เวสต์ ยอร์กเชียร์สั่นสะเทือน! เมื่อ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ปิดดีลคว้าตัว เจมส์ แทรฟฟอร์ด นายประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ วัย 23 ปี จากแมนฯ ซิตี้ ด้วยราคารวมโบนัสสูงถึง 45 ล้านปอนด์ (หรือราว 40 ล้านปอนด์สำหรับค่าตัวช่วงแรก) สร้างสถิติเป็นนายทวารชาวสหราชอาณาจักรที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติเดิม 30 ล้านปอนด์ที่เอฟเวอร์ตันเคยจ่ายให้ซันเดอร์แลนด์เพื่อคว้า จอร์แดน พิคฟอร์ด เมื่อปี 2017
การย้ายทีมครั้งนี้ยังส่งให้ แทรฟฟอร์ด ก้าวขึ้นไปติดท็อปนายทวารค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของโลก เป็นรองเพียงแค่ อาร์รีซาบาลาก้า, อลิสซง เบ็คเกอร์ และ อ็องเดร โอนานา เท่านั้น
แทรฟฟอร์ด เพิ่งย้ายจากเบิร์นลีย์กลับสู่อ้อมอกแมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ก่อน โดยหวังจะก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งภายใต้การทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทว่าหลังจากนั้นเพียง 4 สัปดาห์ การมาของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารระดับแชมเปียนส์ลีกจากเปแอสเช ในช่วงเดือนกันยายน ได้ดับฝันของเขาทันที ทำให้แทรฟฟอร์ดได้ลงเล่นไปเพียง 17 นัดรวมทุกรายการ (ในลีก 4 นัด) แม้จะมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แดเนียล ฟาร์เคอ กุนซือลีดส์ มองเห็น "เพดานศักยภาพ" อันไร้ขีดจำกัดของมือกาวรายนี้ แม้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แทรฟฟอร์ด จะมีค่าตัวรวมสูงถึง 82 ล้านปอนด์ แต่ได้ลงเล่นบนลีกสูงสุดไปเพียง 32 นัดก็ตาม
จุดขายสำคัญของ แทรฟฟอร์ด อยู่ที่ผลงานระดับพรีเมียมกับเบิร์นลีย์ ซึ่งเจ้าตัวคลีนชีตไปถึง 29 นัด เสียไปแค่ 16 ประตูจาก 45 นัด พร้อมเซฟกระจุย 84.47% พาทีมเลื่อนชั้น จน สกอตต์ พาร์กเกอร์ กุนซือในขณะนั้นยกย่องว่าเขาคือผู้รักษาประตูระดับ "เวิลด์คลาส"
ก้าวสู่เอลแลนด์ โรด... โอกาสเขย่าบัลลังก์ "จอร์แดน พิคฟอร์ด" ในแคมป์สิงโตคำราม
การย้ายมาลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอในพรีเมียร์ลีกกับลีดส์ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ แทรฟฟอร์ด ก้าวขึ้นไปท้าชิงตำแหน่งนายทวารมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษจาก จอร์แดน พิคฟอร์ด
แม้ พิคฟอร์ด วัย 32 ปี จะเป็นเสาหลักให้ทัพ "สิงโตคำราม" มาอย่างยาวนาน (ลงเล่น 91 นัด คลีนชีต 44 นัด และผ่านทัวร์นาเมนต์ใหญ่ถึง 33 นัด) อีกทั้งยังเป็นตัวจริงพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด แต่ด้วยวัยที่จะเตะหลัก 34 ปีในศึกยูโร 2028 ทีมชาติอังกฤษจำเป็นต้องมองหามือหนึ่งคนใหม่ในระยะยาว
แม้ในฟุตบอลโลก 2026 ดีน เฮนเดอร์สัน จอมหนึบคริสตัล พาเลซ จะถูกมองว่าเป็นมือสองต่อจากพิกฟอร์ด แต่การที่แทรฟฟอร์ดได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในพรีเมียร์ลีกกับลีดส์ จะเป็นเวทีทองให้เขาได้ปล่อยของอย่างเต็มที่
เปรียบเทียบสถิติและประสบการณ์:
จอร์แดน พิคฟอร์ด: ผ่านพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 362 นัด คลีนชีต 98 นัด มีสถิติป้องกันประตูที่คาดว่าจะเสีย (Expected Goals Prevented) และเปอร์เซ็นต์การเซฟเหนือกว่าอย่างชัดเจนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
เจมส์ แทรฟฟอร์ด: แม้ประสบการณ์ในลีกสูงสุดยังน้อย และสถิติ Opta ชี้ว่ายังไม่สามารถเซฟลูกยากเกินคาด (xG) ได้มากนัก แต่จุดเด่นคือผลงานระดับชาติตั้งแต่ชุดเยาวชน พาทีมชาติอังกฤษ U21 คว้าแชมป์ยูโร 2023 โดยไม่เสียเลยสักประตูเดียวตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์
แม้หนทางจะยังอีกยาวไกล และพิคฟอร์ดยังคงฟอร์มเหนียวแน่นกับเอฟเวอร์ตัน แต่การตัดสินใจถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อย้ายมาเป็นหัวเรือใหญ่ในเกมรับให้ลีดส์ ยูไนเต็ด จะเป็นเวทีพิสูจน์ชั้นดีว่า เจมส์ แทรฟฟอร์ด มีดีพอที่จะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในทัพสิงโตคำรามชุดใหญ่หรือไม่!