สรุป ผลบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล พ่ายคาบ้านต่อ อาร์เซน่อล 0-1 หยุดสถิติไม่แพ้ปืนใหญ่ในรัง 14 ปี ชำแหละความผิดพลาดของอลิสซง และเกมรับปืนโตที่แกร่งทั่วแผ่นจน ดาบิด ราย่า ว่างงานสนิท
ตั้งแต่ดูบอลมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ลิเวอร์พูล เล่นที่ แอนฟิลด์ แล้วยิงไม่ตรงกรอบเลยสักหนเดียว ก่อนจะคาบ้านให้ผู้มาเยือนอย่าง อาร์เซน่อล อย่างน่าเจ็บใจ
1. ฟอร์มการเล่นของ 'หงส์แดง' กำลังเข้าฝัก หลังจาก อันโดนี่ อิราโอล่า ค้นพบทีมที่ลงตัว
แถมสถิติในการปะทะ 'ไอ้ปืนใหญ่' ที่สนามของตัวเองก็ไฉไลเป็นบ้า ไม่แพ้มา 13 เกมติดต่อกัน และเป็นเวลาถึง 14 ปีแล้ว
เกมนี้ เทรย์ นีโอนี่ ได้ลงตัวจริงในแดนกลาง ก่อนรุ่นใหญ่อย่าง ไรอัน กราเฟนแบร์ค และ ดอม โซบอสไล
ส่วนทีมเยือนไม่มี บูกาโย่ ซาก้า ที่บาดเจ็บ แต่ก็ได้ คริสตอส โซลิส กลับมา
2. อาร์เซน่อล เริ่มต้นได้ดีกว่านะครับ ครองบอลบุกได้มากกว่า และก็ทำประตูขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ
เมื่อ อลิสซง เบ็คเกอร์ ออกบอลแบบกั๊กๆ จนถูกตัดได้แถวหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง
หลังจากเสียประตูจนตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-0 ในนาทีที่ 16 เจ้าบ้านก็เน้นเกมรุกพลางบุกกระหน่ำอยู่ข้างเดียว
นอกจาก ลิเวอร์พูล จะเร่งเครื่องแบบอัดเต็มสปีด เพื่อทวงประตูคืน - ทีมเยือนยังถอยไปตั้งรับต่ำถึงต่ำมากจึงเก็บบอลจังหวะแทบไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีจังหวะสวนกลับ
3. แม้จะถาโถมเข้าใส่เป็นพายุ ต่อเมื่อเจอเกมรับชนิดเต็มรูปแบบของ 'เดอะ กันเนอร์ส' ที่ปิดพื้นที่กันได้แน่นหนามาก จบครึ่งแรก ทีมเจ้าถิ่นจึงยิงไม่ตรงกรอบเลยสักครั้ง
ครึ่งหลังก็ยังคงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ครองบอลบุกได้มากกว่า ทว่ากลับหาจังหวะยิงเข้ากรอบไม่ได้สักครั้ง เหตุเพราะนอกจากจะเน้นเกมรับอย่างมากด้วยวินัยแล้ว
คุณภาพแผงหลังของ อาร์เซน่อล ก็คับตูดเหลือเกินทั้ง 4 ตัว จังหวะจบส่วนใหญ่ของ 'หงส์แดง' จึงถูกบล็อคเอาไว้ได้ รวมถึงจังหวะอันตรายแบบเข้าได้เข้าเข็ม กองหลังของผู้มาเยือนจะช่วยกันสกัดได้ทันเวลา
4. ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าตลอดทั้งเกม ลิเวอร์พูล มีโอกาสทำลายตาข่ายถึง 17 ครั้ง โดยที่ ดาบิด ราย่า ไม่ได้ออกแรงเซฟเลยสักครั้งเดียว
มันอาจมีบางจังหวะที่พวกเขาพลาดเอง ตัวอย่างเช่นการขึ้นโขกโล่งๆ ข้ามคานของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพียงแต่โดยรวมแล้วก็ต้องยกความดีความชอบให้เกมรับของทีมสีหนาทปืนใหญ่ที่เหนียวแน่น และแข็งแกร่งจริงๆ
9 นัดที่ผ่านมา ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น โดยเก็บ 'คลีนชีต' ได้ถึง 6 นัด
5. ฤดูกาลนี้ เป้าหมายของ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่แล้วมิใช่หรือ ???
เสียหลักพุ่งชนความพ่ายแพ้ไป 2 นัด คาบ้านทั้ง 2 นัดก็จริง แต่เป็นการพ่ายแพ้ต่อทีมที่เหนือกว่าอย่าง แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล
เกมแรกที่แพ้ ก็เพราะเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า แถมสภาพทีมไม่ค่อยสมประกอบ ส่วนเกมล่าสุด เพราะคู่แข่งเล่นเกมรับระดับภูผา แถม อเล็กซานเดอร์ อีซัค ดันประพฤติตนเป็นคนดีย์ โดนดึงเสื้อจนยืดติดมือคู่แข่งแล้วไม่ยอมทิ้งตัวล้มพลางร้องโวยวาย เพื่อเอาจุดโทษ
ฉะนั้น มันอาจน่าเจ็บใจ แต่ไม่มีอะไรต้องเสียใจนะพรี่นะ แบล็บๆๆๆๆๆ
#บอบู๋