บาร์กโกล่า ไม่เหมาะหน้าเป้า, ความพ่ายแพ้ที่น่าผิดหวัง! 5 ประเด็นลิเวอร์พูลพ่าย เฟเนร์บาห์เช่

บาร์กโกล่า ไม่เหมาะหน้าเป้า, ความพ่ายแพ้ที่น่าผิดหวัง! 5 ประเด็นลิเวอร์พูลพ่าย เฟเนร์บาห์เช่
อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน คงได้บทเรียนราคาแพงในเกมที่นำ ลิเวอร์พูล ออกไปแพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 2-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งการปรับแท็กติกที่แปลกตา และการโรเตชั่นทีมจนทำให้ทัพ "หงส์แดง" สร้างผลงานได้น่าผิดหวัง ทั้งเกมรุกที่ขาดประสิทธิภาพ และเกมรับที่เล่นได้อย่างหละหลวม อย่างไรก็ตามในสิ่งร้ายๆ ก็มีเรื่องดีๆ เพราะการได้เห็นฟอร์มของ เทรย์ ไนโอนี่ คงทำให้ กุนซือ "เอไอ" รู้แล้วว่าเจ้าหนูวัย 19 ปีรายนี้ มีดีมากกว่าการเป็นแค่ตัวสำรอง

บาร์กโกล่า ไม่เหมาะหน้าเป้า, ความพ่ายแพ้ที่น่าผิดหวัง! 5 ประเด็นลิเวอร์พูลพ่าย เฟเนร์บาห์เช่

อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน คงได้บทเรียนราคาแพงในเกมที่นำ ลิเวอร์พูล ออกไปแพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 2-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งการปรับแท็กติกที่แปลกตา และการโรเตชั่นทีมจนทำให้ทัพ "หงส์แดง" สร้างผลงานได้น่าผิดหวัง ทั้งเกมรุกที่ขาดประสิทธิภาพ และเกมรับที่เล่นได้อย่างหละหลวม อย่างไรก็ตามในสิ่งร้ายๆ ก็มีเรื่องดีๆ เพราะการได้เห็นฟอร์มของ เทรย์ ไนโอนี่ คงทำให้ กุนซือ "เอไอ" รู้แล้วว่าเจ้าหนูวัย 19 ปีรายนี้ มีดีมากกว่าการเป็นแค่ตัวสำรอง

1. บาร์กโกล่า ไม่เหมาะกับหน้าเป้า

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ อันโดนี่ อิราโอล่า และทีมสตาฟฟ์ ได้เห็นด้วยสองตาเนื้อตั้งแต่ช่วงต้นเกมคือการใช้ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า สวมบทหน้าเป้าไม่น่าจะเป็นแผนที่ใช้งานได้ในระยะยาว

ดาวเตะชาวฝรั่งเศส ได้ลงตัวจริงแต่ที่น่าแปลกใจก็คือ อิราโอล่า เลือกใช้งานในตำแหน่งผู้เล่นหมายเลข 9 แทนที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ซึ่งคาดว่าต้องการให้นักเตะได้พักหลังลงสนามกรำศึกหนักมาหลายเกม

จุดเด่นสำคัญของ บาร์กโกล่า คือความเร็ว ซึ่งจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เมื่อเล่นริมเส้น ไม่ว่าจะเป็นการดวลกับฟูลแบ็กคู่แข่ง หรือการเปิดโอกาสให้เขาเคลื่อนที่จากด้านนอกตัดเข้ามาด้านใน เพื่อหาพื้นที่เล่นบริเวณกลางสนาม

โดยธรรมชาติแล้ว บาร์กโกล่า ไม่ใช่นักเตะที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายมากนัก อีกทั้งยังไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการพักบอลหรือเชื่อมเกมให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทั้งสองอย่างถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของหน้าเป้า

การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้เกมรุกของลิเวอร์พูลขาดประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด โดยทัพ "หงส์แดง" ต้องพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของ ริโอ เอ็นกูโมฮา เป็นหลักในการสร้างความอันตราย

หาก อิราโอล่า ต้องการทดลองดูว่าจะรับมืออย่างไรในกรณีที่ อิซัค ต้องพักยาว ขณะที่ อูโก้ เอกิติเก้ ยังไม่พร้อมลงสนาม ก็ต้องยอมรับว่าผลงานในเกมนี้น่าจะทำให้เขาได้ข้อสรุปแล้วว่า บาร์กโกล่า ไม่ใช่คำตอบสำหรับตำแหน่งนี้

2. ไนโอนี่ โดดเด่นคู่ควรกับตัวจริงในแดนกลาง

แม้ ลิเวอร์พูล จะมีตัวเลือกในแดนกลางอย่าง โดมินิค โซโบซไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก แต่ดูเหมือนว่า เทรย์ ไนโอนี่ เป็นนักเตะที่ อิราโอล่า ชื่นชมเป็นพิเศษ และเจ้าตัวก็ตอบแทนความเชื่อมั่นของเฮดโค้ชได้อย่างคุ้มค่า

กุนซือ "เอไอ" รู้ดีว่าจะดึงศักยภาพของแข้งดาวรุ่งรายนี้ออกมาได้อย่างไร โดยนักเตะกำลังพัฒนาฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม และทำประตูแรกในอาชีพค้าแข้งของตัวเองได้ที่นครอิสตันบูล หลังวอลเลย์อย่างงามให้ทัพ "หงส์แดง" ขึ้นนำ 1-0

การที่ ดาวเตะวัย 19 ปี ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้หลายฝ่ายไม่น้อย แต่การได้รับเลือกลงเล่นอีกครั้งยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า เขาอาจกลายเป็นตัวเลือกในแดนกลางของลิเวอร์พูลที่ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

ที่สำคัญการทำผลงานได้ดีในเกมเยือน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและบรรยากาศสุดดุเดือดในตุรกี ถือเป็นบททดสอบชั้นดีที่พิสูจน์ศักยภาพของเขา แม้อายุยังน้อย แต่ ไนโอนี่ ไม่ได้แสดงอาการประหม่าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

คุณสมบัติที่โดดเด่นของเขาในเกมนี้ ได้แก่:

  • การครองบอลเหนียวแน่น

  • เก็บบอลจังหวะสองได้ตลอด

  • เล่นเกมรับได้ดี

  • ตัดบอลจากคู่แข่งหลายครั้ง

  • กล้าเล่นกล้าขึ้นไปดันเกมรุก

ทั้งหมดนี้คือผลงานของเจ้าหนูดาวรุ่ง ซึ่งเห็นอนาคตสดใสในเครื่องแบบ "เดอะ เร้ดส์" จริงๆ

3. เกมรับหละหลวม - อลีสซง ไม่เหมือนเดิม

หนึ่งในเรื่องที่ อิราโอล่า ต้องรีบปรับแก้เป็นการด่วนก็คือเกมรับที่เล่นผิดพลาด และหละหลวม เพราะการเสียสามประตูในแมตช์นี้ เกิดจากความผิดพลาดในการเล่นเกมรับอย่างแท้จริง และส่วนหนึ่งก็มาจาก อลีสซง เบ็คเกอร์ ด้วย

  • ประตูแรก: หลายคนอาจมองว่า เฌเรมี่ ฌักเก้ต์ โชคร้ายบอลแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตู แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดจะเห็นว่าการยืนตำแหน่งในกำแพงของเขาทำได้ไม่ดี ทำให้ตอนที่ เมสัน กรีนวู้ด ยิงเข้ามาบอลก็เลยแฉลบทะลุกำแพงเข้าประตู

  • ประตูที่สอง: อลีสซง ตัดสินใจผิดพลาดที่ออกมาไม่สุดในจังหวะตัดบอล ทำให้ โกดี้ คักโป โหม่งแฉลบไปด้านหลัง จนทำให้ อาร์ชี่ บราวน์ ได้แปบอลโล่งๆ เข้าประตู

  • ประตูที่สาม: "พ่อหมี" ไม่ยอมออกมาเล่น แต่เลือกยืนอยู่ในเส้นประตู ขณะที่ ฌักเก้ต์ กับ แม็ค อัลลิสเตอร์ ดันปล่อยให้ เวดัต มูริกี ขึ้นโหม่งสบายๆ

จริงๆ แล้ว อลีสซง มีอาการเหวอมาแล้วในเกมที่แพ้ อาร์เซน่อล เพราะเขาส่งบอลไม่ดีบริเวณหน้าประตู ทำให้ "ปืนใหญ่" ตัดบอลได้ และสร้างโอกาสจนในที่สุดก็ได้ประตูนำ 1-0 และเป็นสกอร์ที่ทำให้แชมป์เก่าคว้าสามแต้ม

4. การขาดอเราโฮส่งผลชัดเจน

เข้าใจได้ว่าทำไม อิราโอล่า ถึงตัดสินใจไม่ส่ง โรนัลด์ อเราโฮ ลงสนาม หลังจากเจ้าตัวออกสตาร์ตเป็นตัวจริงติดต่อกันมา 12 นัด แต่เมื่อพิจารณาจากลักษณะของประตูที่ ลิเวอร์พูล เสียไป บางทีสิ่งที่ เฮดโค้ชชาวสเปน อาจเสียดายมากที่สุดก็คือการไม่ได้เลือกเขาลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา

กองหลังทีมชาติอุรุกวัย มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการด้านเกมรับของทัพ "หงส์แดง" ในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะการป้องกันลูกเปิดเข้าเขตโทษและลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมต้องการเขาอย่างยิ่งในเกมนี้

เฟเนร์บาห์เช่ เอาชนะในการดวลลูกกลางอากาศ 11 ครั้ง ขณะที่ ลิเวอร์พูล ทำได้ 9 ครั้ง ถือว่าไม่ได้เหนือกว่าอย่างขาดลอย แต่ทีมเจ้าถิ่นกลับทำได้ถึง 2 ประตูจากรูปแบบการเล่นที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะจินตนาการว่า หากมี อเราโฮ อยู่ในสนาม เขาอาจรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นได้ดีกว่านี้

แม้จะไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ควรพิจารณาคว้าตัวกองหลังรายนี้จาก บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมแบบถาวร หลังสิ้นสุดฤดูกาล หรือในช่วงตลาดรอบ 2 เดือนมกราคม ก็ยิ่งมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

5. แพ้เป็นเกมที่ 3 แต่เป็นความพ่ายแพ้ที่น่าผิดหวังสำหรับ อิราโอล่า

การไร้ชัยชนะ 9 เกมติดต่อกัน หรือการแพ้ 2 เกมติด ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการลูกหนัง เพราะมันมีจังหวะขึ้นๆ ลงๆ ของแต่ละทีม แต่สำหรับแมตช์นี้ อิราโอล่า ต้องพบกับความพ่ายแพ้ที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังมากๆ

ก่อนหน้านี้ ผลเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ ฟูแล่ม อาจถูกมองว่าเป็นการสะดุดที่น่าผิดหวัง แต่เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นการทำงานของ เฮดโค้ช "เอไอ" จึงยังพอมีเหตุผลให้อธิบายได้

ส่วนความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ถือเป็นผลการแข่งขันที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกฤดูกาล

แต่สำหรับเกมนี้ ลิเวอร์พูล ลงสนามในฐานะทีมเต็ง และเหนือกว่า เฟเนร์บาห์เช่ อย่างชัดเจน แถมเจ้าถิ่นยังทำผลงานย่ำแย่จนต้องปลดกุนซือ และแต่งตั้ง เดิร์ก เค้าท์ ซึ่งเป็นตำนานดาวเตะ "หงส์แดง" ทำหน้าที่กุมบังเหียนชั่วคราว

ทว่าผลการแข่งขันกลับสวนทางกับความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง เมื่อทัพ "หงส์แดง" โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสยิงถึง 17 ครั้ง และมีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตูหรือค่า xG สูงถึง 1.7 ดังนั้นความพ่ายแพ้ถือเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

ต้องยอมรับว่านี่คือฟอร์มการเล่นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับทีมของกุนซืออันโดนี่ อิราโอล่า และเป็นเกมที่เขาจำเป็นต้องนำข้อผิดพลาดทั้งหมดไปทบทวน พร้อมเรียนรู้บทเรียนสำคัญเพื่อนำไปปรับปรุงทีมต่อไป



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport