

การกลับมาของ กราเฟนแบร์ก จะทำให้การแข่งขันแย่งตำแหน่งในแดนกลางเข้มข้นขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ อิราโอล่า เลือกใช้งานผู้เล่นที่มีคุณสมบัติเกื้อหนุนกัน และบริหารภาระการเล่นของกองกลางแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่ ไนโอนี ต้องการคือบทบาทหน้าที่ที่ ลิเวอร์พูล สามารถมอบหมายให้เขาทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คำมั่นสัญญาว่าเขาจะไม่มีวันถูกตัดชื่อออกจากทีม เพราะการรับบอล การเชื่อมเกม และการป้องกันช่องทางจ่ายบอลในจังหวะต่อไป ล้วนเป็นหน้าที่ที่มีความสำคัญมากเพียงพออยู่แล้วสำหรับกองกลางดาวรุ่งรายนี้



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport