ชูเอา เปโดร รับเบอร์ 9 เชลซี! เปิดตำนานคำสาปที่รอวันปลดล็อก

ชูเอา เปโดร รับเบอร์ 9 เชลซี! เปิดตำนานคำสาปที่รอวันปลดล็อก
ชูเอา เปโดร รับเสื้อหมายเลข 9 ของ เชลซี ต่อจาก เลียม ดีแลป ท่ามกลางตำนานคำสาปที่เล่นงานกองหน้าหลายราย ย้อนดูแข้งดังในอดีต

ชูเอา เปโดร กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังได้รับเสื้อหมายเลข 9 ของ เชลซี สำหรับฤดูกาลใหม่ โดยหมายเลขดังกล่าวมีตำนาน "คำสาป" ที่แฟนบอลสิงห์บลูส์หวาดหวั่นกันมานาน

เลียม ดีแลป คือเจ้าของหมายเลข 9 คนล่าสุดที่ต้องเผชิญกับคำสาปดังกล่าว และล่าสุดเสื้อหมายเลขนี้ถูกส่งต่อให้กองหน้าชาวบราซิเลียน

เรื่องราวของคำสาปหมายเลข 9 เริ่มต้นย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1999 เมื่อ คริส ซัตตัน รับเสื้อหมายเลขดังกล่าว แม้ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ จะทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการยิง 87 ประตูจาก 177 นัดให้เชลซีในฐานะหมายเลข 9 แต่หลังจากนั้นก็มีนักเตะมากกว่าหนึ่งโหลที่ประสบปัญหากับเสื้อตัวนี้

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ ดีเอโก้ คอสต้า ถูกยกให้เป็นสองกองหน้าที่ดีที่สุดของเชลซีในศตวรรษที่ 21 แต่ทั้งคู่ไม่ได้สวมหมายเลข 9 โดยดร็อกบาเคยใช้หมายเลข 15 และ 11 ส่วนคอสต้าใช้หมายเลข 19

สำหรับ ชูเอา เปโดร มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ทำลายคำสาป หลังฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำได้ถึง 15 ประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ที่ไม่รวมการยิงจุดโทษให้เชลซี

หากเขาสามารถประสบความสำเร็จกับหมายเลข 9 ได้ เปโดรจะกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ทำลายคำสาปได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากก่อนหน้านี้มีนักเตะบางรายทำผลงานได้ดี แต่ไม่มีใครได้รับการยกย่องในระดับเดียวกับ คอสต้า หรือ ดร็อกบา

ต่อไปนี้คือบรรดานักเตะที่เคยสวมหมายเลข 9 ของเชลซี นับตั้งแต่ยุค จานลูก้า วิอัลลี่ และ ฮัสเซลเบงค์ ซึ่งถือเป็นสองเจ้าของหมายเลข 9 ที่ทำผลงานโดดเด่นอย่างแท้จริง

เลียม ดีแลป

เป็นหนึ่งในนักเตะที่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะสามารถประสบความสำเร็จกับเสื้อหมายเลข 9 โดยเจ้าตัวเคยยืนยันหลังย้ายจาก อิปสวิช ทาวน์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้วว่าไม่ได้เชื่อเรื่องคำสาปดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังผ่านไปหนึ่งฤดูกาล เขาทำได้เพียง 1 ประตูในพรีเมียร์ลีก และมีเรื่องปะทะมากกว่าจำนวนประตูที่ทำได้

ดีแลป ยังมีอนาคตกับเชลซี แต่หากมีข้อเสนอที่เปิดทางให้สโมสรทำกำไรจากการขายเขา ก็มีความเป็นไปได้ที่สโมสรจะพิจารณาปล่อยตัว ขณะที่เจ้าตัวจะไม่ได้สวมหมายเลข 9 อีกต่อไปหากยังอยู่กับทีม

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

เคยเป็นหนึ่งในกองหน้าชั้นนำของ อาร์เซน่อล ย้ายมาเชลซีหลังทำไป 11 ประตูจาก 18 นัดกับ บาร์เซโลน่า

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มดังกล่าวไม่ติดตามมาที่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาทำได้เพียงประตูเดียวในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเกิดขึ้นในเกมชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 นอกจากนี้ยังยิง 2 ประตูใส่ เอซี มิลาน ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนยกเลิกสัญญากับเชลซีและย้ายไปสร้างผลงานที่ มาร์กเซย

โรเมลู ลูกากู

หากไม่มีบทสัมภาษณ์ครั้งนั้น ลูกากู อาจถูกพูดถึงในฐานะนักเตะที่สามารถทำลายคำสาปหมายเลข 9 ของเชลซีได้

เขาเริ่มต้นการกลับมาสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้อย่างมีความหวัง แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหลังเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ถึง โธมัส ทูเคิ่ล โดยระบุว่ากุนซือเลือกใช้ระบบการเล่นอีกแบบ พร้อมเปรียบเทียบกับแท็กติกของ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเป็นทีมที่เขาต้องการกลับไปเล่นด้วย

สุดท้าย ลูกากู ปิดฉากช่วงเวลาที่เชลซีด้วยผลงาน 8 ประตูจาก 26 นัด

แทมมี่ อบราแฮม

หนึ่งในสองนักเตะจากลุ่มอาถรรพ์เบอร์ 9 ที่สามารถถูกมองว่าประสบความสำเร็จกับเชลซี

เขาเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของสโมสร ทำให้ไม่ได้แบกรับความกดดันเท่ากับนักเตะที่ถูกซื้อเข้ามาด้วยค่าตัวมหาศาล แต่หัวหอกชาวอังกฤษก็ทำผลงานได้ดี ด้วยการยิง 21 ประตูจาก 58 นัดในฐานะดาวรุ่งที่กำลังแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีก

กอนซาโล่ อิกวาอิน

ย้ายมาเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และได้กลับมาร่วมงานกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งเคยทำงานด้วยกันอย่างยอดเยี่ยมที่ นาโปลี

เขายิงได้ 5 ประตูจาก 14 นัด ซึ่งไม่ถือว่าเป็นผลงานที่เลวร้าย แต่ก็ยังต่ำกว่าที่คาดหวังจากกองหน้าระดับแถวหน้าของยุโรป

อัลบาโร่ โมราต้า

ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 60 ล้านปอนด์ หลังยิง 15 ประตูจาก 26 นัดให้ทีมในวัยเด็กของเขา

เขาทำได้ 16 ประตูจาก 47 นัดให้เชลซี แต่ส่วนใหญ่กลับถูกมองว่าเป็นการย้ายทีมที่ล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น

ราดาเมล ฟัลเกา

เคยประสบปัญหากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก่อนที่จะย้ายมาเชลซีด้วยสัญญายืมตัวจาก โมนาโก

เขาทำได้เพียง 1 ประตูจาก 10 นัด และไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส

เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่อาจเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จกับเชลซี แม้จะไม่ได้ทำผลงานได้สมกับความคาดหวังทั้งหมด

ดาวยิงชาวสเปนย้ายจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสถิติ 50 ล้านปอนด์ในเวลานั้น และแม้จะทำผลงานน่าผิดหวังอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ยิงประตูสำคัญในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกกับ บาร์เซโลน่า รวมถึงทำประตูในนัดชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก

อย่างไรก็ตาม ผลงานรวม 20 ประตูจาก 110 เกมพรีเมียร์ลีกถือว่าน้อยกว่าที่คาดหวังไว้มาก

ฟรังโก้ ดิ ซานโต

ไม่สามารถทำประตูให้เชลซีได้เลยตลอด 8 นัดที่ลงสนาม ผลงานจึงถือว่าน่าผิดหวัง

สตีฟ ซิดเวลล์

ไม่สามารถทำประตูได้จาก 15 นัดที่ลงสนามให้เชลซี

อย่างไรก็ตาม เขาเป็นกองกลาง ไม่ใช่กองหน้าโดยธรรมชาติ จึงอาจไม่ยุติธรรมที่จะนำผลงานของเขามาเปรียบเทียบกับบรรดาหัวหอกที่เคยสวมหมายเลข 9 แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้มากนัก ก่อนย้ายไป แอสตัน วิลล่า

คาลิด บูลาห์รูซ

เป็นอีกคนที่ตำแหน่งการเล่นทำให้การสวมเสื้อหมายเลข 9 ดูไม่เหมาะสม เพราะเขาเป็นกองหลัง

หมายเลขดังกล่าวถูกมอบให้เขาเพราะเป็นหนึ่งในหมายเลขที่ยังไม่มีนักเตะของเชลซีจับจองในช่วงที่ย้ายเข้ามา แม้จะเริ่มต้นเส้นทางกับสโมสรได้อย่างน่าประทับใจ แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บหลายครั้งทำให้เขาถูกแทนที่ด้วย จอห์น เทอร์รี่ และ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่

เอร์นาน เกรสโป

ถือว่าทำผลงานได้ดีพอสมควรกับเชลซี หลังยิง 20 ประตูจาก 49 เกมพรีเมียร์ลีก และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

เขายังคงเป็นที่จดจำของแฟนบอลในฐานะกองหน้าระดับคุณภาพที่มีทักษะยอดเยี่ยม แต่หากมองย้อนกลับไป เกรสโปอาจทำผลงานได้สูงกว่านี้อีกกับการเล่นในสีเสื้อเชลซี

มาเตย่า เคซมัน

หลังจาก ฮัสเซลเบงค์ สร้างผลงานยอดเยี่ยมกับหมายเลข 9 เคซมัน กลับทำผลงานได้ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

กองหน้าชาวเซอร์เบียยิงได้เพียง 7 ประตูจาก 41 นัดในพรีเมียร์ลีก แม้จะมีช่วงเวลาสำคัญด้วยการทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษของเกมลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศกับ ลิเวอร์พูล ก็ตาม

ดังนั้น ภารกิจของ ชูเอา เปโดร จึงไม่ใช่เพียงการสวมเสื้อหมายเลข 9 ของเชลซีเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนานของหมายเลขที่แฟนบอลสิงห์บลูส์เฝ้ารอให้ใครสักคนเข้ามา "ลบคำสาป" ให้ได้เสียที



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport