เจาะเบื้องหลัง Zee ปิดดีลลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 อินเดีย พลิกเกมโค่น JioStar

เจาะเบื้องหลัง Zee ปิดดีลลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 อินเดีย พลิกเกมโค่น JioStar
ถอดรหัสลับ Zee Entertainment คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 อินเดีย วงในเผยบอร์ดทุ่มพันล้านเปิดช่องใหม่ Unite8 Sports ท้าชนบิ๊กสื่อ

ในประเทศที่ "คริกเก็ต" เปรียบเสมือนศาสนา และลมหายใจของคนกว่า 1,400 ล้านคน การที่กีฬาชนิดอื่นจะแทรกตัวขึ้นมาแชร์พื้นที่บนหน้าจอโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ยิ่งถ้ากีฬานั้นมาพร้อมกับ "ค่าลิขสิทธิ์" ระดับ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในสภาวะเศรษฐกิจที่สื่อยักษ์ใหญ่ต่างรัดเข็มขัด ดีลนั้นก็แทบจะกลายเป็น "ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้"

แต่ทว่าเพียงไม่กี่วันก่อนจะเริ่ม ฟุตบอลโลก 2026 ก็ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการสื่อแดนโรตี เมื่อ Zee Entertainment (ZEEL) ประกาศปิดดีลสายฟ้าแลบ คว้าลิขสิทธิ์ฟาดแข้งรายการใหญ่ที่สุดของ FIFA ยาวไปจนถึงปี 2034

อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ FIFA ยอม "ลดแลกแจกแถม" ราคาจากหลักร้อยล้านเหลือเพียงไม่กี่สิบหลัก (ล้านเหรียญ)? 

ทำไม Zee ถึงยอมกระโดดลงไปในกองไฟที่ยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นเพิ่งจะถอยหนี? SIAMSPORT จะพาไปสำรวจกลไกเบื้องหลังดีลประวัติศาสตร์นี้

กำแพงภาษีอารมณ์ และ "โซนเวลา" ปราบเซียน 

ปัญหาแรกที่ทำให้ดีลนี้เกือบ "พะโล้" ในตอนแรกไม่ใช่เรื่องของคุณภาพฟุตบอล 

แต่เป็นเรื่องของ "นาฬิกา" ... ฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดขึ้นในแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเวลาต่างกับอินเดียถึง 10-12 ชั่วโมง 

นั่นหมายความว่าจาก 104 แมตช์ จะมีเพียง 14 นัดเท่านั้นที่เตะก่อนเที่ยงคืนตามเวลาอินเดีย

สำหรับสถานีโทรทัศน์ นี่คือ "ฝันร้าย" ของฝ่ายขายโฆษณา เพราะการจะหาเอเจนซี่มาลงเงินกับแมตช์ที่เตะตอนตี 3 หรือตี 4 นั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร 

ยักษ์ใหญ่อย่าง JioStar (การควบรวมของ Reliance และ Disney) รวมถึง Sony จึงเลือกที่จะเดินออกจากโต๊ะเจรจา เพราะมองเห็นแต่ตัวเลข "ขาดทุน" ที่ลอยมาแต่ไกล

เมื่อ FIFA ต้องยอม "ถอย" เพื่อรักษาฐานแฟน 

เดิมที FIFA มั่นใจในแบรนด์ของตัวเองสูงมาก โดยตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 100 ล้านเหรียญฯ สำหรับแพ็กเกจควบปี 2026 และ 2030 

แต่อย่างที่เราต่างทราบกันดีว่าตลาดอินเดียนั้นต่างออกไป 

เพราะเมื่อไม่มีใครสู้ราคา FIFA จึงเริ่มตกอยู่ในสภาวะ "หลังพิงฝา" 

หากปล่อยให้ตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดแห่งหนึ่งของโลกกลายเป็นจอดำ นั่นย่อมส่งผลเสียต่อมูลค่าแบรนด์ในระยะยาว

สุดท้าย เจ้าพ่อลูกหนังโลกต้องยอมลดอีโก้ หั่นราคาลงมาเหลือประมาณ 30-35 ล้านเหรียญฯ (ราว 1,100 - 1,300 ล้านบาท) เพื่อปิดดีลกับ Zee ให้ได้ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มเพียงไม่กี่อึดใจ 

ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าตอนที่ Viacom18 จ่ายในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ (61 ล้านเหรียญฯ) เกือบเท่าตัว

เดิมพันครั้งใหม่ของ Zee Entertainment 

สำหรับ Zee นี่ไม่ใช่แค่การซื้อลิขสิทธิ์กีฬา แต่มันคือการ "รีแบรนด์" ครั้งใหญ่ 

หลังจากพวกเขาหันหลังให้วงการสื่อกีฬาไปเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่ขาย Ten Sports ให้ Sony 

การกลับมาครั้งนี้ Zee เลือกใช้ ฟุตบอลโลก เป็นหัวหอกในการเปิดตัวเครือข่ายช่องกีฬาใหม่ 'Unite8 Sports' ถึง 4 ช่อง และใช้คอนเทนต์ระดับแม่เหล็กนี้ดึงคนเข้าสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง ZEE5 ที่กำลังเติบโต

นอกจากนี้ สัญญาที่ยาวถึงปี 2034 และครอบคลุมรายการของ FIFA ถึง 39 รายการ (รวมฟุตบอลโลกหญิงและเยาวชน) คือการวางรากฐานระยะยาวที่ Zee มองว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยง แม้ไทม์โซนปี 2026 จะไม่เป็นใจ 

แต่ในปี 2030 ที่จะเตะในยุโรปและแอฟริกา (โปรตุเกส, สเปน, โมร็อกโก) เวลาจะกลับมาเอื้ออำนวยต่อการทำเงินอีกครั้ง

ชัยชนะของแฟนบอล (ในวันที่เกือบไม่ได้ดู) 

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ดีลนี้คือชัยชนะของ แฟนบอลอินเดีย 

เพราะฟุตบอลโลกในอินเดียไม่ใช่แค่เรื่องของเรตติ้ง แต่มันคือ "อารมณ์ร่วม"  

ตั้งแต่ตรอกซอกซอยในกัลกัตตาไปจนถึงหาดกัว แฟนบอลพร้อมจะอดหลับอดนอนเพื่อดูเมสซี่หรือโรนัลโด้ 

การที่ Zee เข้ามาคว้าลิขสิทธิ์ได้ในนาทีสุดท้าย จึงเปรียบเสมือนการต่อลมหายใจให้ความคลั่งไคล้ฟุตบอลในดินแดนแห่งนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

อ่านมาถึงตรงนี้อธิบายแบบง่าย ๆ คือ ดีลของ Zee และ FIFA คือตัวอย่างที่ชัดเจนของโลกธุรกิจกีฬาในปัจจุบันที่ "มูลค่า" ของแบรนด์ ต้องสยบยอมให้กับ "ความเป็นจริง" ของตลาดท้องถิ่น 

การที่ Zee ยอมเดิมพันเงินพันล้านบาทเพื่อโอกาสในการเป็นยักษ์ใหญ่รายที่ 3 ในสมรภูมิสื่อกีฬาอินเดีย ที่มาท้าชนกับ JioStar และ Sony อย่างเต็มตัว อาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สามารถชนะใจแฟนบอลได้ แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง

ในวันที่คริกเก็ตยังครองเมือง และเวลาเตะที่ทำร้ายร่างกายแฟนบอล Zee จะสามารถเปลี่ยน "Passion" ให้กลายเป็น "Profit" ได้จริงหรือไม่? 

หรือนี่จะเป็นเพียงการซื้อ "ตั๋วราคาแพง" เพื่อเข้าสู่เกมที่ความเสี่ยงสูงเกินรับมือ...

เรื่อง : ตัน กวาร์ดิโอล่า 



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport