10 นาทีปีศาจ... 80 นาทีสวดภาวนา! เจาะลึกเกมรุก "พายุอสุนิบาต" ของปีศาจแดงที่ทำท่าจะถล่มพญาผึ้งให้จมดิน แต่ไฉนกลายเป็นโดนพับสนามบุกจนจิ้งจกต้องคำราม? วิเคราะห์ฟอร์มหนึบของ เซนเน่อ ลัมเมนส์ และการแก้หมากของคาร์ริคที่ต้องยอม "ทิ้งเกมบุก" เพื่อรักษาสามแต้ม!
แมนยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือน เบรนท์ฟอร์ด 2-1 แต่กว่าจะได้ 3 แต้ม ทำไมมันช่างทุลักทุเลแบบนี้
และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. พลพรรคปีศาจแดงเปิดฉากอย่างเร้าใจดีนักแล ด้วยการโหมบุกกระหน่ำใส่ผู้มาเยือนแบบเป็นพายุอสุนิบาต ขวานฟาดเลื่อนลั่นปฏพี !!!
ค๊อบบี้ เมนู ลากทะลวง ก่อนหักหลบนายทวารคู่แข่งแล้วไหลให้ อาหมัด ซัดไปติดกองหลัง
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกลูกเตะมุมแบบเหน่งๆ บอลข้ามเส้นไป 80% ก่อนถูกควักออกมา
การจู่โจมรวดเร็ว และหาจังหวะจบเกือบทุกชุดที่ยุกขึ้นมา แถมได้เตะมุมแบบถี่ๆ สุดท้ายก็มาได้ประตูนำจากลูกโหม่งของ กาเซมิโร่ อีกแล้วครับท่าน
ถือเป็นการเริ่มต้นเกมที่เพียบไปด้วยความหื่นกระหาย และไฉไลระเบิด
2. เจ้าบ้านนำ 1-0 ในนาทีที่ 10 บนความคึกคักและฮึกหาญถึงขนาดจิ้งจกบ้านผมยังต้องคำรามออกมาว่า...
สะเด่าไปเลยอีน้องส์ส์ส์ !!!
ทว่าหลังจากนั้นกลับกลายเป็นสโมสรผึ้งน้อยที่เดินหน้าบุกขย่มอยู่ข้างเดียวซะอย่างนั้น
แล้ว แมนยูไนเต็ด ก็ค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงเกมรับที่หละหลวมพลางเปิดพื้นที่ว่างมากมายให้คู่แข่งโจมตี
เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางฝั่งขวาของตัวเอง เมื่อ ดิโอโก้ ดาโล่ต์ หลุดและหลงตำแหน่งเป็นประจำ
คู่เซ็นเตอร์ฯ กับมิดฟิลด์ตัวกลางก็ยืนกันห่างจน เบรนท์ฟอร์ด หลุดเข้ามาทำประตูได้เป็นระยะ
3. เดชะบุญที่รอดพ้นจากการโดนทะลวงตาข่าย ด้วยเหตุผล 2 ประการ
หนึ่งคือ เบรนท์ฟอร์ด ใช้โอกาสอย่างสิ้นเปลืองกันไปเอง โดยเฉพาะหัวหอกรองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกอย่าง อีกอร์ ติอาโก้
หนึ่งคือนายทวารอย่าง เซนเน่อ ลัมเมนส์ ที่แดกกาวตราคชสารฟัคกลิ้งเลิฟก่อนเฝ้าเสาช่วยเซฟลูกที่ต้องโดนแน่ๆ อยู่ 2-3 ครั้ง
นอกจากจะรอดพ้นจากการโดนกะซวก แมนยูไนเต็ด ยังทิ้งห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับ
จบครึ่งแรก สกอร์กับรูปเกมมันช่างขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
4. ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ต้องแก้ตรงจุดนั้น
ในเมื่อเกมรับมันหละหลวม ครึ่งหลัง ไมเคิ่ล คาร์ริค และทีมงานสต๊าฟฟ์จึงทำการปรับแก้ 2 จุด
อาหมัด ดิยัลโล่ ที่จังหวะนรกไม่เลิกถูกถอดออก เพื่อใก้ นุสแซร์ มัซราวี ลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คอีกตัวพลางปรับสูตรจาก 4-2-3-1 เป็น 3-5-2 เพื่อเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นขึ้น
วิธีการเล่นก็เปลี่ยนเป็นเกมช้าพลางรักษาสกอร์มากกว่าที่จะเอาประตูเพิ่มชัดเจน
การปรับหมากและเปลี่ยนรูปแบบการเล่นทำให้เกมรับมีความกระชับมากขึ้น พวกเขาถอยรับลึกแบบเต็มระบบจนคู่แข่งไม่พบพื้นที่ว่างมหาศาลเหมือนในครึ่งแรก
5.ต่อเมื่อเล่นเกมรับอย่างเดียว แม้จะปิดพื้นที่ได้อย่างแน่นหนาจนไม่อนุญาตให้ทีมพญาผึ้งล่อเป้า
แต่การตั้งรับมันก็ต้องใช้พลังงานมากกว่าการเล่นเกมรุก
15 นาทีสุดท้าย ผู้เล่นพันธุ์อสูรเริ่มเดินเล่นแล้ว และพุ่งเข้าหาบอลประชิดตัวคู่แข่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
สุดท้ายก็โดนตีไข่แตกจนได้ในช่วงท้ายเกม เพราะแข้งขามันอ่อนล้าหมดแล้ว ยังดีที่ประคองตัวเองพลางปกป้องสกอร์นำเอาไว้จนจบเกม
บทสรุปของ แมนยูไนเต็ด คือขับเคลื่อนเกมรุกได้ดุดันมากในช่วง 10 นาทีแรก ก่อนจะออกอาการย้วยเหมือนเดิมจนจะโดนมิโดนแหล่ แต่ก็ปรับหมากเตะและแก้เกมได้ดีมากเช่นกันในครึ่งหลัง ก่อนจะหมดแรง