เตือนสติสาวกผีแดง! สรุปวิกฤต แมนยูไนเต็ด ที่ไร้ชัย 7 นัดติด ร่วงอยู่อันดับ 17 ของตารางพรีเมียร์ลีก ชำแหละสถิติ 9 นัดแรก 7 แต้มห่วยแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ ย้อนรอยฝันร้ายปี 1974 สแกนความผิดพลาดของบอร์ดบริหาร INEOS และข้อเสนอใช้กฎอัยการศึกผ่าตัดทีมในตลาดมกราคม
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า…
1. ณ จุดนี้ แมนยูไนเต็ด สถาปนาตัวเองเป็นทีมห่วยๆ ที่เข้าสู่โหมด 'หนีตกชั้น' แบบเต็มตัวเรียบร้อย
พลพรรคปีศาจแดงไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 7 นัดติดต่อกัน จนร่วงลงไปอยู่อันดับ 17 ของตาราง โดยมีมากกว่าทีมบ๊วยอย่าง ซันเดอร์แลนด์ แค่ 2 แต้มเท่านั้น
นี่ไม่ใช่การตีตนไปก้อนไข้ เพราะฟอร์มการเล่นย่ำแย่ สภาพจิตใจนักเตะห่อเหี่ยว ไร้เรี่ยวแรง และพลังงาน แข่งกับใครจึงไม่ค่อยมีชัย
ถ้าสุดสัปดาห์นี้ทะลึ่งแพ้ แอสตัน วิลล่า แบบคาบ้าน หรือไม่ชนะ สถานการณ์จะยิ่งฉุกเฉินขึ้นไปอีก ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติ
2. ไมเคิ่ล คาร์ริค คือกุนซือที่พา แมนยูไนเต็ด ออกสตาร์ท 9 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกได้ห่วยแตกที่สุดไปแล้ว
หลังจากเก็บได้แค่ 7 แต้ม จากชัยชนะแค่นัดเดียว และเสมออีก 4 นัด พลางกระทืบสถิติของฤดูกาล 2019-20 ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทีมเต็มตัวปีแรกแล้วสะสมได้แค่ 10 แต้ม
แต่จุดเปลี่ยนของฤดูกาลนั้น คือการเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเดือนมกราคม 2020 ที่ช่วยยกระดับทีมให้พลิกสถานการณ์จบอันดับ 3 ได้สำเร็จ
อย่าลืมนะครับว่าตอนนั้น คุณภาพของทีมอื่นๆ ในสมรภูมิแข้งพรีเมียร์ยังไม่สูงเหมือนตอนนี้
ดังนั้นเลิกหวังว่าจะพลิกสถานการณ์ไปติด 'ท็อปไฟฟ์' ได้เลย ลำพังแค่เอาตัวรอดให้ได้ก็น่าดีใจแล้ว
3. สำหรับฤดูกาลที่ แมนยูไนเต็ด ทำผลงานบัดซบมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก คือ 2024-25 ที่ เอริค เทน ฮาก คุมทีม 9 นัดแรกแล้วโดนไล่ออก
ก่อนที่ รูเบน อโมริม จะเข้ามารับช่วงต่อในเดือนพฤศจิกายน ก่อนจบด้วยอันดับที่ 15 ของตาราง
ณ ขณะนั้นการหนีตกชั้นไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เพราะ 3 ทีมน้องใหม่ทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน, อิปสวิช และ เลสเตอร์ จองโลงเอาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่แรก โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้กระเสือกกระสนดิ้นรนต่อสู้ เพื่ออยู่รอด
ทว่าฤดูกาลนี้ การหนีตกชั้นอาจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว คิดง่ายๆ ว่า 3 น้องใหม่ทั้ง ฮัลล์, อิปสวิช และ โคเวนทรี ยังมีอันดับสูงกว่า ส่วน 3 ทีมในโซนหล่นชั้นอย่าง คริสตัล พาเลซ, ฟอเรสต์ และ ซันเดอร์แลนด์ ก็ไม่หมูนะครับ ขอโทษ !!!
4. ย้อนเวลากลับไปในฤดูกาล 1973-74 แมนยูไนเต็ด จากการทำงานของ ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกถีบตกชั้นจากลีกสูงสุด เมื่อจบอันดับที่ 21 ของตาราง (22 ทีม) โดยตามหลังทีมอันดับ 19 ถึง 5 แต้ม (สมัยโน้น ชนะได้ 2 แต้ม)
ฤดูกาลนั้น ทีมอสูรสามง่ามออกสตาร์ท 9 นัดแรก ด้วยชัยชนะ 3 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 4 นัด ถ้าระบบปัจจุบันก็จะมีถึง 11 แต้ม ยังไม่รอดเลย 5555
เรื่องที่แฟนบอลส่วนใหญ่เข้าใจผิด คือ แมนยูไนเต็ด ตกชั้น เพราะแพ้ แมนซิตี้ แบบคาบ้านจากการทำประตูของนักเตะเก่าอย่าง เดนิส ลอว์
ความจริงคือต่อให้ แมนยูไนเต็ด ถล่มคู่แค้นร่วมเมือง ด้วยสกอร์ 7-0 ก็ต้องตกชั้นอยู่ดี เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นผู้กุมชะตากรรมของตัวเอง
5. กรุณาอย่าคิดว่า แมนยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะตกชั้นนะครับ
ตัวอย่างมีให้เห็นเป็นระยะว่าทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกก็สามารถตกชั้นในเวลาอันไม่ไกลจากความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส หรือ เลสเตอร์ ซิตี้
รวมถึงตัวพวกเขาเองในอดีต
ที่แน่ๆ คือสภาพของ 'ปีศาจแดง' โดยปัจจุบัน มันเละเทะไปหมดแล้ว ตั้งแต่หัวยันหางเลยทีเดียว
ถ้าไอ้พวกเจ้าของทีม และผู้บริหารเฮงซวยมันยังพอมีความรับผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง มันต้องเริ่มประกาศกฎอัยการศึก ณ บัดเดี๋ยวนี้ทันที
ไมเคิ่ล คาร์ริค หมดความชอบธรรมในตำแหน่งกุนซือแล้ว และผู้จัดการทีมคนใหม่ต้องอยู่ในระดับอ๋องเพียงเท่านั้น
นโยบายรัดเข็มขัด จำกัดเพดานค่าเหนื่อย และค่าตัวอะไรนั่น มันก็ต้องกระทืบทิ้งไปก่อน 'ตลาดหน้าหนาว' ซื้อตัวยากขนาดไหน มึงก็ต้องไปเอามาด่วน
หากยังคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แบบเต็มประดา
ระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า !!!
#บอบู๋