แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดฉากเจรจาคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ แต่ถูกปฏิเสธข้อเสนอแรกแล้ว ท่ามกลางกระแสอาจกลายเป็นนักเตะอังกฤษค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มเดินหน้าตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์อย่างจริงจัง หลังยื่นข้อเสนอแรกเพื่อขอซื้อตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อย่างเป็นทางการ แต่ถูกต้นสังกัดปฏิเสธกลับมาเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แอนเดอร์สัน วัย 23 ปี ซึ่งมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษของ โธมัส ทูเคิ่ล ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 มีแนวโน้มเลือกย้ายไปค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม มากกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตในช่วงซัมเมอร์นี้
รายงานระบุว่า ความเป็นไปได้ที่ดาวเตะรายนี้จะอำลา ซิตี้ กราวด์ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา และล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ได้แสดงความสนใจอย่างจริงจังด้วยการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก แม้จะยังไม่สามารถโน้มน้าวให้ฟอเรสต์ตอบรับได้ก็ตาม
ค่าตัวของ แอนเดอร์สัน ถูกคาดการณ์ว่าอาจพุ่งขึ้นสู่ระดับสถิตินักเตะอังกฤษแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้าตัวเลข 105 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,883 ล้านบาท) ที่ อาร์เซน่อล จ่ายให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพื่อคว้าตัว เดแคลน ไรซ์ เมื่อปี 2023
แอนเดอร์สัน เป็นผลผลิตจากอะคาเดมีของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และอยู่ในความสนใจของ แมนฯ ซิตี้ มาเป็นเวลานาน โดยในเวลานี้เจ้าตัวกำลังเก็บตัวกับทีมชาติอังกฤษเพื่อเตรียมแข่งขันฟุตบอลโลกที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก แต่การเจรจาระหว่างสองสโมสรยังสามารถดำเนินต่อไปได้
การมองหากองกลางรายใหม่ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีความสำคัญมากขึ้น หลังจากการอำลาทีมของกัปตันทีม แบร์นาร์โด้ ซิลวา ทำให้แอนเดอร์สันกลายเป็นเป้าหมายลำดับต้น ๆ ในการเสริมทัพ
นอกจากนี้ ซานโดร โตนาลี่ กองกลางทีมชาติอิตาลีของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ได้รับการชื่นชมจากทีมงานสรรหาของแมนฯ ซิตี้ และถูกจับตามองในฐานะเป้าหมายระยะยาว
ขณะเดียวกัน อนาคตของ นีโก้ กอนซาเลซ ก็ยังไม่แน่นอน หลังไม่มีชื่อติดทีมชาติสเปนชุดฟุตบอลโลก และได้รับโอกาสลงสนามลดลงในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมีโอกาสย้ายทีมเช่นกันหากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม
นอกเหนือจากตำแหน่งกองกลางแล้ว แมนฯ ซิตี้ ยังมองหาผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กขวาเพิ่มเติม เพื่อเข้ามาแข่งขันและแบ่งเบาภาระของ มาเตอุส นูเนส ซึ่งถูกปรับบทบาทจากกองกลางมาเล่นแนวรับได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลล่าสุด