ตีเก๊หรือของแทร่ ทำไมการซื้อนักเตะจาก กัลโช่ เซเรีย อา ถึงมีความเสี่ยงสูง?

ตีเก๊หรือของแทร่ ทำไมการซื้อนักเตะจาก กัลโช่ เซเรีย อา ถึงมีความเสี่ยงสูง?
ทำไมการย้ายจาก เซเรีย อา สู่ พรีเมียร์ลีก ถึงเป็นความเสี่ยงที่สโมสรต้องแบกรับ พร้อมเปิดสถิติและเคสคลาสสิกที่แฟนบอลต้องเรียนรู้

เขาว่ากันว่าการย้ายทีมคือการเดิมพันครั้งใหญ่ และหากจะพูดถึงหนึ่งในดีลที่ "ความเสี่ยงสูง" ที่สุดในประวัติศาสตร์ 

คงหนีไม่พ้นการดึงตัวสตาร์จากเวที กัลโช่ เซเรีย อา มาสู่อ้อมอกของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หลายครั้งเราได้เห็นภาพการเปิดตัวสุดอลังการพร้อมเสียงเปิดขวดแชมเปญเฉลิมฉลอง 

แต่บ่อยครั้งที่เสียงเหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน และจบลงด้วยการเป็น "ดีลล้มเหลว" ที่สร้างความเสียหายมหาศาล

อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังกำแพงที่นักเตะจากอิตาลีมักจะข้ามไม่พ้น?

ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันที่ Siamsport

สปีดบอลที่ต่างกันสุดขั้ว

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ "จังหวะของเกม"

กัลโช่ เซเรีย อา ถูกยกย่องว่าเป็นลีกแห่ง "หมากรุก" ที่เน้นแท็กติก การชิงไหวชิงพริบ และการยืนตำแหน่งที่รัดกุม

ในขณะที่ พรีเมียร์ลีก คือเกมแบบ "End-to-end" ที่เน้นความเร็ว พละกำลัง และการปะทะที่ดุดันตลอด 90 นาที

ฟิลิปป์ ลาห์ม ตำนานแข้งเยอรมันเคยวิเคราะห์ว่า ทีมจากอิตาลีมักจะขาด "พลังงาน" และ "ความเข้มข้น" ในการเล่นฟุตบอลยุคใหม่ซึ่งสอดคล้องกับสถิติจากการศึกษาของ Frontiers ที่ระบุว่า นักเตะในเซเรีย อา มีจำนวนการสัมผัสบอล, การจ่ายบอล และความแม่นยำในการจ่ายบอลต่ำกว่าลีกใหญ่อื่น ๆ เมื่อต้องลงแข่งในรายการยุโรป

ความเชื่องช้านี้เองที่กลายเป็นกับดักชั้นดีเมื่อพวกเขาต้องมาเจอกับสปีดบอลระดับนรกแตกในอังกฤษ

บทเรียนราคาแพงจากมหาเทพ สู่ "ส่วนเกิน" 

ประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของดีลระดับพันล้าน เคสที่คลาสสิกที่สุดคือ อันเดร เชฟเชนโก้ เจ้าของบัลลงดอร์ที่ดูเหมือนจะแก่ชราลงในข้ามคืน เมื่อต้องเจอกับความหนักหน่วงของฟุตบอลอังกฤษ

หรือจะเป็น ฮวน เซบาสเตียน เวรอน จอมทัพที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในอิตาลี แต่กลับปรับตัวเข้ากับสปีดบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้

กรณีเห็นแบบชัด ๆ อย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ เชลซี ทุ่มเงินสถิติสโมสร 97.5 ล้านปอนด์ดึงตัวมาจาก อินเตอร์ มิลาน คือตัวอย่างที่ชัดเจน

ลูกากู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในอิตาลีเพราะระบบที่เอื้อให้เขาเป็นศูนย์กลาง แต่เมื่อมาอยู่ในอังกฤษที่เน้นการเคลื่อนที่และเพรสซิ่ง ฟอร์มของเขากลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย ... จนสุดท้ายต้องระเห็จกลับอิตาลีในเวลาเพียงปีเดียว

กำแพงทางจิตวิทยา 

นอกเหนือจากเรื่องในสนาม "การปรับตัว" คืออุปสรรคที่มองไม่เห็น

ดร. พอล แม็คคาร์ธี ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการกีฬา ระบุว่านักเตะต้องใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่

นักเตะหลายคนต้องเผชิญกับ "ภาวะตัวตนคับแคบ" ที่ยึดโยงคุณค่าตัวเองไว้กับฟุตบอลเพียงอย่างเดียว

เมื่อฟอร์มในสนามไม่ดี พวกเขาจะไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวอื่นทางสังคม

ยิ่งไปกว่านั้น กำแพงภาษา ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แข้งต่างชาติรู้สึกโดดเดี่ยวและเหนื่อยล้าทางจิตใจ

แม้เราจะเห็นความสำเร็จของแข้งอย่าง เธียร์รี่ อองรี หรือ จานฟรังโก้ โซล่า แต่นั่นคือส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสถิติการล้มเหลว

การซื้อตัวนักเตะจาก เซเรีย อา ในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรสวรรค์ แต่มันคือการวิเคราะห์ว่า "ระบบ" และ "หัวใจ" ของนักเตะคนนั้นจะทนทานต่อพายุในอังกฤษได้หรือไม่?

หากปราศจากการตรวจสอบข้อมูลที่ดีพอ สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ก็อาจจะแค่ "เผาเงินทิ้ง" เพื่อแลกกับบทเรียนเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเอง



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport