ท่าสไลด์เข่าฉลองประตูสุดเท่ในโลกฟุตบอล กำเนิดจาก แจร์ซินโญ่ สู่ไอคอนอย่าง อองรี แต่เบื้องหลังความสะใจกลับซ่อนความเสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นพักยาว
การสไลด์เข่าคือท่าฉลองประตูที่โคตรเท่ แต่แลกมากับความเสี่ยงบาดเจ็บ
การสไลด์เข่าหลังทำประตู กลายเป็นภาพจำที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ฟุตบอล มันให้ความรู้สึกราวกับว่าท่าฉลองแบบนี้มีอยู่มาตลอดกาล แม้วัฒนธรรมการฉลองประตูจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และทุกวันนี้กลายเป็นการแสดงสั้น ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่การสไลด์เข่านั้นยังคงเป็นท่าที่ไร้กาลเวลา
เมื่อพูดถึงท่าฉลองประตูอันเป็นเอกลักษณ์ การเป็นคนแรกถือว่าสำคัญ หรืออย่างน้อยก็ควรจดจำท่านั้นให้ได้ก่อนที่คนอื่นจะทำตามจนกลายเป็นเครื่องหมายการค้า ไม่เชื่อก็ลองดู โคล พาลเมอร์ หรือ แกเร็ธ เบล ก็ได้
การสไลด์เข่าหลังทำประตูถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 และผู้ให้กำเนิดท่าฉลองนี้คือ แจร์ซินโญ่ โดยดาวเตะชาวบราซิเลียนเลือกเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเปิดตัวท่าฉลองรูปแบบใหม่นี้ โดยเขาฉลองประตูที่ 3 ของตัวเองในเกมพบ อิตาลี นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 1970 ด้วยการสไลด์เข่า
อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นแรกนั้นยังห่างไกลจากภาพที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันมาก โดยปีกจากแดนแซมบ้า วิ่งไปทางธงมุมสนาม ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็ว หยุดลง แล้วทิ้งตัวลงคุกเข่า
การสไลด์เข่าแบบสุดมันที่เราเห็นกันในยุคปัจจุบันยังอยู่อีกไกล เพราะคุณภาพของสนามในเวลานั้นไม่เอื้อให้ทำเช่นนั้น โดยเฉพาะในอังกฤษ
จากการสำรวจของ เดลี่ เมล สื่อดังในเมืองผู้ดี ระบุว่า สนามฟุตบอลในอังกฤษช่วงทศวรรษ 1970 ถูกบรรยายว่าเป็นสถานที่ที่ "แม้แต่รถแทรกเตอร์ยังผ่านไม่ได้ นับประสาอะไรกับหัวเข่า"
เวมบลีย์ เป็นเพียงสนามแห่งเดียวที่มีพื้นผิวเหมาะสมสำหรับการสไลด์เข่า ลองดูสภาพสนามก่อนเกมระหว่าง ดาร์บี้ เคาน์ตี้ พบ โคเวนทรี เมื่อเดือนมีนาคม 1988 สิ บางทีในสภาพแบบนั้น การมีรถแทรกเตอร์อยู่ในสนามอาจเป็นความคิดที่ดีกว่าจริงๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นพร้อมการกำเนิดพรีเมียร์ลีก โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น 4 ปี ต่อมา พร้อมกับการถือกำเนิดของ พรีเมียร์ลีก
ลีกแห่งนี้ดึงดูดเม็ดเงินจากการถ่ายทอดสดเข้ามามหาศาล และนั่นทำให้สโมสรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้านการดูแลสนามรูปแบบใหม่ ๆ ได้
หนึ่งในนั้นคือสนามระบบ เดสโซ่ กราสมาสเตอร์ ที่เริ่มปรากฏในอังกฤษ โดยมีการฝังเส้นใยโพลีโพรพิลีนสังเคราะห์ประมาณ 3% ลงไปในสนามหญ้าธรรมชาติ เพื่อช่วยยึดและเสริมความแข็งแรงให้รากหญ้า
ผลที่ตามมาคือพื้นสนามมีความเรียบสม่ำเสมอมากขึ้น และไม่กลายเป็นโคลนเมื่อฝนตก
ในปี 2016 มีงานศึกษาที่เผยแพร่บน "รีเซิร์ชเกท" ตรวจสอบวิวัฒนาการของสนามฟุตบอล และยืนยันว่าการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงระบบระบายน้ำมาใช้ ได้เปลี่ยนแปลงกลไกการเคลื่อนไหวของนักฟุตบอล
พูดให้ง่ายขึ้นก็คือ การสไลด์เข่า และการแสดงท่าทางต่าง ๆ กลายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริงบนสนามฟุตบอล
หาก แจร์ซินโญ่ คือผู้คิดค้นท่าฉลองนี้ เธียร์รี่ อองรี ก็คือผู้ที่ช่วยทำให้มันโด่งดังอย่างไม่ต้องสงสัย ท่าฉลองเล็ก ๆ ที่แฝงความกวนได้เติบโตจนกลายเป็นภาพจำระดับตำนาน และถูกทำให้เป็นอมตะจากรูปปั้นของเขาที่ตั้งอยู่ด้านนอกสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
รูปปั้นที่หล่อหลอมด้วยทองสัมฤทธิ์ คือภาพการฉลองของ อองรี หลังทำประตูใส่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2002 โดย อาร์เซน่อล เอาชนะ 3-0 และเขาสไลด์เข่าฉลองต่อหน้าแฟนบอลทีมเยือน
แล้วจะให้ อองรี ฉลองแบบอื่นได้อย่างไร หลังจากเจ้าตัวลากบอลจากแดนของตัวเอง ก่อนเลี้ยงผ่านคู่แข่งถึง 3 คน แล้วส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย?
ตอนที่ อองรี พาลูก ๆ ไปดูรูปปั้นดังกล่าว พวกเขาถามว่าทำไมคุณพ่อถึงทำหน้าตาดุดันขนาดนั้น คำตอบของเขาก็หนักแน่นไม่แพ้ประตูที่ยิงได้ในวันนั้นว่า "วันนั้นเราเจอกับท็อตแน่ม และพ่อไม่ชอบท็อตแน่ม"
ในปี 2023 นิตยสาร "โฟร์โฟร์ทู" เผยแพร่บทความชื่อ "ทำไมผมถึงเกลียดการสไลด์เข่า" (Why I hate knee slides) โดย แมทธิว เค็ตเชลล์ นักข่าวของสำนักดังกล่าว ให้เหตุผลว่าไม่มีใครทำท่านี้ได้ดีเท่ากับ อองรี และ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา อีกแล้ว และแนะนำนักฟุตบอลคนอื่น ๆ หันไปใช้ท่าดีใจแบบนี้ดีกว่า
การสไลด์เข่าคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการปลดปล่อยอารมณ์หลังทำประตู และมีนักเตะหลายคนที่ใช้วิธีนี้ในการแสดงออกถึงความสะใจ และมีความสุขหลังจากช่วยทำให้สโมสรได้ประตู
บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหนึ่งในตัวแทนสำคัญของการสไลด์เข่าในพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบัน เขาฉลองด้วยท่านี้แทบจะทุก ๆ 2 ประตู และเจ้าตัวก็ยิงประตูได้ค่อนข้างบ่อย ในวิดีโอรวม 20 ประตูยอดเยี่ยม ของแข้งชาวโปรตุเกสที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีถึง 11 ประตู ที่จบลงด้วยการสไลด์เข่า
เหล่าผู้จัดการทีมก็ชื่นชอบการฉลองแบบนี้เช่นกัน โชเซ่ มูรินโญ่ เคยสไลด์ไปบนพื้นสนามหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงประตูให้ เรอัล มาดริด ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2012/13 ที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเป็นประตูชัยในนาทีที่ 90
อีก 12 ปีต่อมา มูรินโญ่ กลับมาทำท่าเดิมอีกครั้งกับ เฟเนร์บาห์เช่ หลัง โซฟียาน อัมราบัต ยิงประตูชัยในนาทีที่ 102 ของเกมฟุตบอลถ้วยที่พบกับ แทร็บซอนสปอร์ ครั้งนี้อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าครั้งก่อน เพราะ "เฮียมู" พุ่งตัวลงไปบนพื้นหญ้าแล้วกลิ้งไปหาเหล่านักเตะที่กำลังฉลองประตู
เปาโล ดิ คานิโอ ก็เคยสร้างความปั่นป่วนในสไตล์เดียวกับ มูรินโญ่ เช่นกัน เมื่อเดือนเมษายน 2013 เขาซึ่งทำหน้าที่คุม ซันเดอร์แลนด์ สไลด์ไปหาแฟนบอล "แมวดำ" หลังฉลองประตูที่ 2 ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2013 บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 2-0 จากการเหมาคนเดียวสองประตูของ อาร์เยน ร็อบเบน โดยปีกชาวดัตช์ตั้งใจจะฉลองประตูที่สองด้วยการสไลด์เข่า แต่กลับพุ่งกระแทกพื้นสนามอย่างเจ็บปวด โชคดีที่มีเพียงกางเกงรัดรูปของเขาเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย
ส่วน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาเร่ ไม่โชคดีเช่นนั้น เขาดูเหมือนจะสไลด์เข่าฉลองประตูชัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังยิงประตูให้ทีมเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ท้ายที่สุดกลับได้รับบาดเจ็บที่เอ็นด้านในของหัวเข่า ในปี 2019
อีกหนึ่งแข้งที่ได้รับผลกระทบจากการสไลด์เข่าคือ ปาทริค วิเอร่า ซึ่งเกิดขึ้นจากการยิงประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 1997/98 และจะต้องฉลองด้วยการสไลด์เข่า แต่กองกลางชาวฝรั่งเศสต้องชดใช้ให้กับอารมณ์ร่วมของตัวเองด้วยการพักรักษาตัวนานถึง 5 สัปดาห์ หลังเอ็นด้านในหัวเข่าข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
การยิงประตูแล้วได้รับบาดเจ็บจากการสไลด์เข่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์ เพราะอาจนำไปสู่ความเสียหายของหัวเข่าได้
ในมุมมองของวงการเวชศาสตร์การกีฬา การฉลองด้วยการสไลด์เข่าไม่ใช่สิ่งที่ได้รับการสนับสนุน โดย มาร์ค เลเธอร์ อดีตนักกายภาพบำบัดของ ลิเวอร์พูล และ โบลตัน กล่าวว่า การสไลด์เข่าหลังยิงประตูถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น เพราะบางครั้งแรงเสียดทาน และผืนหญ้าไม่สามารถช่วยรองรับแรงกระแทกได้
ในปี 2021 ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นซีบีไอ) ได้วิเคราะห์อาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าจำนวน 37 เคส ที่เกิดขึ้นกับนักฟุตบอลใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรป ตลอดฤดูกาล 2017/18 และ 2018/19 โดยการศึกษามุ่งเน้นไปที่อาการบาดเจ็บของเอ็นยึดข้อเข่า
เดิมทีข้อมูลที่นำมาศึกษามีทั้งหมด 56 เคส แต่มีเพียง 37 เคส เท่านั้นที่สามารถค้นหาภาพรีเพลย์และมุมกล้องได้เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์และสรุปผลอย่างแม่นยำ
จากทั้งหมด 37 เคส พบว่า 9 เคส หรือคิดเป็น 24 เปอร์เซ็นต์ นักฟุตบอลได้รับบาดเจ็บขณะสไลด์เข่าฉลองหลังยิงประตู ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากชีวกลศาสตร์ที่เป็นอันตรายของท่าดังกล่าว ซึ่งตรงกับสิ่งที่ มาร์ค เลเธอร์ ได้อธิบายเอาไว้ก่อนหน้านี้
การสไลด์เข่าทำให้หัวเข่าอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บอย่างมาก โดยข้อเข่าจะงอทำมุมประมาณ 100 องศา ลำตัวเอนไปด้านหน้า และหัวเข่าจะถูกแรงส่งจากโมเมนตัมดันให้พับเข้าด้านใน หากสภาพพื้นสนามไม่เอื้ออำนวยต่อการสไลด์อย่างสมบูรณ์แบบ อาการบาดเจ็บก็แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
การศึกษาชิ้นเดียวกันยังระบุด้วยว่า ระยะเวลาพักฟื้นโดยเฉลี่ยหลังการสไลด์เข่าที่ผิดพลาดอยู่ที่ 6 สัปดาห์
ผู้สร้างบัญชีแฟนคลับชื่อดัง "Messi FC World" ซึ่งมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 500,000 คน ยืนยันว่า ลิโอเนล เมสซี่ ไม่เคยฉลองประตูแม้แต่ครั้งเดียวด้วยการสไลด์เข่า อย่างมากที่สุด เขาอาจทรุดตัวลงคุกเข่าเพื่อฉลองชัยชนะหรือประตูที่ทำได้ คล้ายกับที่ แจร์ซินโญ่ เคยทำ แต่ไม่เคยสไลด์ไปกับพื้นเลย
บรรดานักเตะสายแกร่งในอดีตไม่เคยพูดถึงความเจ็บปวดจากการสไลด์เข่า กระทั่งโลกฟุตบอลต้องรอจนถึงปี 2018 จึงได้ฟังคำยืนยันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อ เอแด็น อาซาร์ ออกมาเปิดเผยว่า "เราต้องหยุดทำแบบนี้ หัวเข่าของผมแทบไหม้! ผมจะไม่ฉลองแบบนี้อีกแล้ว"
เว็บไซต์สถิติ Squawka รีบคำนวณข้อมูลทันที โดยจากจำนวน 96 ประตู ที่ อาซาร์ ยิงให้กับ เชลซี ณ เวลาที่เขาตัดสินใจเลิกฉลองด้วยท่านี้ พบว่าเขาเคยฉลอง 22 ประตู ด้วยการสไลด์เข่า