สื่อดังเผยสมาชิกบางส่วนของตระกูลเกลเซอร์กำลังพิจารณาขายหุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังบริหารสโมสรมา 21 ปี ท่ามกลางหนี้ก้อนโตและโครงการสนามใหม่มูลค่ามหาศาล
สมาชิกบางส่วนในตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาขายหุ้นที่ถือครองอยู่ในสโมสร หลังผ่านช่วงเวลา 21 ปีแห่งการบริหารที่ถูกต่อต้านอย่างหนักจากแฟนบอล
รายงานจาก บลูมเบิร์ก ระบุว่า พี่น้องตระกูลเกลเซอร์ทั้ง 6 คน ซึ่งถือหุ้นรวมกัน 51% ของสโมสร กำลังอยู่ระหว่างการหารือภายในครอบครัวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดออกไป
แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า สมาชิกบางรายในสหรัฐอเมริกามีความต้องการถอนการลงทุนมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และยังไม่สามารถติดต่อครอบครัวเกลเซอร์เพื่อขอคำชี้แจงได้
กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตระกูลเกลเซอร์ขายหุ้น 27.7% ให้กับ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และกลุ่ม อิเนออส ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 55,800 ล้านบาท) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ส่งผลให้ อินีออสเข้ามาดูแลด้านฟุตบอลของสโมสร
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าการหารือล่าสุดเกิดจากกลุ่มสมาชิกบางส่วนในครอบครัวที่ต้องการถอนตัวมานานแล้ว ขณะที่ โจเอล เกลเซอร์ ประธานบริหารร่วมของสโมสร ยังคงต้องการอยู่บริหารทีมต่อไป
ข่าวการพิจารณาขายหุ้นดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พุ่งขึ้นทันที 7% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของสโมสรเพิ่มขึ้นเป็นราว 2.8 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 130,200 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าหากเกิดการเทกโอเวอร์เต็มรูปแบบจริง มูลค่าของสโมสรจะสูงกว่าตัวเลขดังกล่าวมาก โดยก่อนหน้านี้ตระกูลเกลเซอร์เคยตั้งราคาไว้สูงถึง 6 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 279,000 ล้านบาท) ระหว่างกระบวนการขายสโมสรเมื่อปี 2023
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจผลักดันให้เกิดการขายหุ้น คือภาระทางการเงินในอนาคตของสโมสร โดยปัจจุบัน ยูไนเต็ด กำลังวางแผนพัฒนา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สู่สนามแห่งใหม่ความจุ 100,000 ที่นั่ง ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น "เวมบลีย์แห่งภาคเหนือ" โดยมีมูลค่าโครงการราว 2 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 93,000 ล้านบาท)
ขณะเดียวกัน รายงานทางการเงินล่าสุดยังระบุว่า หนี้สินของสโมสรเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 60,450 ล้านบาท) จากเดิมที่ไม่มีหนี้สินเลยก่อนการเข้ามาเทกโอเวอร์ของตระกูลเกลเซอร์เมื่อปี 2005
นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ อำลาสโมสรในปี 2013 ทีม "ปีศาจแดง" ต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในการลุ้นความสำเร็จระดับสูง ขณะที่คู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ อาร์เซน่อล ต่างคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ สวนทาง ยูไนเต็ดต้องดิ้นรนเพื่อกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
นอกจากนี้ ความไม่พอใจของแฟนบอลต่อเจ้าของสโมสรยังพุ่งสูงสุดในช่วงโครงการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ ลีก เมื่อปี 2021 ซึ่ง โจเอล เกลเซอร์ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ ยูไนเต็ด เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสโมสรผู้ก่อตั้ง
การตัดสินใจดังกล่าวนำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ของแฟนบอล โดยมีผู้ชุมนุมกว่า 10,000 คนเดินขบวนไปยังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และบางส่วนสามารถเข้าไปในสนามจนทำให้เกมพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลต้องถูกเลื่อนการแข่งขัน
หากการขายหุ้นส่วนใหญ่หรือการขายสโมสรทั้งหมดยุติลงจริง คาดว่าจะมีนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลางให้ความสนใจอย่างมาก
ภายใต้ข้อตกลงปัจจุบัน ยังมีเงื่อนไขที่เปิดทางให้เกิดการขายสโมสรทั้งหมดก่อนปี 2027 ซึ่งจะรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำแก่ตระกูลเกลเซอร์ และหากมีการขาย 100% จริง กลุ่ม อินีออส จะถูกบังคับให้ขายหุ้นส่วนน้อยตามเงื่อนไขทางกฎหมายด้วย
ด้วยสถานะของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งจบอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก และได้สิทธิ์กลับไปแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปีhยนส์ ลีก อีกครั้ง สโมสรจึงยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ด้านกีฬาที่ทรงคุณค่ามากที่สุดของโลก และอาจกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเข้ามาของตระกูลเกลเซอร์เมื่อ 21 ปีก่อน