เรากำลังคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเฮดโค้ชที่เพิ่งทำงานได้ 11 นัด เร็วเกินไปหรือเปล่า?
ชนะ 7 เสมอ 3 แพ้ 1 จาก 11 นัดแรก
หากมองแต่ผลการแข่งขัน ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าพอใจสำหรับ อันโดนี่ อิราโอล่า กับการเข้ามารับงานคุม ลิเวอร์พูล
อย่างไรก็ตาม แม้จะเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง แต่เสียงวิจารณ์ต่อรูปแบบการเล่นกลับไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการแข่งขัน
หลังเกมที่พลิกกลับมาเอาชนะ บียาร์เรอัล 4-3 เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก Sky Sports News ใช้คำว่า “ไม่น่าเชื่อมั่น” ในการประเมินผลงาน
นี่เป็นครั้งที่สองในรอบสี่วันที่ชัยชนะจากการพลิกสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ถูกพูดถึงเชิงลบ
ก่อนหน้านั้น แดนนี่ เมอร์ฟี่ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เกมให้ Match of the Day ก็ไม่ประทับใจกับผลงานเกมบุกชนะ เบรนต์ฟอร์ด
มันจึงกลายเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจว่า ลิเวอร์พูล กำลังชนะภายใต้การคุมทีมของ อิราโอล่า แต่ดูเหมือนจะยังชนะได้ไม่ดีพอในสายตาของนักวิเคราะห์บางคน
คำถามคือ การประเมินแบบนี้ยุติธรรมกับกุนซือที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 11 นัดแล้วหรือยัง?
แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบ
พวกเขามีช่วงเวลาที่เล่นผิดพลาด มีเกมที่เสียประตูง่าย และบางนัดก็ต้องอาศัยการพลิกสถานการณ์กลับมา
แต่การคาดหวังให้ อิราโอล่า สร้างทีมที่ลงตัวได้ทันทีหลังเข้ามารับงานเพียง 11 นัด อาจเป็นความคาดหวังที่สูงเกินไป
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเขาต้องปรับระบบการเล่นใหม่ และต้องรับมือปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่น
ถึงอย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านั้น ลิเวอร์พูล ยังสามารถเก็บชัยชนะได้ 7 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้เพียงนัดเดียว
ตัวเลขนี้อาจไม่ได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับคุณภาพการเล่น แต่ก็ไม่ใช่ผลงานที่ควรถูกมองข้ามเช่นกัน
หยิบตัวอย่างมาพูดคือชัยชนะเหนือ เบรนต์ฟอร์ด
หลังจบเกม เมอร์ฟี่ วิจารณ์ว่า ลิเวอร์พูล เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นผ่านแนวรับได้ง่ายเกินไป
“ลิเวอร์พูล ถูกเล่นผ่านได้ง่ายเกินไปจริง ๆ แม้พวกเขาจะมีช่วงเวลาที่ดีเวลาเล่นเกมรุก แต่ตอนนี้พวกเขาปล่อยให้คู่แข่งสร้างโอกาสมากเกินไป หากต้องการแข่งขันในกลุ่มหัวตาราง”
อย่างไรก็ตาม หากมองตัวเลขประกอบ อาจพบว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่คำวิจารณ์ทำให้รู้สึก
ก่อนเกมดังกล่าว เบรนต์ฟอร์ด มีสถิติแพ้ในบ้านเพียงสองครั้งตลอด 12 เดือน
ลิเวอร์พูล จึงกลายเป็นทีมที่สามที่บุกไปเอาชนะพวกเขาได้ในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังเป็นเพียงทีมที่สามในปี 2026 ที่สร้างค่าโอกาสเป็นประตู หรือ xG ได้มากกว่า เบรนต์ฟอร์ด ที่สนามแห่งนี้
ก่อนหน้านั้นมีเพียง ซันเดอร์แลนด์ และ คริสตัล พาเลซ ที่ทำได้ โดยทั้งสองทีมต่างมีลูกจุดโทษเข้ามาเกี่ยวข้อง และกรณีของ พาเลซ มีค่า xG มากกว่าเจ้าถิ่นเพียง 0.01 เท่านั้น
ส่วน ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิง 21 ครั้ง เทียบกับ เบรนท์ฟอร์ด 10 ครั้ง ขณะที่ค่า xG อยู่ที่ 1.64 ต่อ 0.88
แม้ใบแดงแรกจะมีอิทธิพลมากต่อรูปเกม แต่ ลิเวอร์พูล ก็ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ด้วยการสร้างโอกาสยิงเหนือกว่าคู่แข่งชัดเจน และคว้าชัยชนะกลับมาได้
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือคำวิจารณ์เกี่ยวกับเกมรับ
ภาพที่หลายคนจดจำอาจเป็นการเสียประตูง่าย หรือการถูกคู่แข่งเจาะผ่านแนวรับในบางจังหวะ
แต่หากดูตัวเลขใน พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล มีค่า xG ที่เสียให้คู่แข่งรวมเพียง 8.3 ซึ่งต่ำเป็นอันดับสามของลีก
นอกจากนี้ พวกเขายังปล่อยให้คู่แข่งสร้างโอกาสทองเพียง 15 ครั้ง น้อยเป็นอันดับสี่ของลีก
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาพรวมของการป้องกันใน พรีเมียร์ลีก อาจไม่ได้เลวร้ายเท่ากับความรู้สึกที่เกิดจากการดูบางเกม
ส่วนหนึ่งของความสับสนอาจมาจากผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก
ลิเวอร์พูล เสียถึง 7 ประตูจากการแข่งขันเพียง 3 นัด
โดยเฉพาะเกมกับ บียาร์เรอัล ที่พวกเขาถูกนำ 0-2 ตั้งแต่ 29 นาทีแรก ก่อนกลับมาชนะ 4-3
ทีนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่า อิราโอล่า มีการโรเทชั่นถึง 4 กับ 6 ตำแหน่งในสองเกมหลังที่ลงเตะเกมยุโรป
เขากำลังพยายามบริหารขุมกำลังท่ามกลางโปรแกรมที่ถี่และปัญหาอาการบาดเจ็บ
แม้จะเป็นสถานการณ์ใหม่สำหรับเฮดโค้ชชาวบาสก์ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังเก็บชัยชนะได้ครบทั้งสามนัด
…
สิ่งที่ทำให้งานของ อิราโอล่า ซับซ้อนกว่าการเปลี่ยนรูปแบบการเล่น คือสภาพทีมที่เขาได้รับมา
ก่อนเริ่มฤดูกาล เรารู้กันดีว่าขุมกำลังของ ลิเวอร์พูล ยังไม่สมบูรณ์
ขณะเดียวกัน อิราโอล่า ต้องพึ่งพานักเตะอายุน้อย ๆ หลายคน และพยายามดึงศักยภาพจากผู้เล่นที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ริโอ เอ็นกูโมฮา
ริโอ ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และเพิ่งทำ 2 แอสซิสต์และสร้างสถิติใหม่ของสโมสรใน แชมเปี้ยนส์ ลีก
แม้ยังมีรายละเอียดเรื่องเกมรับที่ต้องพัฒนา แต่เขากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของทีม
ขณะเดียวกัน ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ หลังผ่านช่วงเวลาที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น
การทำให้นักเตะเหล่านี้เล่นได้ดีขึ้น พร้อมกับรักษาผลการแข่งขันของทีม จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งของงานที่ อิราโอล่า กำลังทำอยู่
ถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่าเสียงวิจารณ์ไม่ได้ไร้เหตุผลทั้งหมด เพราะฟุตบอลไม่ได้ตัดสินคุณภาพของทีมจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดคือ อาร์เน่อ
แม้เขาจะพา ลิเวอร์พูล คว้าสิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลก่อน แต่สุดท้ายก็ถูกปลดจากตำแหน่ง เพราะผลงานในสนามไม่ได้แสดงให้เห็นว่าทีมกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ดังนั้น การตั้งคำถามกับรูปแบบการเล่นของ อิราโอล่า จึงเป็นสิ่งที่ทำได้ เพียงแต่คำวิจารณ์ควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กัน
เพราะจากผลงาน 11 นัดแรก สิ่งที่เป็นบวกยังมีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าปัญหาที่ต้องแก้ไข
ลิเวอร์พูล อาจยังไม่มีรูปแบบการเล่นที่สม่ำเสมอทุกนัด
บางเกมพวกเขายิงประตูได้เยอะ บางเกมเกมรุกกลับติดขัด
บางนัดแนวรับดูแข็งแกร่ง แต่บางนัดก็เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้ง่าย
ความแตกต่างเหล่านี้อาจทำให้ห์ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล ภายใต้ อิราโอล่า เป็นทีมที่มีจุดแข็งและจุดอ่อนแบบใด
แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็อาจเป็นภาพของทีมที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับตัว
…
โปรแกรมต่อไป ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับมือ ไบรท์ตัน ซึ่งกำลังทำผลงานได้ดีมาก
มันจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของ อิราโอล่า
หาก ลิเวอร์พูล สามารถคว้าชัยชนะด้วยรูปเกมที่มีมั่นคงมากขึ้น ก็จะช่วยลดข้อสงสัยเกี่ยวกับทิศทางของทีมได้ โดยเฉพาะหลังจากสองเกมล่าสุดที่ต้องพลิกสถานการณ์กลับมาชนะ
แต่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ อิราโอล่า ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน
และผลงานที่ผ่านมาก็เพียงพอให้เห็นถึงความก้าวหน้า
การที่ทีมยังไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีพัฒนาการ
ฮอส อลอนโซ่