ตั๋ว แชมเปี้ยนส์​ ลีก ที่แทบจะคลานเพื่อได้มากับโจทย์ที่น่ากลัวที่สุดของ ลิเวอร์พูล หลังเสีย โม ซาลาห์

ตั๋ว แชมเปี้ยนส์​ ลีก ที่แทบจะคลานเพื่อได้มากับโจทย์ที่น่ากลัวที่สุดของ ลิเวอร์พูล หลังเสีย โม ซาลาห์
เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลก็ยังตอกย้ำภาพเดิม ๆ และบทสรุปของ ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ได้อย่างชัดที่สุด

ครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บดอยู่ฝ่ายเดียว ยิง 13 ต่อ 2 สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง 21 ครั้ง

แต่ปัญหาเดิมยังอยู่ครบ จบสกอร์ไม่ได้ ขาดความเฉียบคมตรงพื้นที่สุดท้าย

นี่คือปัญหาที่เกิดซ้ำ ๆ ทั้งฤดูกาล

ครึ่งหลังทุกอย่างเริ่มพังเหมือนเดิม ระดับพลังงานตก แดนกลางเริ่มเสียการควบคุม

เบรนต์ฟอร์ด จึงเล่นได้ง่ายขึ้น ท้ายเกมเกือบโดนโหม่งฝังด้วยซ้ำ

ถ้าลูกนั้นเข้า บรรยากาศวันอำลาคงเละกว่านี้มาก

เอาล่ะ อย่างน้อย ลิเวอร์พูล ยังได้ตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก (ปลอบใจ)

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกมันเหมือนคลานเข้าทางประตูหลังมากกว่าการเดินเข้าประตูหน้าแบบทีมลุ้นแชมป์

60 คะแนนสำหรับทีมระดับ ลิเวอร์พูล ถือว่าต่ำมาก และทุกคนรู้เรื่องนี้ดี

ในวันที่แฟนบอลทั้งสนามกำลังร้องเพลงส่งท้ายให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เขาก็ยังเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในทีม

ทั้งที่นี่คือฤดูกาลที่ฟอร์มของเขาดรอปลงที่สุดช่วงหนึ่ง

ลองดูตัวเลขเฉพาะเกมนี้ ยิง 4 ครั้ง มากที่สุดในทีม สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 15 ครั้ง มากที่สุดในทีม

เลี้ยงผ่านสำเร็จ 3 ครั้ง มากที่สุดในทีม มีค่า xA หรือค่าคาดหวังการสร้างโอกาสให้เพื่อนยิงสูงสุดในทีม

จบด้วย 1 แอสซิสต์ และยิงชนเสาอีก 1 ครั้ง

นี่คือเรื่องที่น่ากังวล

หลายปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล มีปัญหาเชิงโครงสร้างทีมซ่อนอยู่ตลอด

แต่ความอัจฉริยะเฉพาะตัวของ ซาลาห์ ช่วยปิดรอยรั่วไว้เสมอ

พอฤดูกาลนี้ ซาลาห์ ไม่ได้อยู่ในเวอร์ชันยิง 20 จ่าย 10 ทุกอย่างก็เริ่มเปิดออกมาหมด

เกมรุกตัน จังหวะเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกช้า ความอันตรายจากความสามารถเฉพาะตัวลดลง

แนวรุกไม่มีใครแบกเกมได้จริง อูโก้ เอกิติเก้ ทำได้ดีบางช่วง แต่ยังขาดความสม่ำเสมอ

ส่วน ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ยังมีปัญหาเรื่องการตัดสินใจจังหวะสุดท้าย

หลายครั้งเขาเลือกทางเลือกที่ปลอดภัยมากเกินไป จังหวะที่ควรยิงกลับจ่ายคืนหลัง

อเล็กซานเดอร์ อิซัค ก็ยังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องสภาพร่างกาย

นี่คือเหตุผลที่ตลาดซัมเมอร์นี้สำคัญมาก เพราะ ลิเวอร์พูล ไม่ได้กำลังต้องการหานักเตะเพิ่ม

พวกเขากำลังพยายามสร้างอัตลักษณ์เกมรุกใหม่ของทีม

แล้วความกดดันทั้งหมดตอนนี้ไปตกอยู่ที่ FSG เต็ม ๆ

สโมสรเลือกเดินหน้ากับ อาร์เน่อ ต่อ นั่นหมายความว่า สโมสรต้องให้ทีมที่พร้อมกับเขาจริง ๆ และจะไม่มีข้ออ้างแล้ว

ลิเวอร์พูล มีค่าเหนื่อยรวมสูงระดับท็อปลีก มีสนามระดับอีลิท มีทรัพยากรพร้อม

เป้าหมายของสโมสรนี้คือการลุ้นแชมป์ ไม่ใช่การมานั่งลุ้นอันดับ 5 จนนัดสุดท้าย

แฟนบอลยอมรับเรื่องอาการบาดเจ็บได้ ยอมรับเรื่องโศกนาฏกรรมที่กระทบสภาพจิตใจทีมได้

แต่แฟนบอลจะให้เวลาเรื่องพวกนี้ฤดูกาลเดียว

ซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ต้องเสริมกองหน้า ต้องเสริมแดนกลาง ต้องเสริมกองหลัง และต้องเสริมให้เข้ากับระบบ

เพราะถ้าฤดูกาลหน้ายังล้มเหลวอีก อาร์เน่อ จะไม่มีเกราะป้องกันคำวิจารณ์เหลือแล้ว

สิ่งที่ดีที่สุดในเกมนี้คือเสียงแฟนบอลแอนฟิลด์

จากฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและผิดหวัง

สุดท้ายพวกเขายังร้องเพลง “Every little thing gonna be alright” พร้อมกัน

นี่คือสิ่งที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังเป็น ลิเวอร์พูล

ต่อให้ฤดูกาลจะน่าผิดหวังแค่ไหน

แฟนบอลก็ยังพร้อมกลับมาเชื่อในวันพรุ่งนี้เสมอ

และตอนนี้ สิ่งเดียวที่สโมสรทำได้ คือทำให้ความเชื่อนั้น “คุ้มค่า” อีกครั้งให้ได้

HOSSALONSO



ที่มาของภาพ : Getty Image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport