เดอะ ซัน วิจารณ์การบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด หลังแพ้บอร์นมัธ 0-3 ชี้ไม่ควรปลดแค่ ไมเคิล คาร์ริค แต่ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจแต่งตั้งกุนซือด้วย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังเปิดบ้าน พ่าย บอร์นมัธ 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยประเด็นไม่ได้หยุดอยู่แค่อนาคตของ ไมเคิล คาร์ริค กุนซือของทีม แต่ยังลามไปถึง เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ถูกวิจารณ์ว่า ควรต้องรับผิดชอบต่อปัญหาของสโมสรเช่นกัน
ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ นักข่าวจาก เดอะซัน ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ควรมองการปลดกุนซือเป็นทางออกเพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนกำหนดทิศทางฟุตบอลของสโมสร
ความพ่ายแพ้ต่อ บอร์นมัธ 0-3 เพิ่มแรงกดดันต่อ คาร์ริค อย่างมาก หลังทีมทำผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และยังมีปัญหาในหลายด้านทั้งเกมรับ การจัดทีม และความต่อเนื่องในการเล่น
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือ การตัดสินใจไม่ส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมลงเป็นตัวจริง หลังเจ้าตัวเพิ่งวิจารณ์แนวทางแท็กติกของทีมสตาฟฟ์โค้ชจากเกมก่อนหน้า โดย บรูโน่ ไม่ได้ลงสนามตลอดเกมที่พ่าย บอร์นมัธ
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในทีมและอำนาจในการบริหารห้องแต่งตัวของเฮดโค้ช
ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ เขียนวิจารณ์ไปถึง วิลค็อกซ์ ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางฟุตบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการตัดสินใจแต่งตั้ง คาร์ริค จากกุนซือชั่วคราวขึ้นรับตำแหน่งแบบถาวร
ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ เปรียบเทียบการตัดสินใจครั้งนี้กับกรณีที่สโมสรเคยแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านที่ไม่สามารถพาทีมกลับสู่ความสำเร็จระยะยาวได้ตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ ยังหยิบยกการพิจารณา โซลชา เป็นตัวเลือกแทน รูเบน อโมริม และการจัดการช่วงที่ อโมริม อำลาทีม มาเป็นส่วนหนึ่งของข้อวิจารณ์ต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร
ประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนผู้จัดการทีมอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างการบริหารและการตัดสินใจในระดับสูงยังไม่เปลี่ยนแปลง
ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ ยังกล่าวถึง โอมาร์ เบร์ราดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสร ในฐานะผู้บริหารที่ควรถูกตรวจสอบบทบาทร่วมกับ วิลค็อกซ์ เพราะทั้งสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในระดับองค์กร
เสียงไม่พอใจจากแฟนบอลหลังเกมกับ บอร์นมัธ ไม่ได้มุ่งไปที่นักเตะและคาร์ริคเท่านั้น แต่ยังพุ่งเป้าไปยังผู้บริหารและเจ้าของสโมสรด้วย
หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจแยกทางกับ คาร์ริค สโมสรควรพิจารณาความรับผิดชอบของผู้บริหารที่มีส่วนแต่งตั้งและกำหนดทิศทางทีมไปพร้อมกัน