เจาะเบื้องหลัง เชลซี ปิดดีลคว้า มอร์แกน โรเจอร์ส จาก แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวสถิติ 117 ล้านปอนด์ หลังเร่งเจรจาเพียง 48 ชั่วโมง โดยมี ชาบี อลอนโซ่, ผู้บริหาร และนักเตะในทีมร่วมโน้มน้าว พร้อมเปิดเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “สิงห์บลูส์” ปาดหน้า อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ
เชลซี ใช้เวลานานกว่า 2 ปีในการติดตามและไล่ล่าตัว มอร์แกน โรเจอร์ส ก่อนที่ทุกอย่างจะลงเอยอย่างสมบูรณ์ ด้วยการตกลงจ่ายค่าตัวให้ แอสตัน วิลล่า สูงถึง 117 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,148 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ โรเจอร์ส กลายเป็นนักเตะอังกฤษที่มีค่าตัวแพงที่สุด และเป็นอีกหนึ่งดีลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์
ข่าวการย้ายทีมถูกเปิดเผยโดย ดิ แอธเลติก เมื่อวันเสาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ดาวเตะวัย 23 ปีจะลงสนามช่วย ทีมชาติอังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 ในเกมชิงอันดับ 3 ศึก ฟุตบอลโลก 2026
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า ช่วงเวลาสำคัญของดีลเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง
เชลซีเริ่มเปิดการเจรจากับ แอสตัน วิลล่า และตัวแทนของ โรเจอร์ส อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี หนึ่งวันหลังจาก อังกฤษ แพ้ อาร์เจนตินา ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก
จากนั้นในวันศุกร์ ชาบี อลอนโซ่ ผู้จัดการทีมเชลซี โทรศัพท์พูดคุยกับ โรเจอร์ส ด้วยตัวเอง เพื่ออธิบายแผนการทำทีม รวมถึงบทบาทที่สโมสรเตรียมไว้ให้ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวได้ภายในวันเดียวกัน
การเจรจาขั้นสุดท้ายเสร็จสิ้นในวันเสาร์ หลัง เชลซี แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ต้องการตัว โรเจอร์ส อย่างจริงจัง และพร้อมผลักดันดีลให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
ดีลครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงของเชลซีหลายคนร่วมผลักดัน ไม่ว่าจะเป็น พอล วินสแตนลีย์, ลอเรนซ์ สจ๊วร์ต, โจ ชีลด์ส และ แซม จิวเวลล์
นอกจากนี้ รีซ เจมส์ กัปตันทีมเชลซี ยังได้พูดคุยกับ โรเจอร์ส ระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษ ขณะที่ โคล พาลเมอร์ ซึ่งมีความสนิทสนมกับนักเตะ ก็ส่งข้อความชักชวนให้ย้ายมาเล่นด้วยกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์
ความเคลื่อนไหวจากทุกฝ่ายทำให้ โรเจอร์ส รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของ “สิงโตน้ำเงินคราม” และเชื่อมั่นว่าเขาคือผู้เล่นที่สโมสรต้องการอย่างแท้จริง
หนึ่งในภารกิจสำคัญของ เชลซี ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์คือ การเสริมแนวรุกที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงได้ทันที
แม้สโมสรจะจัดทำรายชื่อเป้าหมายไว้หลายราย แต่ โรเจอร์ส คือผู้เล่นที่ฝ่ายบริหารและ อลอนโซ่ เห็นตรงกันว่าเหมาะสมที่สุด
จุดเด่นสำคัญของดาวเตะทีมชาติอังกฤษคือความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น
นอกจากคุณภาพในสนามแล้ว เชลซี ยังประทับใจสภาพร่างกาย ความแข็งแกร่ง ทัศนคติ และบุคลิกของนักเตะ โดยมองว่า โรเจอร์ส เป็นคนถ่อมตัว ไม่มีอีโก้ และสามารถปรับตัวเข้ากับห้องแต่งตัวได้เป็นอย่างดี
แหล่งข่าวจาก วิลล่า ยังยกย่องความเป็นมืออาชีพ ความอ่อนน้อม และวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเขา พร้อมเชื่อว่า โรเจอร์ส มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นผู้นำของทีมในอนาคต
เชลซี มองว่าเขาจะสามารถประสานงานกับ โคล พาลเมอร์, ชูเอา เปโดร และ เอสเตเวา จนกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของฟุตบอลยุโรป
โรเจอร์ส ทำผลงานโดดเด่นกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยยิงได้ 14 ประตู และทำ 11 แอสซิสต์
แม้นักเตะยังเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีก 5 ปี และ วิลล่า ไม่ต้องการปล่อยตัวง่าย ๆ แต่ข้อเสนอจำนวน 117 ล้านปอนด์ ทำให้สโมสรตัดสินใจตอบรับในที่สุด
แหล่งข่าวใกล้ชิด วิลล่า มองว่า โรเจอร์ส สามารถรับประกันผลงานได้ในระดับประมาณ 14 ประตูต่อฤดูกาล ทำให้การหาผู้เล่นมาทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย
ก่อนหน้านี้ วิลล่า เคยพิจารณาคว้าตัว จาร์ร็อด โบเว่น จาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ดีลดังกล่าวไม่เกิดขึ้น หลังนักเตะต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด
เชลซี ให้ความสนใจ โรเจอร์ส มาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะย้ายจาก มิดเดิลสโบรช์ ไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2024
ครั้งนั้น วิลล่า จ่ายค่าตัวเบื้องต้น 8 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสอีก 7 ล้านปอนด์
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ เชลซี จับตามองนักเตะอย่างจริงจังคือผลงานที่ โรเจอร์ส ยิงประตูใส่ “สิงห์บลูส์” ในศึก คาราบาว คัพ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงเดือนเดียวกัน
ความสนใจของ เชลซี กลับมาอีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2025 ก่อนจะจริงจังมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์ แต่เวลานั้น อูไน เอเมรี่ มองว่า โรเจอร์ส คือผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีม และเป็นหนึ่งใน 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่โดดเด่นที่สุดในสายตาของสโมสร
วิลล่า จึงต่อสัญญาใหม่กับเขาเป็นครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี และ เอเมรี่ ยังเคยพูดคุยเป็นการส่วนตัว เพื่อขอให้นักเตะอยู่ช่วยทีมต่ออีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล
โจ ชีลด์ส ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะของ เชลซี รู้จัก โรเจอร์ส มาตั้งแต่ช่วงที่ทั้งคู่ทำงานร่วมกันในอะคาเดมีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระหว่างปี 2019-2022
แม้ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะช่วยให้การพูดคุยมีความราบรื่น แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า ผู้บริหารทุกคนของ เชลซี เห็นพ้องตรงกันว่า โรเจอร์ส คือผู้เล่นที่ควรดึงมาร่วมทีม
เชลซี ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ แอสตัน วิลล่า และแจ้งตัวแทนของนักเตะตั้งแต่ช่วงต้นซัมเมอร์ว่า จะไม่ยื่นข้อเสนอใด ๆ ตราบใดที่ อังกฤษ ยังมีลุ้นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เนื่องจากไม่ต้องการรบกวนสมาธิของนักเตะ
ด้าน วิลล่า ก็ไม่คิดขายก่อนจบทัวร์นาเมนต์ เพราะเชื่อว่าผลงานในฟุตบอลโลกจะช่วยเพิ่มมูลค่าของ โรเจอร์ส ให้สูงขึ้น
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งที่จะคว้าตัว โรเจอร์ส
ทั้ง บูกาโย่ ซาก้า, เดแคลน ไรซ์ และ มาร์ติน โอเดอการ์ด ต่างช่วยกันโน้มน้าวให้เขาย้ายไปเล่นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขณะที่ มิเกล อาร์เตต้า ยังโทรศัพท์พูดคุยกับนักเตะด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ทำให้สุดท้าย เชลซี เป็นฝ่ายชนะในการแย่งตัว
อาร์เซน่อล มอง โรเจอร์ส เป็นตัวเลือกหลักในตำแหน่งปีกซ้าย มากกว่าการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหมายเลข 10
แม้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ เชลซี เสนอแผนที่เปิดกว้างกว่า โดยยืนยันว่าเขาจะได้รับโอกาสเล่นหลายตำแหน่งในแนวรุกและแดนกลาง ซึ่งตรงกับสิ่งที่นักเตะชื่นชอบ
ผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการขาย โรเจอร์ส คือ นาสเซฟ ซาวิริส เจ้าของร่วมและประธานสโมสรแอสตัน วิลล่า
ระหว่างการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับผู้บริหาร อาร์เซน่อล ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งสองฝ่ายรับรู้ว่ามีช่องว่างเรื่องค่าตัวค่อนข้างมาก
อาร์เซน่อล ประเมินมูลค่าของ โรเจอร์ส เอาไว้ที่ 80 ล้านปอนด์ และยืนยันว่าจะไม่จ่ายเกินกว่านั้น ขณะที่ วิลล่า ต้องการค่าตัวระดับสถิติใหม่ของนักเตะอังกฤษ
สถานการณ์ยังซับซ้อนขึ้น เนื่องจาก “ปืนใหญ่” สนใจ เอซรี คอนซ่า อีกหนึ่งผู้เล่นของ วิลล่า แต่ประเมินค่าตัวต่ำกว่าที่ต้นสังกัดต้องการเช่นกัน
แม้ อาร์เซน่อล จะยืนยันว่า โรเจอร์ส คือเป้าหมายอันดับหนึ่ง แต่สโมสรยังตกเป็นข่าวกับ ฮูเลียน อัลวาเรซ, แบรดลีย์ บาร์โกล่า และ เอลี่ จูเนียร์ ครูปี
เรื่องนี้ทำให้ทีมงานของนักเตะเริ่มไม่มั่นใจว่า โรเจอร์ส คือผู้เล่นที่ อาร์เซน่อล ต้องการมากที่สุดจริงหรือไม่
ตรงกันข้าม เชลซี แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาคือเป้าหมายหลัก และพร้อมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อปิดดีล
เชลซี ทำให้ โรเจอร์ส รู้สึกว่า เขาจะได้รับความเชื่อมั่นและมีความสำคัญต่อโครงการของสโมสรในระยะยาว
เมื่อนำมารวมกับการติดต่อโดยตรงจาก อลอนโซ่, ผู้บริหาร และนักเตะในทีม จึงทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเลือกย้ายสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในที่สุด
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือภาพอนาคตที่ เชลซี นำเสนอให้กับนักเตะ
สโมสรอธิบายว่า โรเจอร์ส จะมีบทบาทสำคัญในการพาทีม ซึ่งจบเพียงอันดับ 10 ของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 2017 กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
แนวคิดดังกล่าวสร้างความประทับใจให้กับดาวเตะวัย 23 ปี เพราะเขามองว่าจะสามารถสร้างอิทธิพลและมีส่วนเปลี่ยนแปลงทีมได้อย่างชัดเจน
แม้ อาร์เซน่อล จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่การที่ทีมเพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนพฤษภาคม ทำให้ โรเจอร์ส มองว่าบทบาทและผลกระทบที่ตัวเองจะสร้างให้กับทีมอาจแตกต่างจากการย้ายไป เชลซี
แม้ เชลซี จะไม่ได้สิทธิ์ลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่สโมสรไม่ได้มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปิดดีล
ฝ่ายบริหารเชื่อมั่นว่า ภายใต้การคุมทีมของ อลอนโซ่ เชลซี จะสามารถพัฒนาขุมกำลังและกลับไปเล่นในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้อีกครั้งในฤดูกาลถัดไป
นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ความสำเร็จของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ตลอดกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยการคว้าแชมป์รายการใหญ่ ยังเป็นอีกเหตุผลที่ดึงดูดให้ โรเจอร์ส ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม
หลังนักเตะตอบรับข้อเสนอ การเจรจาเงื่อนไขส่วนตัวก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว โดย โรเจอร์ส เตรียมเซ็นสัญญา 6 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี
ส่วนค่าเหนื่อยพื้นฐานจะอยู่ภายใต้โครงสร้างค่าจ้างของ เชลซี และมีโบนัสตามผลงาน เช่น จำนวนเกมที่ลงสนาม รวมถึงการช่วยให้ทีมคว้าสิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก