คณะกรรมการพรีเมียร์ลีกยืนยัน VAR ตัดสินผิดเพิ่มอีก 3 จังหวะในฤดูกาล 2025/26 รวมพลาดแล้ว 23 เคส โดย เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์แฮม เป็นสองทีมที่เสียประโยชน์ชัดเจน
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าเกิดความผิดพลาดจากการทำงานของ VAR เพิ่มอีก 3 กรณี หลังการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ Key Match Incidents (KMI) ส่งผลให้ยอดรวมข้อผิดพลาดในฤดูกาล 2025/26 เพิ่มเป็น 23 เคสแล้ว
หนึ่งในจังหวะที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเกมที่ เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-3 โดย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ถูกมองว่าควรได้จุดโทษในช่วงที่นำอยู่ 3-2
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างลูกเตะมุม เมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไปดึง เมอร์ลิน โรห์ล ล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ไม่เป่า ขณะที่กรรมการ VAR อย่าง พอล ฮาวเวิร์ด มองว่าการดึงเกิดก่อนบอลอยู่ในการเล่น จึงไม่สามารถแทรกแซงได้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ KMI ทั้ง 5 คนลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เอฟเวอร์ตัน ควรได้จุดโทษ เพราะการดึงยังต่อเนื่องหลังบอลถูกเปิดเข้ามาแล้ว
หลังเกม เดวิด มอยส์ กุนซือเอฟเวอร์ตัน วิจารณ์จังหวะดังกล่าวอย่างหนัก โดยสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอช่วงทดเจ็บจาก เฌเรมี่ โดกู
นอกจากนี้ KMI ยังชี้ว่า จุดโทษที่ บอร์นมัธ ได้ในเกมชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 ควรถูกยกเลิก หลังมองว่า มาร์กอส เซเนซี่ ล้มง่ายจากการปะทะเพียงเล็กน้อยกับ ดีน เฮนเดอร์สัน
อีกคู่ที่ถูกพูดถึงคือเกมที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด บุกแพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-3 ซึ่งคณะกรรมการมองว่า “ขุนค้อน” ควรได้จุดโทษถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่ คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ ดึง โทมัส ซูเช็ก ชัดเจนในเขตโทษ
รายงานระบุว่า จำนวนความผิดพลาดของ VAR ซีซั่นนี้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของฤดูกาลก่อนที่มี 17 เคส แต่ยังน้อยกว่าฤดูกาล 2023/24 ซึ่งมีถึง 30 เคสหลังผ่าน 35 นัด
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการยังสนับสนุนการตัดสินให้ประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมพบ ลิเวอร์พูล เป็นประตูถูกต้อง โดยมองว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า เบนยามิน เชชโก้ ทำแฮนด์บอลก่อนยิง
รวมถึงเห็นด้วยกับใบแดงของ แดน บอลลาร์ด กองหลัง ซันเดอร์แลนด์ จากจังหวะดึงผม โตลู อโรโคดาเร่ ในเกมเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 ด้วยคะแนนเสียง 4-1