ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด รับผิดหวังที่ทีมพลาดสามแต้ม หลังโดนสเปอร์สไล่ตีเสมอ 1-1 ทั้งที่ขึ้นนำก่อน พร้อมยอมรับ "ผีแดง" ยังมีจุดต้องแก้อีกเยอะ แม้ครึ่งหลังยกระดับฟอร์มดีขึ้นอย่างชัดเจน
ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจหลังทัพ "ปีศาจแดง" ทำได้เพียงแค่เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา
แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานไม่ค่อยดีนักในครึ่งแรกโดนทีมเยือนกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถเอาตัวรอดได้ ส่วนครึ่งหลังทีมยกระดับฟอร์มการเล่นและมาได้ประตูนำ 1-0จาก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ โดยเกมทำท่าว่าเจ้าบ้านจะคว้าสามแต้ม แต่แล้วกลับโดนทีเด็ด โดมินิค โซลันกี้ โหม่งตีเสมอ 1-1 ช่วย "ไก่เดือยทอง" แบ่งแต้มได้อย่างหวุดหวิด
คาร์ริค ซึ่งนำ แมนฯ ยูฯ เก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 6 เกมแรก และไร้ชัยชนะในลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน ยอมรับว่าฟอร์มการเล่นของลูกทีมในเกมนี้ขาดความคงเส้นคงวา "ผลงานของเรามีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดี เป็นเกมที่เล่นได้ไม่สม่ำเสมอ ครึ่งแรกเราต้องเจอกับความยากลำบาก และถือเป็น 45 นาทีที่ท้าทายสำหรับเรา"
"จะเห็นได้ว่าหลายอย่างยังไม่เข้าที่ การเล่นต่อบอลบางจังหวะยังไม่ลงตัว บางครั้งก็เสียบอลง่ายเกินไป ไล่เพรสซิ่งช้าไปเล็กน้อย และเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นได้ นี่เป็นปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เราค่อย ๆ ยกระดับการเล่นขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก และกลับมาลงสนามในครึ่งหลังด้วยฟอร์มที่ดีขึ้นมาก"
"พูดตามตรง เราทำได้ดีขึ้นอย่างมากในหลาย ๆ ด้าน มีหลายเรื่องที่เราจำเป็นต้องปรับปรุง และต้องยอมรับว่าเมื่อเกมดำเนินไป เราก็ค่อยๆ แก้ไขสิ่งเหล่านั้นได้ แมตช์นี้เราควรปิดเกมให้ได้ตอนนำ 1-0 แต่เรากลับทำไม่ได้"
"บางครั้งเราเสียการครองบอลง่ายเกินไปเล็กน้อย ซึ่งทำให้เกมยังเปิดกว้าง และประตูที่เราเสียก็เป็นประตูที่ไม่ควรเสีย ซึ่งสะท้อนปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น ผมผิดหวังมากที่ทีมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งที่มีโอกาสคว้าชัยชนะ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถเก็บชัยชนะได้"
"ผมคิดว่าโดยรวมแล้ว ในครึ่งแรกมีหลายสิ่งที่เราต้องการปรับปรุงและนำกลับมาพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างที่ผมบอกไปว่า ช่วงท้ายครึ่งแรกเราเริ่มกลับมาเล่นได้ในแบบที่เราเคยทำ ซึ่งก่อนหน้านั้นเรายังทำไม่ได้แบบนั้น ส่วนในครึ่งหลัง ผมคิดว่าโดยรวมแล้วทุกอย่างยกระดับขึ้นไปอีกขั้น และทำให้เราเล่นได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" คาร์ริค กล่าว