เจาะลึกแท็กติกโฉมใหม่ของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทัพของ อันโดนี่ อิราโอล่า ที่ปรับเปลี่ยนจากการเซ็ตบอลช้ามาเป็นบอลเข้าทำรวดเร็ว ชี้ปัญหาความคมในแนวรุกที่มีโอกาสถึง 27 ครั้งแต่ทำได้เพียง 2 ประตู
ลิเวอร์พูล เอาตัวรอดจากความปราชัยที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ต ได้แบบเส้นยาแดงผ่า 16 เมื่อได้จุดโทษในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
และต่อไปคือสิ่งที่เด็กหงส์ปลอมตัวมาอย่างผมอยากจะบอก
1. ถามว่า 'หงส์แดง' จากการทำงานของ อันโดนี่ อิราโอล่า ต่างจาก 'หงส์แดง' จากการทำงานของ อาร์เน่อ ชล๊อต อย่างไร ???
สิ่งที่เห็นคือเกมบุกที่เร็วขึ้น บอลเดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม โดยไม่ถ่ายบอลไปถ่ายบอลมาเป็นตัว U อยู่หน้ากรอบเขตโทษคู่แข่ง แล้วพยายามหาจังหวะจบทันที
เร็วขึ้นก็จริง แต่ไม่ลื่นไหล เช่นเดียวกับที่ยังไม่หนักหน่วงถึงขั้น เฮฟวี่ เมทั่ล
2. นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ลูกทีมของกุนซือชาวสเปนถึงมีโอกาสทำประตูมากมายถึง 27 ครั้ง !!!
ปัญหาคือส่วนใหญ่ของจังหวะจบ มันหนักไปทางยิงทิ้งยิงขว้างกับยิงติดบล็อคแบบไม่ค่อยได้น้ำได้เนื้อสักเท่าไหร่
ผู้เล่นเบอร์ 10 อย่าง โฟลเรียน เวี๊ยร์ตซ์ กับกองหน้าตัวเป้าอย่าง อเล็กซานเดอร์ อีซัค ประส่านกันได้ไม่ดีนัก ขณะเดียวกับที่ ริโอ เอ็นกูโมอา พอขยับไปเล่นทางขวาก็ไม่อันตรายเหมือนตอนอยู่ทางซ้าย
ภาระหนักจึงตกเป็นของ โคดี้ คักโป ในตำแหน่ง 'หน้าซ้าย' ที่ดูจะโดดเด่นสุดในหน่วยล่าสังหาร
3. สำหรับ นิวคาสเซิ่ล ที่เสียผู้เล่นสำคัญไปหลายคน ศักยภาพทีมเป็นรองมาเน้นเกมรับอย่างชัดเจน โดยไม่บีบขึ้นไปไล่บอลสูงในแดนบน และก็ไม่เข้าบดบี้ในแดนกลางซะด้วย
พวกเขาใช้วิธีการถอยต่ำลงไปปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษพลางเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนเปิดบอลเข้ามา ก่อนช่วยกันสกัดแล้วเก็บตกจังหวะ 2 ไปสวนกลับ อาศัยความเร็วของกองหน้าอย่าง โยอันน์ วิสซ่า, วิลเลี่ยม โอซูล่า และแอนโธนี่ อีลันก้า
ทีมสาลิกาดงได้ 2 ประตูจากการตัดบอลได้ในแดนตัวเองแล้วเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกรวดเดียว
4. ฟอร์มการเล่นโดยรวมของพวกพรี่ๆ ไม่ค่อยไฉไลนะครับ
นอกจากความดุดันในเกมรุกจะลดลงไปพอสมควร บ่อยครั้งที่เสียบอลง่ายๆ และใช้โอกาสอย่างพร่ำเพรื่อ การเบรคเกมรุกของมิดฟิลด์ตัวกลาง และแผงหลังก็มีปัญหา
เดชะบุญที่เจ้าถิ่นมีโอกาสย้ำหัวตะปู ด้วยการหนีเป็น 3-1 ถึง 2-3 ครั้ง แต่กลับปล่อยให้มันหลุดลอยไปในอากาศ
ต่อเมื่อมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ สุดท้ายก็มาถูกลงโทษอย่างแสบสันต์รูทวารหนักยิ่งนัก
5. ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 94 กุนซือคนใหม่ของ 'เดอะ แม็กพายส์' ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ถ่วงเวลาพลางเสริมเกมรับ ด้วยการถอดตัวรุกอย่าง โยอันน์ วิสซ่า ออก แล้วส่งปราการหลังอย่าง ฟาเบียง แชร์ ลงไปแทน
เมื่อครบ 95 นาที ผู้ตัดสินเลยทดเวลาเพิ่ม นั่นส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ได้บุกครั้งสุดท้ายแบบไม่มีอะไรจะเสีย ก่อนตัวสำรอง บิคตอร์ มูนญอซ จะถูก ลูอิส ฮอลล์ ทำฟาวล์ในเขตโทษ
มันน่าคิดนะครับว่าถ้าไม่ทะลึ่งดึงเวลา และปล่อยให้เกมดำเนินไปตามจังหวะ - จังหวะของเกมอาจจะไม่เป็นแบบนั้น และท่านตุลาการสนามคงบ้วนลมยาวผ่านนกหวีดเรียบร้อย
นี่แหละ นิวคาสเซิ่ล ที่ต่อให้น่าจะเป็นผู้ชนะอย่างไรก็มักจะไม่ชนะ ลิเวอร์พูล เหมือนบอลที่ 'แพ้ทาง' กันอย่างรุนแรง และฟัคกลิ้ง เฮลล์ !!!
#บอบู๋