เบื้องหลังการอำลาตำแหน่งกุนซือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ของ เอ็ดดี้ ฮาว หลังคุมทัพ 5 ปีเต็ม เผยฟางเส้นสุดท้ายเรื่องนโยบายซื้อขายนักเตะ
ข่าวการอำลาตำแหน่งของ เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อไม่นานมานี้
มันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านตัวบุคคล แต่มันคือการสิ้นสุด "โปรเจกต์แห่งความหวัง" ที่สร้างกันมานานกว่า 5 ปี
อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ชายผู้พา นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กลับมาผงาดบนเวทียุโรปตัดสินใจเดินหันหลังให้ทีม?
ร่วมติดตามไปพร้อมกันที่ SIAMSPORT
บทเรียนจากอดีต
หากจะเข้าใจการจากไปของ เอ็ดดี้ ฮาว เราต้องย้อนกลับไปดูบาดแผลเก่าในใจของเขาที่ บอร์นมัธ
ลุค เอ็ดเวิร์ดส์ จาก The Telegraph วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ฮาว กังวลเรื่องการอยู่กับทีมนานเกินไปจนถึงจุดที่ทีมเสื่อมถอย เหมือนที่เขาเคยเผชิญตอนพา บอร์นมัธ ตกชั้น
"ฮาว มาถึงจุดสิ้นสุด ทั้งในแง่อารมณ์ สภาพจิตใจ และร่างกาย... เขาไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว" นั่นคือบทสรุปที่ชัดเจนที่สุด
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาแบกรับความกดดันมหาศาลจากการสร้างทีมที่คนทั่วโลกจับตามอง จนกลายเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสโมสร ด้วยสถิติชนะ 112 นัดจาก 231 เกม
และความสำเร็จอย่างแชมป์ คาราบาว คัพ 2024/25 รวมถึงการเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของสโมสร
วิสัยทัศน์เริ่มสวนทาง
ความเหนื่อยล้าทางกายอาจพอเยียวยาได้ แต่ความสั่นคลอนในความเชื่อมั่นนั้นยากกว่า ฮาว เริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในโปรเจกต์ของเจ้าของสโมสรชาวซาอุดีอาระเบีย
การต้องเสียขุมกำลังหลักอย่าง แอนโธนี กอร์ดอน ให้กับ บาร์ซา และ ซานโดร โตนาลี ให้กับคู่แข่งร่วมลีกในซัมเมอร์นี้ รวมถึงกระแสข่าวการย้ายทีมของ บรูโน กิมาไรส์ ทำให้เขาตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์การซื้อขายนักเตะของทีม
เมื่อตัวผู้เล่นหลักที่เขาสร้างมากับมือถูกถอดออกไปทีละชิ้น การจะขับเคลื่อนเครื่องจักรนี้ต่อไปจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
ชายผู้มาพร้อมกับ "DNA แห่งชัยชนะ"
เมื่อยุคสมัยของ ฮาว สิ้นสุด นิวคาสเซิ่ล ตัดสินใจเบนเข็มไปหา มัทธีอัส ไยส์เล่อ กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันวัย 38 ปี ซึ่งมีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา
มัทธีอัส ไยส์เล่อ คือผลผลิตจากโรงเรียนลูกหนังสายเลือดเยอรมันที่สร้างชื่อจากการพา เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรก และคว้าแชมป์ลีกออสเตรีย 2 ปีซ้อน
ก่อนจะไปสร้างความยิ่งใหญ่ในเอเชียด้วยการพา อัล อาห์ลี คว้าแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท 2 สมัยติดต่อกัน
แต่โจทย์สำคัญที่กุนซือใหม่ต้องเจอ คือการประคองสปิริตในห้องแต่งตัวที่เริ่มมีความเป็นลบให้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
ตัน กวาร์ดิโอล่า