วิเคราะห์สาเหตุทำไม ลิเวอร์พูล ยังต้องพึ่งพา อลีสซง เบ็คเกอร์ ในฤดูกาลหน้า และไม่ควรปล่อยมือกาวคนสำคัญออกจากถิ่นแอนฟิลด์ช่วงซัมเมอร์นี้
อลิสซง ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะคีย์แมนภายในห้องแต่งตัวของ ลิเวอร์พูล และ "พ่อหมี" คือคนที่สโมสรไม่สามารถเสียไปได้ ท่ามกลางข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไป "ม้าลาย" ยูเวนตุส ช่วงซัมเมอร์นี้
ในวัย 33 ปี ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล อาจอยู่ในช่วงปลายอาชีพมากกว่าช่วงพีค อาการบาดเจ็บเริ่มส่งผลกระทบ แต่เขายังคงเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ทั้งในและนอกสนาม โดยเจ้าตัวอยู่ในกลุ่มผู้รักษาประตูระดับท็อปของโลก และสามารถทำให้คู่แข่งลังเลในการจบสกอร์ได้เพียงแค่การยืนอยู่ในสนาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยาก
แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ต้องเสีย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่อำลาทีมในช่วงซัมเมอร์ ดังนั้นการต้องอำลามือกาวหมายเลข 1 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จะยิ่งทำให้ทีมสูญเสียผู้เล่นมากประสบการณ์และมีอิทธิพลกับทีมไป
ดังนั้น ลิเวอร์พูล ควรทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัว อลีสซง เอาไว้สำหรับฤดูกาลหน้า ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในสัญญาของเขา
- แม้มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายแต่ยังคงเป็นตัวเลือกแรกในการเฝ้าเสา
มีการเปิดเผยในช่วงกลางเดือนมีนาคมว่า "หงส์แดง" ได้ใช้ออปชั่นขยายสัญญาผู้รักษาประตูรายนี้ออกไปจนถึงปี 2027 ซึ่งดูเหมือนจะตัดความเป็นไปได้ในการย้ายทีมช่วงซัมเมอร์ออกไป
อลิสซงยังคงเป็นตัวเลือกแรกของ อาร์เน่อ สล็อต เหนือกว่า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ในฤดูกาลแรก หลังสโมสรตกลงคว้าตัว โกลชาวจอร์เจีย ทำให้แนวทางในอนาคตดูชัดเจน แต่เขายังคงรับบทเป็นตัวสำรองของ "พ่อหมี" กระนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะได้ลงเล่นมากขึ้นในฟุตบอลถ้วย เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บของมือกาวชาวบราซิเลียน
แม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ อลีสซง ยังคงทำผงานได้อย่างโดดเด่นเหนือกว่าผู้รักษาประตูของหลายทีมในพรีเมียร์ลีก ด้วยความสามารถในการอ่านเกม การยืนตำแหน่ง และการรับรู้สถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม
แม้แนวทางดังกล่าวยังคงเป็นไปได้สำหรับลิเวอร์พูล แต่อีกทางเลือกหนึ่งก็เริ่มปรากฏขึ้น นั่นคือการรักษามูลค่าของ อลีสซง เพื่อเปิดโอกาสให้สโมสรสามารถขายเขาและรับค่าตัวได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ หากทั้งสองฝ่ายต้องการแยกทางกัน
- ผลงานยังคงไว้วางใจได้เสมอ
อลีสซง ทำไปแล้ว 56 เซฟในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วยอัตราการเซฟ 65% แม้ตัวเลขจะลดลงจากปีก่อนๆ แต่ก็สะท้อนถึงปัญหาในเกมรับของลิเวอร์พูลที่ต้องเผชิญมาตลอดในฤดูกาลนี้
มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของจำนวนลูกยิงที่ อลีสซง ต้องรับมือจากในกรอบเขตโทษ (จาก 70% เป็น 72.1%) และเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากลูกเตะมุม (จาก 8.8% เป็น 17.44%) สิ่งนี้ทำให้เขาต้องเผชิญสถานการณ์กดดันมากขึ้น และอธิบายได้บางส่วนว่าทำไมเปอร์เซ็นต์การเซฟจึงลดลงเมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนๆ เพราะเขาต้องรับมือกับจังหวะที่ยากขึ้น
โดยรวมในลีก "พ่อหมี" เผชิญหน้ากับการยิงทั้งหมด 86 ครั้ง อยู่ในกลุ่มค่าเฉลี่ยสูงสุดราว 1 ใน 6 ของผู้รักษาประตูในลีกสูงสุด แต่ยังคงติดท็อป จาผลงานเก็บคลีนชีตได้ 30% จากการลงสนาม 8 นัด
นอกจากนี้ ตามข้อมูลของ "ออปต้า" (Opta) ระบุว่า ผู้รักษาประตูวัย 33 ปี อยู่อันดับ 5 ในเรื่องค่าเฉลี่ยการเสียประตูต่อเกม (1.2) ในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม เขายังคงเป็นผู้รักษาประตูที่เล่นเชิงรุกและสั่งการเกมรับได้ดี โดยมีสถิติการปัดบอล 21 ครั้ง (เฉลี่ย 0.84 ต่อ 90 นาที) อยู่ในท็อป 24% ขณะที่ Giorgi Mamardashvili อยู่เพียงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 31
ช่องว่างของผลงานในตอนนี้ยังชัดเจนเกินไป ทำให้การเปลี่ยนมือหนึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับลิเวอร์พูล
- คลาสระดับโลก ไว้วางใจได้เสมอ
ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับ อลีสซง คือสถิติอาการบาดเจ็บ โดยตลอด 8 ฤดูกาล เขาพลาดลงสนามไปแล้ว 68 นัด จากอาการบาดเจ็บหลากหลาย ทั้งกล้ามเนื้อหลังต้นขา, ต้นขา, สะโพก และหัวไหล่ รวมถึงอาการกระทบกระเทือนทางสมอง
ในช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดย 5 ฤดูกาลแรกเขาพลาดลงสนามเพียง 21 นัด แต่ใน 3 ฤดูกาลหลังเพียงอย่างเดียว กลับพลาดไปถึง 47 นัด สิ่งนี้ทำให้ "หงส์แดง" ต้องพึ่งพาผู้รักษาประตูมือสองมากกว่าสโมสรอื่นๆ และในบางช่วงยังต้องใช้มือสามอย่าง เฟร็ดดี้ วู้ดแมน ด้วย
ด้วยวัย 33 ปีสถิตินี้มีแนวโน้มจะไม่ดีขึ้น ทำให้ทีมแพทย์และ สล็อต ต้องวางแผนการใช้งานและโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องชั่งน้ำหนักคือ ฟอร์มการเล่นของเขาเมื่อฟิตสมบูรณ์นั้นคุ้มค่าพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับสถิติการบาดเจ็บ และศักยภาพยังสูงกว่า "มามาร์" หรือไม่
แม้ผู้รักษาประตูชาวจอร์เจียอาจไม่พอใจกับการเป็นตัวสำรองต่ออีกปี แต่ อลีสซง ซึ่งจะอายุครบ 34 ปีในปลายปีนี้ ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก ถึงจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการออกบอลของเขายังคงเหนือกว่า มามาร์ดาชวิลี แม้คุณภาพจะลดลงจากช่วงพีคก็ตาม
นายทวารจากดินแดนแซมบ้า ติดท็อป 8% ของผู้รักษาประตูพรีเมียร์ลีกในด้านเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลสำเร็จ ขณะที่ มามาร์ดาชวิลี อยู่ในท็อป 27% ส่วนลูกบอลยาว "พ่อหมี" มีความแม่นยำ 39.9% ขณะที่ "มามาร์" อยู่ในกลุ่มล่างซึ่งเป็นจุดที่ยังต้องพัฒนาอย่างชัดเจน
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ มามาร์ดาชวิลี เปิดบอลได้ดีขึ้นนั่นก็คือเพื่อนร่วมทีมต้องจำได้ว่าเขาถนัดซ้าย แต่โดยรวมแล้ว อลีสซง ยังคงเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่การป้องกันประตูและการครองบอล
- ลิเวอร์พูล ยังต้องพึ่ง อลีสซง
แม้ว่าซัมเมอร์นี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายในการรับค่าตัวจากการขายอลีสซง แต่สำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" จำนวนมาก คำตอบนั้นชัดเจนคือ ควรเก็บเขาไว้ที่แอนฟิลด์
นายด่านจากดินแดนกาแฟ คือแกนหลักสำคัญของทีม สามารถเป็นผู้นำร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่สำคัญคุณภาพของเขามีทั้งสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ และในฐานะหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังคงรักษามาตรฐานจากยุคก่อน การที่เขาอยู่กับทีมยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อลีสซง ยังห่างไกลจากคำว่า “หมดสภาพ” ในระดับสูงสุด และการขายเพื่อรับเงินในซัมเมอร์นี้ เท่ากับต้องแลกกับการสูญเสียทั้งภาวะผู้นำ ความสามารถ และความนิ่งในเกม ที่สำคัญค่าตัวที่ได้จากการขาย ไม่อาจทดแทนสิ่งที่เขายังสามารถมอบให้กับทีมที่แอนฟิลด์ได้
แม้ลิเวอร์พูลจะวาง มามาร์ดาชวิลี เป็นอนาคตของทีม แต่กระนั้นทัพ "หงส์แดง" ยังคงต้องพึ่งพา อลีสซง อย่างน้อยในอีกหนึ่งฤดูกาล