มีสัจธรรมที่กล่าวไว้ว่า "ทีมไม่มีวันดีขึ้นเมื่อต้องเสียผู้เล่นที่ดีที่สุดไป" และสำหรับ ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2025-26 ความจริงข้อนั้นกำลังทิ่มแทงเราอย่างเจ็บปวด
การย้ายออกของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทิ้งช่องโหว่ขนาดมหึมาไว้ที่กราบขวา แม้สโมสรจะพยายามอุดรอยรั่วด้วยการมอบความไว้วางใจให้ คอนเนอร์ แบร็ดลีย์ และทุ่มเงิน 29.5 ล้านปอนด์คว้าตัว เจเรมี่ ฟริมปง เข้ามาเสริมทัพ แต่สิ่งที่ตามมากลับกลายเป็นมหากาพย์อาการบาดเจ็บที่ดูราวกับว่าตำแหน่งนี้ถูกสาปไว้ไม่มีผิด
เมื่อแผนสำรองที่เตรียมไว้พังทลายไม่เป็นท่า
ลิเวอร์พูล เริ่มต้นฤดูกาลด้วยความมั่นใจว่าพวกเขาเตรียมตัวมาดีพอสำหรับการทดแทน เทรนต์
นอกจากดัน แบร็ดลีย์ ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกแล้ว การดึง ฟริมปง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและสารพัดประโยชน์มาจาก เลเวอร์คูเซ่น รวมถึงการเก็บ โจ โกเมซ ไว้เป็นตัวประคอง ถือเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลที่สุด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หลังจากนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด
แบร็ดลีย์ ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บถึง 3 ครั้งซ้ำซ้อน และหนล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมคืออาการบาดเจ็บที่หัวเข่าซ้ายซึ่งทำให้เขาต้องปิดเทอมยาวทั้งฤดูกาล
ฟริมปง เองที่แทบไม่เคยเจ็บเลยตลอด 3 ปีกับ เลเวอร์คูเซ่น กลับต้องมาเผชิญกับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (แฮมสตริง) ถึง 3 ครั้งในฤดูกาลเดียว
ส่วน โกเมซ ขาประจำโรงพยาบาลรายนี้ก็ไม่รอด
เขาต้องสู้กับปัญหาความฟิตอย่างน้อย 3 ครั้ง จน อาร์เน่อ เผยว่าบ่อยครั้งที่ โกเมซ ฟิตพอแค่มีชื่อเป็นสำรองเท่านั้น
แม้แต่ วาตารุ เอ็นโด ที่ถูกโยกมาขัดตาทัพ ก็ยังมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายรบกวน
ขณะที่ดาวรุ่งอย่าง โจวานนี่ เลโอนี่ ก็ดวงแตกเจ็บเข่าตั้งแต่นัดประเดิมสนามในเดือนตุลาคม
สรุปแล้ว ฤดูกาลนี้มีผู้เล่น ลิเวอร์พูล ถึง 7 รายที่ต้องหมุนเวียนลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
สถิติที่น่าเจ็บปวด เมื่อกองกลางตัวรุกต้องมาเล่นแบ็ก
ความโกลาหลนี้เห็นได้ชัดจากตัวเลขนาทีที่ลงสนาม
แบร็ดลี่ย์ ที่เจ็บไปตั้งแต่เดือนมกราคม ยังคงเป็นผู้เล่นที่ลงสนามในตำแหน่งนี้มากที่สุดด้วยจำนวน 932 นาที
ซึ่งหากเทียบกับแบ็กขวารายอื่น ๆ ใน พรีเมียร์ลีก มีถึง 19 คนที่ลงเล่นมากกว่าเขา
ที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือ โดมินิก โซโบซไล กองกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดของทีม กลับต้องใช้เวลาถึง 719 นาทีในการยืนเป็นแบ็กขวาจำเป็น
สถานการณ์นี้เปรียบได้กับการขอให้ รอรี่ แม็คอิลรอย นักกอล์ฟระดับโลก พยายามคว้าแชมป์มาสเตอร์สโดยไม่มีเหล็ก 7
แม้เขาจะพยายามใช้เหล็กอื่นตีแทนได้ แต่มันย่อมไม่ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องมือที่เขาถนัดที่สุด
ฟริมปง กับบทเรียนที่คาดเดาไม่ได้
กรณีของ ฟริมปง คือสิ่งที่น่าเห็นใจที่สุด
สตาฟฟ์และทีมสรรหาของ ลิเวอร์พูล ทำดีที่สุดแล้วในการตรวจสอบประวัติ เพราะเขาไม่เคยเจ็บยาวมาก่อน
แต่ พรีเมียร์ลีก พิสูจน์แล้วว่ามันมีความโหดร้ายทางร่างกายที่แตกต่างออกไป ฟริมปง พยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับมา ทั้งการเข้ายิมเพิ่ม ทำโยคะ เปลี่ยนอาหาร และดูแลการฟื้นฟูร่างกายอย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บซ้ำครั้งที่ 3 ก็เป็นสิ่งที่ทำร้ายสภาพจิตใจเขาอย่างมาก
อนาคตที่ต้องมีแผนการที่รัดกุมกว่าเดิม
ความเสี่ยงนี้จริง ๆ แล้วมีสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน
เมื่อ แบร็ดลีย์ และ โกเมซ เป็นสองในสามผู้เล่นที่พลาดการลงสนามมากกว่า 10 นัด
ลิเวอร์พูล อาจจะถูกตำหนิได้ว่าไม่ได้เตรียมแผนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อนนี้ได้ดีพอ
สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เคอร์ติส โจนส์ อาจต้องรับบทบาทสำคัญในการยืนแบ็กขวาขัดตาทัพต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงในลูกกลางอากาศ แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในการครองบอล
ถึงกระนั้น เมื่อฤดูกาลนี้สิ้นสุดลง และการอำลาของ โม ซาลาห์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องมีแผนการใหญ่เพื่อยกเครื่องกราบขวาใหม่ทั้งหมด
ไม่ใช่แค่การหาคนมาเล่น แต่คือการหาทางป้องกันไม่ให้คำสาปอาการบาดเจ็บนี้ตามไปหลอกหลอนทีมในฤดูกาลหน้าอีกต่อไป
HOSSALONSO