คิดให้ดี! เหตุผลขาย เคอร์ติส โจนส์ ซัมเมอร์นี้ คือความผิดพลาดมหันต์ของ ลิเวอร์พูล

คิดให้ดี! เหตุผลขาย เคอร์ติส โจนส์ ซัมเมอร์นี้ คือความผิดพลาดมหันต์ของ ลิเวอร์พูล
ภายใต้การบริหารชุดปัจจุบัน ลิเวอร์พูล เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในสโมสรที่ขายนักเตะได้ดีที่สุดในโลกมาโดยตลอด นักเตะที่ปล่อยออกไปมักไปทำผลงานไม่ดีนักกับทีมใหม่ แต่สโมสรได้ค่าตัวที่เหมาะสม และเลือกจังหวะขายได้อย่างลงตัวเสมอ

อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้สะดุดลงในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จากการขาย หลุยส์ ดีอาซ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยรายหลังเป็นการย้ายทีมที่เกิดจากความต้องการของนักเตะเอง จากนั้นสโมสรก็ทุ่มเงินจำนวนมากในการเสริมทัพ แต่กลับมีฤดูกาลที่ย่ำแย่ และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขากำลังจะทำผิดพลาดซ้ำอีกครั้ง เพื่อหาเงินเสริมทัพเพิ่มเติม

การปล่อย เคอร์ติส โจนส์ ออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ จึงอาจเป็นการทำร้ายตัวเองชัดๆ ไม่ว่าจะเป็นในสนาม ในห้องแต่งตัว หรือ ในงบดุลของสโมสร ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทำไมนะเหรอ? งั้นมาเช็คเหตุผลกันได้เลย

- กองกลางที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของ ลิเวอร์พูล

ดาวเตะวัย 25 ปี กำลังเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพ แต่กลับไม่เคยลงเล่นในลีกครบ 2,000 นาทีในหนึ่งฤดูกาลเลย ซึ่งถือว่าไม่สมเหตุสมผลสำหรับนักเตะที่จุดเด่นหลักคือ "การควบคุมเกม" สิ่งที่ ลิเวอร์พูล ขาดหายไปอย่างชัดเจนในหลายเกมภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อต

ทุกครั้งที่เขาลงสนาม จังหวะเกมของลิเวอร์พูลจะเปลี่ยนไปทันที เขาสามารถถอยต่ำลงมาเชื่อมเกมกับเซ็นเตอร์แบ็ก รับบอลภายใต้ความกดดัน ใช้เท้าทั้งสองข้างหลบการเพรสซิ่ง และดึงคู่แข่งเข้าหาตัว ก่อนจ่ายบอลทะลุไลน์ได้อย่างแม่นยำ

ในแง่ของสถิติ โจนส์ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัวแถวของกองกลางยุโรปด้าน "การผ่านบอลแบบคืบหน้า" โดยติดท็อป 10 ของผู้เล่นใน 5 ลีกใหญ่สำหรับจำนวนการจ่ายบอลพาบอลไปข้างหน้าต่อ 90 นาที และยังเป็นกองกลางของลิเวอร์พูลที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในด้านนี้ในฤดูกาลนี้

สำหรับในพรีเมียร์ลีก เขายังติดอันดับต้นๆ ในสถิติการจ่ายบอลลึก และการจ่ายบอลตัดไลน์เกมรับเข้าไปในแดนคู่แข่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักเตะที่ต้องรับบท "ชะลอเกม" และ "เร่งจังหวะ" ให้ถูกเวลา

ในเกมรับ โจนส์ พัฒนาจากดาวรุ่งที่เคยเล่นแบบนิ่งๆ กลายเป็นผู้เล่นที่เพรสซิ่งดุดัน ความเข้มข้นในการวิ่งกดดัน การอ่านจังหวะเข้าปิดพื้นที่ และการเคาน์เตอร์เพรส คือเหตุผลที่ทั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ และ สล็อต ไว้วางใจเขาในเวลาที่แดนกลางต้องการทั้ง "ความดุดัน" และ "ความนิ่ง"

แม้กระทั่งตอนถูกจับไปเล่นแบ็กขวาจำเป็นโดยเฉพาะในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ เขายังจบเกมด้วยสถิติการจ่ายบอลมากที่สุด เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จมากที่สุด และมีจังหวะเกมรับมากที่สุดในสนาม ทั้งที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาด้วยซ้ำ

- ถูกใช้งานไม่เต็มที่ ไม่ใช่ฟอร์มตก

ระหว่างต้นเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม โจนส์ ได้ออกสตาร์ท 9 จาก 10 นัดในทุกรายการ และ ลิเวอร์พูล ก็ทำผลงานไร้พ่าย 13 นัดติดต่อกัน แม้ฟอร์มโดยรวมจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวก็ตรงกับการที่เขากลายเป็นตัวหลักในแดนกลาง

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในทีมที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมเกม กองกลางคนเดียวที่ตั้งใจชะลอจังหวะอย่างมีระบบ กลับเป็นคนที่ช่วยให้ผลการแข่งขันนิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลับมาจากศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์

ทำให้การจัดระบบที่ใช้กองกลาง 4 คนพร้อมกันเป็นเรื่องยาก ขณะเดียวกัน โจนส์ ยังอยู่ลำดับรองจากตัวเลือกอย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โดมินิค โซโบซไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ในการเลือกใช้งานของ สล็อต

นับจากนั้น เขาถูกโยกไปเป็นตัวสำรองอเนกประสงค์ โดย 3 จาก 7 นัดหลังสุดที่ได้ลงตัวจริง นักเตะถูกใช้งานในตำแหน่งแบ็กขวาจำเป็น และอีกหนึ่งนัดก็เกิดขึ้นเพียงเพราะ เวียร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บระหว่างวอร์มอัพ

- เล่นดีแต่มักเป็นตัวเลือกรอง

สิ่งที่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" รู้สึกคาใจมากที่สุด คือในขณะที่ โจนส์ หลุดออกจากทีม แต่ แม็ค อัลลิสเตอร์ กลับยังได้ลงตัวจริงแทบจะต่อเนื่อง ไม่ว่าฟอร์มจะเป็นอย่างไร

ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ลงเล่นในลีกไปแล้ว 30 นัดในฤดูกาลนี้ และมีเวลาลงสนามรวมกว่า 3,500 นาทีในทุกรายการ แต่ผลงานโดยรวมกลับน่าผิดหวังในหลายช่วง และดร็อปลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสองฤดูกาลก่อนหน้า

แน่นอนว่า "แม็คก้า" เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ และยังมีบทบาทสำคัญในแผนของ สล็อต แต่ก็มีหลายช่วงเวลาที่เขาดูไม่ใช่ทั้งมิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติ (เบอร์ 6) หรือมิดฟิลด์ตัวรุกระดับท็อป (เบอร์ 8) อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของเขากลับมั่นคงกว่าของ โจนส์ อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อทั้งสองคนถูกใช้งานในบทบาทคล้ายกัน ทั้งข้อมูลเชิงสถิติและสิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่าต่างก็ชี้ตรงกันว่า โจนส์ ทำผลงานได้ดีกว่า แม็ค อัลลิสเตอร์ แทบทุกมิติของเกมแดนกลาง ยกเว้นเรื่องการทำประตูและการสร้างโอกาสโดยตรง

ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล ความดุดันในการเพรสซิ่ง การเล่นเกมรับ หรือการพาบอลไปข้างหน้า ทั้งหมดชี้ไปที่ โจนส์ และนั่นแหละคืองานพื้นฐานของกองกลาง ที่ลิเวอร์พูลมักบ่นว่าขาดหายไป เวลาที่ทีมเปิดเกมแลกกับคู่แข่ง

- เด็กท้องถิ่นที่เข้าใจสโมสรจริงๆ

โจนส์ ไม่ใช่แค่นักเตะหมุนเวียนทั่วไป แต่คือผู้เล่นท้องถิ่น หรือ "สเกาเซอร์" ขนานแท้คนเดียวในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล หลังจากการย้ายออกของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

โจนส์ เติบโตในย่านท็อกซ์เทธ ยิงประตูชัยสุดสวยในศึกเอฟเอ คัพ ใส่ เอฟเวอร์ตัน ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และการฉลองชัยในเกมดาร์บี้ของเขาก็สะท้อนชัดว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับคนท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน สโมสรเตรียมจะเสียแกนหลักสำคัญอย่าง ซาลาห์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โดยที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ก็มีแนวโน้มจะตามไปในอนาคตอันใกล้ ซึ่งนั่นหมายถึงการสูญเสียหลายอย่าง รวมทั้งความเข้าใจในระบบของสโมสร และ ผู้นำทางวัฒนธรรมทีม ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ

โจนส์ อาจยังไม่ใช่ระดับตำนานแบบพวกเขา แต่เขาเข้าใจทั้งสโมสร เมือง และความคาดหวังได้ลึกซึ้งในแบบที่นักเตะใหม่ไม่มีทางแทนได้ทันทีตั้งแต่วันแรก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเชิงโครงสร้างทีม เพราะเขาเป็นนักเตะ "โฮมโกรว์น" ซึ่ง ลิเวอร์พูล มีแค่ 7 คนเท่านั้น และหนึ่งในนั้นคือ โจนส์

หากปล่อยเขาออกไปพร้อมกับ โจ โกเมซ ในซัมเมอร์เดียวกัน จะทำให้การลงทะเบียนนักเตะใหม่จากต่างชาติยากขึ้นทันที เพราะโควตาผู้เล่น "ไม่ใช่ โฮมโกรว์น" จะเริ่มเต็มเร็วขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

- ทำไมการขาย โจนส์ อาจเป็น ความผิดพลาดครั้งใหญ่

เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกัน การปล่อย โจนส์ ออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องน่าเสียดายเท่านั้น แต่มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของสโมสรในช่วงเวลานี้

ในแง่ของผลงานในสนาม สิ่ง ที่ลิเวอร์พูล จะเสียไปคือ :

  • กองกลางที่มีประสิทธิภาพด้านการจ่ายบอลพาทีมบุก ระดับแถวหน้าของยุโรป ผสมผสานระหว่างความนิ่งในการครองบอลกับความดุดันในการเล่น
  • นักเตะที่การมีการควบคุมเกมที่ดีขึ้น 
  • มิดฟิลด์ที่เล่นได้หลากหลาย ทนต่อการเพรสซิ่ง และสามารถอุดช่องโหว่ยามมีอาการบาดเจ็บได้ ซึ่งเขาก็พิสูจน์แล้ว แม้กระทั่งในตำแหน่งแบ็กขวา

นี่ยังไม่นับสิ่งที่ทีมจะสูญเสียไปนอกสนาม ทั้งในแง่ของโครงสร้างทีม ความเป็นนักเตะโฮมโกรว์น และบทบาทเชิงวัฒนธรรมภายในสโมสร ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีมูลค่ามากกว่าที่หลายคนคาดคิดเอาไว้



ที่มาของภาพ : Gettyimages / Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport