ลิเวอร์พูลต้องหาเบอร์ 6! เปิดเหตุผลทำไมมิดฟิลด์ตัวรับคือจิ๊กซอว์สำคัญลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูลต้องหาเบอร์ 6! เปิดเหตุผลทำไมมิดฟิลด์ตัวรับคือจิ๊กซอว์สำคัญลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
แม้ ลิเวอร์พูล จะเดินหน้าเสริมแนวรุกอย่างต่อเนื่อง แต่ตำแหน่งที่ควรได้รับความสำคัญมากที่สุดคือ มิดฟิลด์ตัวรับ (หมายเลข 6) เพื่ออุดช่องโหว่ที่ทีมขาดมาตั้งแต่ ฟาบินโญ่ อำลาสโมสร พร้อมเปิดเหตุผลว่าทำไมตำแหน่งนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

แม้กระแสข่าวการเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้จะมุ่งไปที่ตำแหน่งแนวรุกเป็นหลัก แต่หากมองในแง่ของโครงสร้างทีม ตำแหน่งที่ควรได้รับการเสริมทัพมากที่สุดกลับเป็น มิดฟิลด์ตัวรับ หรือหมายเลข 6 ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการเล่น

ย้อนกลับไปหลังการอำลาของ ฟาบินโญ่ ในปี 2023 ลิเวอร์พูลยังไม่สามารถหาผู้เล่นที่เข้ามาทดแทนบทบาทดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ แม้ในฤดูกาล 2024/25 ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยมี ไรอัน กราเฟนแบร์ก รับบทมิดฟิลด์ตัวต่ำได้อย่างมีวินัย แต่หลายฝ่ายมองว่านั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าจะเป็นคำตอบระยะยาว

มิดฟิลด์หมายเลข 6 สำคัญกว่าตัวรุก?

หาก ลิเวอร์พูล มีงบประมาณราว 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) สำหรับเสริมทัพ ตำแหน่งที่ควรลงทุนมากที่สุดอาจไม่ใช่แนวรุก แต่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ เพราะนักเตะตำแหน่งนี้สามารถยกระดับทั้งระบบของทีมได้ ทั้งการป้องกันเกมสวนกลับ การยืนคุมพื้นที่ และการเริ่มต้นเกมจากแนวรับ

ก่อนหน้านี้ "หงส์แดง" เคยมีข่าวกับ อดัม วอร์ตัน ซึ่งมีคุณสมบัติด้านการวางบอลจากแดนลึก ขณะที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ก็สามารถลงเล่นตำแหน่งนี้ได้ในบางสถานการณ์ แม้จะไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดระเบียบการเพรสซิ่งได้ เช่น จังหวะเปลี่ยนเกมหรือเกมสวนกลับ ทีมจำเป็นต้องมีผู้เล่นที่อ่านเกม ตัดเกม และปิดพื้นที่ได้ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติของมิดฟิลด์หมายเลข 6 ระดับโลก

ฟาบินโญ่ คือคำตอบที่ยังหาไม่เจอ

หลังจบฤดูกาล 2017/18 ลิเวอร์พูลคว้าตัว ฟาบินโญ่ จาก โมนาโก ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,716 ล้านบาท) และกลายเป็นหนึ่งในการเสริมทัพที่คุ้มค่าที่สุดของสโมสร

การมาของกองกลางชาวบราซิลช่วยลดปัญหาเกมสวนกลับของคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด โดย ลิเวอร์พูล เสียประตูจากจังหวะสวนกลับ 6 ลูก ในฤดูกาล 2017/18 ก่อนลดเหลือ 0 ประตู ในฤดูกาล 2018/19 และเสียเพียง 1 ประตู ในฤดูกาลที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

บทบาทของ ฟาบินโญ่ มีความสำคัญจน เป็ป ไลจ์นเดอร์ส อดีตผู้ช่วยของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตั้งฉายาให้ว่า "The Lighthouse" (ประภาคาร) เพราะเป็นผู้เล่นที่คอยยืนคุมพื้นที่และสร้างความมั่นคงให้กับทีม

ตัวเลือกระดับท็อปหลุดมือทั้งหมด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลพยายามหาตัวแทนของ ฟาบินโญ่ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น เดแคลน ไรซ์, ออเรเลียง ชูอาเมนี่ หรือ มอยเซส ไกเซโด้ แต่สุดท้ายไม่สามารถปิดดีลได้

หลังจากนั้นสโมสรดึง วาตารุ เอ็นโดะ เข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานได้ดีในช่วงแรก แต่ด้วยวัย 32 ปี ก็อาจไม่ใช่คำตอบระยะยาวสำหรับการเป็นตัวหลักของทีม

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังให้ความสนใจ เอลเลียต แอนเดอร์สัน แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มเงิน 116 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,104 ล้านบาท) คว้าตัวไป ขณะที่ มาเตอุส แฟร์นันด์ส และ ซานโดร โตนาลี่ ต่างย้ายไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยค่าตัวมหาศาล โดย ลิเวอร์พูล ไม่เลือกเข้าร่วมแข่งขันประมูล

จิ๊กซอว์สุดท้ายของการลุ้นแชมป์

แม้ ลิเวอร์พูล จะยังติดตามมิดฟิลด์ตัวรับหลายรายอย่างต่อเนื่อง แต่แนวทางของสโมสรยังคงชัดเจน คือจะไม่ยอมจ่ายเงินเกินมูลค่าที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม หากต้องการรักษามาตรฐานในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในระยะยาว การได้มิดฟิลด์หมายเลข 6 ระดับท็อปเข้ามาเติมเต็ม อาจเป็นการเสริมทัพที่สำคัญกว่าการหาตัวแทนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เสียอีก เพราะผู้เล่นตำแหน่งนี้สามารถยกระดับทั้งเกมรับ เกมรุก และความสมดุลของทีมได้ในเวลาเดียวกัน



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport