ลิเวอร์พูล มีแบ็กขวาอาชีพในทีมชุดใหญ่เพียงรายเดียว แต่เจ้าตัวกำลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บระยะยาว นั่นทำให้สโมสรต้องเผชิญกับความเสี่ยงเกี่ยวกับตัวเลือกในตำแหน่งนี้ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลใหม่
คอเนอร์ แบรดลี่ย์ จะเป็นตัวจริงแบบไร้ข้อกังขาสำหรับ อันโดนี่ อิราโอล่า หากเขาไม่ได้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า ซึ่งจะทำให้พลาดลงสนามช่วงเริ่มต้นซีซั่น 2026/27
เมื่อไม่มี แบรดลี่ย์ เฮดโค้ชลิเวอร์พูลจึงเหลือตัวเลือกเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีในบทบาทวิงแบ็ก, เซนเตอร์แบ็ก 2 รายที่สามารถขยับมาเล่นด้านข้างได้, ตัวสำรองที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก รวมถึงกองกลางอีกจำนวนหนึ่ง
สำหรับสโมสรที่ควรวางเป้าหมายในการลุ้นแชมป์ในทุกฤดูกาล ตำแหน่งแบ็กขวาของ "หงส์แดง" ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง และกลายเป็นอีกหนึ่งการเดิมพันในตลาดซื้อขายนักเตะของสโมสร
- ลิเวอร์พูลเลือกกองหลังไฮบริดแทนแบ็กขวาโดยธรรมชาติ
แนวรับของ ลิเวอร์พูล โดยรวมจำเป็นต้องได้รับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ และสถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในปีหน้า หาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ซึ่งกำลังจะหมดสัญญา ไม่ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่
เฌเรมี ฌักเกต์ เข้ามาทดแทน อิบราฮิม่า โกนาเต้ ในขุมกำลังโดยตรง แต่เมื่อ โจวานนี่ เลโอนี่ ยังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากอาการเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก และ โกเมซ ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บอีกครั้ง การเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นๆ
แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า "เดอะ เร้ดส์" กำลังมองหากองหลังแบบ “ไฮบริด” หรือผู้เล่นที่สามารถรับบทบาทได้ทั้งเซนเตอร์แบ็กและแบ็กขวา แต่สิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญกลับไม่ใช่คุณสมบัติของแบ็กขวาโดยตรง
ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล เลือกคว้าตัว โรนัลด์ อเราโฮ กัปตันทีมบาร์เซโลน่า ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญกับทีมในฤดูกาลนี้ แต่เขาไม่ได้เป็นแบ็กขวาโดยธรรมชาติ
นั่นหมายความว่า ณ เวลานี้ ลิเวอร์พูลจะเริ่มต้นฤดูกาลโดยไม่มีแบ็กขวาอาชีพในทีม เนื่องจาก แบรดลี่ย์ ยังคงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เจเรมี่ ฟริมปง เหมาะกับการเล่นในบทบาทวิงแบ็กหรือตัวริมเส้นมากกว่า
เมื่อนำสถิติอาการบาดเจ็บของพวกเขามาพิจารณาร่วมด้วยจะพบว่านักเตะ 2 รายที่ลิเวอร์พูลมองว่าเป็น "ตัวจริง" พลาดการลงสนามรวมกันถึง 53 เกมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ คาลวิน แรมซี่ย์ ยังไม่อยู่ในระดับที่จะก้าวขึ้นมารับบทบาทดังกล่าวได้อย่างเต็มตัวหลังจบช่วงปรีซีซั่น
ทั้งที่ฤดูกาลใหม่ยังไม่ทันเริ่มต้น ลิเวอร์พูล ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ็ก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อขุมกำลังของ อิราโอล่า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไม่มีหลักประกันว่า ฟริมปง จะสามารถรักษาความฟิตได้ตลอดฤดูกาล หรือ แบรดลี่ย์ จะสามารถกลับมาและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วหลังหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว
- เชื่อมั่นในระยะยาว แต่กำลังเสี่ยงในระยะสั้น
อิราโอล่า ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ แบรดลี่ย์ แม้ว่านักเตะยังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บ และเชื่อว่าเขาคืออนาคตในระยะยาวของสโมสร
นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ "เดอะ เร้ดส์" มีความมั่นใจในระยะยาว แต่ยังมีข้อกังวลอย่างชัดเจนในระยะสั้น สำหรับขุมกำลังที่อิราโอล่า เข้ามารับช่วงต่อ
ด้วยบทบาทของฟูลแบ็กที่มีความสำคัญอย่างมากต่อสไตล์การเล่นของเขา ทั้งการสร้างความกว้างให้เกมรุก, ดึงแนวรับคู่แข่งให้ยืดออกจากกัน, สร้างโอกาสจากริมเส้น รวมถึงการเติมเกมแบบโอเวอร์แลปและอันเดอร์แลป ทำให้ แบรดลี่ย์ และ มิลอส เคอร์เคซ ถือว่ามีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ
ทั้งคู่มีศักยภาพทางร่างกายมากพอที่จะรับมือและหยุดปีกของคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ฟริมปง ไม่ได้โดดเด่นที่สุด ขณะเดียวกันพวกเขายังสามารถพาบอลขึ้นหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่จุดเด่นหลักของกองหลังแบบไฮบริดอย่าง อเราโฮ
แน่นอนว่าไม่มีนักเตะคนใดที่เหมาะสมกับระบบได้สมบูรณ์ ขนาด เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็มีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดในเกมของเขา แต่สิ่งที่ ลิเวอร์พูล หวังก็คือ ฟริมปง จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเหมาะสมกับทีมและสามารถรักษาความฟิตได้ หลังจากต้องเผชิญกับความยากลำบากในฤดูกาลแรกกับสโมสร
อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่มีหลักประกันว่า แบรดลี่ย์ จะกลับมาเป็นนักเตะแบบไหนหลังหายจากอาการบาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้ "หงส์แดง" จึงกำลังเดิมพันกับความเสี่ยงที่อาจย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาได้
- ลิเวอร์พูล ต้องพึ่งพาการฟื้นตัวของ แบรดลี่ย์ ตลอดทั้งซีซั่น
แบรดลี่ย์ ต้องพักรักษาตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม หลังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงทั้งกระดูกและเอ็นบริเวณหัวเข่าซ้าย และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเขาจะสามารถกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้ในเร็ว ๆ นี้
หากเขาสามารถกลับมาได้ภายในเดือนตุลาคม ซึ่งจะเท่ากับต้องพักยาวอย่างน้อย 10 เดือน แบรดลี่ย์ ก็จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างระมัดระวังเมื่อกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอีกครั้ง
นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ยังคงกำลังเดิมพันกับแบ็กขวาอาชีพเพียงรายเดียวของพวกเขา โดยหวังว่าแบรดลีย์จะสามารถเรียกจังหวะการเล่นของตัวเองกลับมาได้ และไม่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บซ้ำเมื่อกลับคืนสู่ทีมในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเป็นคำตอบสำหรับตำแหน่งนี้ตลอดทั้งฤดูกาลได้ และสถานการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ อิราโอล่า เข้าใกล้จุดที่ต้องยอมปรับลดหรือประนีประนอมกับสิ่งที่เขาต้องการจากตำแหน่งแบ็กขวามากขึ้น เพื่อรับมือกับการขาดแคลนตัวเลือกตามธรรมชาติในตำแหน่งนี้
- ต้องเสริมแบ็กขวาแก้ปัญหาระยะยาว
การใช้งาน อเราโฮ หรือ โกเมซ ในตำแหน่งฟูลแบ็กเป็นครั้งคราวในบางเกมถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ ลิเวอร์พูล กำลังเสี่ยงที่จะทำให้พวกเขา หรือแม้กระทั่งกองกลาง ต้องรับผิดชอบหน้าที่ดังกล่าวไปอีกหนึ่งฤดูกาล
ในฤดูกาลที่ทีมต้องลงเล่นมากกว่า 50 นัด ทั้งใน พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลถ้วยในประเทศ การบังคับให้ อิราโอล่า ต้องปรับเปลี่ยนสิ่งที่เขาต้องการจากตำแหน่งแบ็กขวาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าใครฟิตพร้อมลงสนามนั้น ไม่ใช่เพียงการประนีประนอม แต่กำลังกลายเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเอง
แม้ตลาดซื้อขายนักเตะจะยังเหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ และยังมีความหวังเล็ก ๆ ว่า ลิเวอร์พูล อาจเร่งมือแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวในขุมกำลัง แต่ ณ ตอนนี้ พวกเขากำลังเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการเลือกเสริมทัพด้วย กองหลังแบบไฮบริดเพียงรายเดียว