อาร์เซน่อลแพ้สเปอร์ส แพ้บียาร์เรอัล ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่ฤดูกาล 2025/26
จบฤดูกาลทีมปืนใหญ่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูลแพ้เปรสตัน นอร์ธเอนด์ เสมอลาส ปัลมาส ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเข้าฤดูกาล 2024/25 ขณะที่การเตรียมความพร้อมก่อนซีซั่น 2019/20 แพ้ทั้งดอร์ทมุนด์ เซบีย่า และยังถูกนาโปลีถลุงยับ 0-3
ทีมหงส์แดงจบซีซั่น 2 คราวนั้นด้วยตำแหน่งแชมป์ที่สวยงาม ทิ้งผู้ตามขาดลอย
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็แพ้ 2 จาก 3 เกมในการอุ่นเครื่องก่อนทำศึกฤดูกาล 2018/19 ที่พวกเขาได้ 98 แต้ม.. แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ จิโรน่า ในฤดูกาลก่อนนั้นที่โกย 100 แต้ม
ทั้งหมดที่ว่ามา แฟนบอลหลายคนรู้สึกกังวลกับผลงานของทีมในเกมอุ่นเครื่อง กระทั่งบางคนก่นด่าด้อยค่าทีมตัวเองและยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่เปิด เพียงเพราะเห็นปัญหาของทีมในช่วงปรีซีซั่น
เชลซีในมือกุนซือใหม่ อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อฤดูกาล 2016/17 ก็จั่วหัวด้วยการพ่าย ราปิด เวียนนา ดื้อ ๆ
จะให้แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามยามนั้นมีความหวังเรืองรองได้ยังไง ซีซั่นที่เพิ่งผ่านไปก็เต็มไปด้วยปัญหา ต้องเปลี่ยนโค้ช และอันดับรูดลงไปจบที่ 10
ฤดูกาลที่รออยู่ก็ไม่ได้เสริมบิ๊กเนมเข้าตา กองหน้าที่เข้ามาแค่ มิตชี่ บาตชูอายี่ กองกลางเอนโกโล่ ก็องเต้ และกองหลัง ดาวิด ลุยซ์ กับ มาร์กอส อลอนโซ่ แล้วไหนยังต้องสู้กับทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าที่เข้าไปรับงานกับ 2 ทีมใหญ่เมืองแมนเชสเตอร์
ความหวังร่ำเรี่ยเตี้ยติดดิน เข้าสู่ฤดูกาลก็ยังขลุกขลัก กันยายนทั้งเดือนเก็บได้แค่แต้มเดียว จนกระทั่งคอนเต้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบหลังโดนอาร์เซน่อลถล่ม 0-3 นั่นแหละ
แน่นอนครับ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเกมอุ่นเครื่องก็คือเกมอุ่นเครื่อง แต่บางครั้งรูปเกมที่เห็นจากการอุ่นเครื่องและผลการแข่งขันที่ออกมาสามารถทำให้เรานอนไม่หลับด้วยความกังวลได้เหมือนกัน
เพราะเราได้เห็นปัญหาของทีมทั้งปัญหาเก่าและความปวดหัวใหม่ ๆ ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่ยังไม่ลงตัว ได้เห็นสภาพทีม ได้เห็นขุมกำลัง มองไปตรงไหนก็เห็นแต่ความไม่พร้อมไปเสียทุกอย่าง
เราเห็นปัญหานู่น เห็นอุปสรรคนี่ เห็นความไม่พร้อมนั่น จนบางทีอาจลืมไปว่ามีบางอย่างที่เราไม่เห็นเช่นกันนั่นคือคนอื่น
เราโฟกัสที่ความพ่ายแพ้และเกมอุ่นเครื่องที่ไม่ดีของตัวเอง จนไม่ทันได้สังเกตว่ามันไม่ได้มีเพียงเราทีมเดียวที่แพ้ ทีมอื่น ๆ ที่ไม่รอดในช่วงอุ่นเครื่องก็มีเหมือนกัน
แล้วเราก็จมและกังวลอยู่กับสิ่งที่เห็นในการอุ่นเครื่องจนรู้สึกหดหู่ไปหมด สภาพแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้เขากันล่ะ คล้ายกับว่าทุกอย่างตัดสินกันเรียบร้อยแล้วจากสิ่งที่เห็นเวลานี้
น้อยครั้งนะครับที่เราจะได้เห็นทีมไหนสักทีมเล่นเป็นพระเอกทุกนัดตั้งแต่เกมอุ่นเครื่อง ชนะสวย ๆ 3-4 ประตูทุกนัดไปตลอดตั้งแต่อุ่นเครื่องเกมแรกไปจนถึงวันเปิดฤดูกาล
เพราะเอาเข้าจริงแล้วบางทีเกมอุ่นเครื่องนั้นการมองเห็นปัญหาและการได้เห็นผลลัพธ์จากสิ่งที่โค้ชอยากเห็นสำคัญกว่าผลการแข่งขันมาก
ทำไม มาร์โก ปาเลสตร้า แบ๊กขวาคนใหม่ทีมชาติอิตาลีของเชลซีถึงถูกโยกไปเล่นวิงแบ๊กฝั่งซ้ายในเกมล่าสุด ทำไม ริโอ เอนกูโมอา ปีกซ้ายอันตรายของลิเวอร์พูลถึงถูกจับไปเล่นปีกขวาในช่วงอุ่นเครื่องรอบนี้ หรือทำไมในการเล่นของนักเตะบางคนของทีมอื่น ๆ จึงดูแปลกไปจากที่คุ้นเคย
ชาบี อลอนโซ่ อันโดนี่ อิราโอล่า และเพื่อนร่วมอาชีพย่อมรู้ว่าตำแหน่งถนัดของลูกทีมแต่ละคนอยู่ตรงไหน แต่ก็อีกเช่นกัน พวกเขาย่อมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และต้องการเห็นอะไร
เขาคงไม่ได้ใส่ใจกับผลการอุ่นเครื่องที่ออกมามากเท่ากับการได้รู้คำตอบของสิ่งที่อยากเห็นนั้น เพื่อจะได้นำไปประเมินร่วมกับผลลัพธ์อีก 3-4-5-6 อย่างที่ลองทำในเกมนั้น ๆ
ฟุตบอลลีกไม่เคยตัดสินกันที่ผลอุ่นเครื่อง มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ยิ่งไม่ใช่การตัดสินอนาคตของทีม
แน่นอนครับ ยังมีงานให้ต้องทำอีกมาก แต่ละคนก็เจอโจทย์ที่ยากง่ายแตกต่างกันออกไป ทั้งแท็คติกการเล่น ทั้งผลงานส่วนตัวของนักเตะ ทั้งตำแหน่งที่ยังขาด จุดที่ต้องเสริม
หลายครั้งที่ตลอดการอุ่นเครื่อง โค้ชยังแก้ปัญหาไม่ตก ต้องไปตามแก้กันต่อในช่วงฤดูกาลเปิด
แก้เร็ว แก้ทัน ก็ดีไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้ แก้ไม่ทัน มันก็กลายเป็นความเสียเปรียบ
ความเป็นไปของฤดูกาลแข่งขันจริงจึงขึ้นอยู่กับการมองเห็นปัญหาและความสามารถในการแก้ไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าผลการแข่งขันหรือรูปเกมที่ออกมาในการอุ่นเครื่อง
เพราะรูปเกมที่ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดีอย่างนั้นไปตลอด มันเป็นหน้าที่ของโค้ช ทีมงาน และนักฟุตบอลที่ต้องพยายามแก้ไขมันให้ได้อยู่แล้ว
รูปเกมที่ย่ำแย่ในการอุ่นเครื่อง อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำให้ทีมเสียแต้มหรือคู่แข่งมีแต้ม เพราะทุกทีมยังไม่มีคะแนนในมือเหมือน ๆ กัน
เราคงไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าโค้ชแต่ละคนจะแก้ไขปัญหาที่มองเห็นใน 3-4 เกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาได้ดีแค่ไหน ได้แต่ให้เวลาเป็นผู้มอบคำตอบ
วัดกันที่ใครจะจัดการกับปัญหาที่มีอยู่ได้ดีกว่า ได้รับการสนับสนุนจากสโมสรที่ตรงจุดกว่าและทันเวลากว่า พ่วงด้วยเงื่อนไขทั้งที่เกื้อหนุนและอุปสรรคที่อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้
ฤดูกาลหนึ่งยาวนาน 9-10 เดือน ยังมีอะไรระหว่างทางที่โผล่ขึ้นมาได้อีกทั้งนั้น ทั้งเรื่องที่เป็นคุณและเป็นโทษ
ที่แน่ ๆ ไม่มีทางเลยที่ฟุตบอลลีกจะตัดสินกันไปเรียบร้อยแล้วเพียงเพราะผลการแข่งขันที่ดีหรือแย่ในช่วงเตรียมตัวก่อนเปิดฤดูกาล
มิเกล อาร์เตต้า, เอนโซ่ มาเรสก้า, ไมเคิ่ล คาร์ริค, อันโดนี่ อิราโอล่า, ชาบี อลอนโซ่, โรแบร์โต้ เด แซร์บี และโค้ชคนอื่น ๆ
ต่างคนต่างก็มีปัญหาที่ต้องเจอ น่าสนใจนะครับว่าใครจะแก้ปัญหาได้ราบรื่นที่สุด
============
ผลการอุ่นเครื่องปรีซีซั่น 2026/27 ของทีมในกลุ่ม Big6
อาร์เซน่อล
-ชนะ จิโรน่า 4-1
-แพ้ เรอัล เบติส 1-3
-แพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-3
เกมที่เหลือ: โคโม่ (พุธ 12 ส.ค.) / แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อาทิตย์ 16 ส.ค. คอมมิวนิตี้ชิลด์)
แมนฯ ซิตี้
-เสมอ อินเตอร์ มิลาน 1-1
-ชนะ รวมดาราเคลีก 3-1
-ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-1
เกมที่เหลือ: อาร์เซน่อล (อาทิตย์ 16 ส.ค. คอมมิวนิตี้ชิลด์)
แมนฯ ยูไนเต็ด
-แพ้ เร็กซ์แฮม 0-1
-ชนะ โรเซนบอร์ก 5-0
-ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1
-เสมอ เปแอสเช 1-1
เกมที่เหลือ: ลีดส์ ยูไนเต็ด (พุธ 12 ส.ค.) / เอซี มิลาน (เสาร์ 15 ส.ค.)
ลิเวอร์พูล
-ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2
-ชนะ เร็กซ์แฮม 1-0
-แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-4
-แพ้ โมนาโก 2-3
เกมที่เหลือ: โคโม่ (อาทิตย์ 16 ส.ค.)
เชลซี
-ชนะ เวสเทิร์น ซิดนี่ย์ วันเดอเรอร์ส 6-4
-แพ้ สเปอร์ส 1-2
-แพ้ ยูเวนตุส 0-1
-ชนะ เอซี มิลาน 3-0
-เสมอ ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม 3-3
เกมที่เหลือ: เรอัล โซเซียดาด (เสาร์ 15 ส.ค.)
สเปอร์ส
-ชนะ เอมเค ดอนส์ 1-0
-ชนะ โอ๊คแลนด์ เอฟซี 2-0
-เสมอ ซิดนี่ย์ เอฟซี 1-1
-ชนะ เชลซี 2-1
-เสมอ เกตาเฟ่ 1-1
เกมที่เหลือ: ฮอฟเฟนไฮม์ (เสาร์ 15 ส.ค.)
ตังกุย