ตอนนี้บอร์ดบริหาร เชลซี ต้องเดินหน้าเตรียมหากุนซือคนใหม่ หลังสั่งปลด เลียม โรซีเนียร์ ออกจากตำแหน่งเมื่อวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เซ่นผลงานสุดห่วยนับตั้งแต่เข้ามากุมบังเหียนไม่ถึง 4 เดือนด้วยซ้ำ
สโมสรเลือกแต่งตั้ง คัลลั่ม แม็คฟาร์เลน รับหน้าที่กุนซือชั่วคราวไปจนจบฤดูกาล โดยช่วงเวลานี้ทีมต้องคัดสรรคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามากอบกู้สโมสรกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้
บรรดาแฟนบอล "สิงโตน้ำเงินคราม" คงเรียกร้องให้บอร์ดบริหารทาบทาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด อีกครั้ง เพราะหวังอาศัยความผูกพันระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่เชื่อว่า "แลมพ์ส" ซึ่งเคยทำงานกับทีมเก่า 2 รอบ ต้องการความท้าทายในการสร้าง โคเวนทรี ซิตี้ ให้แข็งแกร่งในฐานะน้องใหม่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แล้วตัวเลือกไหนที่ เชลซี น่าจะดึงมาทำหน้าที่สำคัญนี้ บอกเลยว่าแต่ละคนโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และอาจจะสามารถนำทัพ "สิงห์บลูส์" กลับมาคืนชีพอีกครั้งก็ได้
1. ฟิลิเป้ หลุยส์
ก่อนหน้านี้ชื่อของ มีรายงานว่า ฟิลิเป้ หลุยส์ เป็นหนึ่งในตัวเต็งสำหรับตำแหน่งนี้ ร่วมกับ โรซีเนียร์ ตั้งแต่ตอนที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
หากพิจารณาจากความเป็นจริงก็ต้องบอกว่าบรรดาบอร์ดบริหารได้ทำการตรวจสอบประวัติของ หลุยส์ อย่างละเอียดไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงถือเป็นตัวเลือกที่สามารถดำเนินการได้ง่ายที่สุด
หลังจากอำลา ฟลาเมงโก้ เมื่อเดือนมีนาคม ทำให้ปัจจุบัน กุนซือชาวบราซิล เป็นฟรีเอเจนต์ และสามารถแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องเสียค่าชดเชย อีกทั้งโปรไฟล์ยังเคยเป็นนักเตะของ เชลซี ยิ่งช่วยให้เขาเข้าถึงและเชื่อมโยงกับแฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ในทันที
2. โอลิเวอร์ กลาสเนอร์
เนื่องจาก โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ประกาศอำลา คริสตัล พาเลซ หลังจบฤดูกาลนี้ นั่นจึงทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะผลงานก็ไม่ธรรมดาสร้าง "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้อย่างแข็งแกร่ง และยังพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาด้วย
แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเคยถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในการคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แต่ความสนใจดังกล่าวอาจลดลง จากผลงานที่แข็งแกร่งของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ในช่วงที่คุมทีมชั่วคราวที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
หาก เชลซี ตัดสินใจดึงตัว กลาสเนอร์ มาคุมทีม ก็จะได้ผู้จัดการทีมที่มีผลงานพิสูจน์แล้ว และแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพาทีมทำผลงานเกินความคาดหมายในพรีเมียร์ลีก โดยเขาจะนำความเป็นระเบียบทางแท็กติก และความมั่นคงด้านโครงสร้างทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขุมกำลังชุดปัจจุบันขาดไปอย่างชัดเจน
3. อันโดนี่ อิราโอล่า
เช่นเดียวกับ กลาสเตอร์ เมื่อ อันโดนี่ อิราโอล่า ประกาศอำลา บอร์นมัธ หลังจบฤดูกาลนี้ โดยสโมสรได้ประกาศแต่งตั้ง มาร์โค โรเซ่อ เป็นตัวแทนของเขาไปแล้วในช่วงสัปดาห์นี้ เรียบร้อยแล้ว
หาก เชลซี ต้องการดึงตัวเขามาคุมทีม ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อยก้อนโต พร้อมสัญญาระยะยาวที่มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อมีสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปรายอื่นๆ ให้ความสนใจอยู่ด้วย
สไตล์การเล่นที่เน้นใช้พลังงานสูงของ อิราโอล่า น่าจะช่วยปลุก เชลซี ให้กลับมาค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองได้ และหากเขาถูกดึงตัวมาจริงๆ ก็อาจทำให้ "สิงห์บลูส์" เป็นทีมที่กลับมาอันตรายอีกครั้ง
4. เชส ฟาเบรกาส
ฟาเบรกาส กำลังทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งในศึกกัลโช่ เซเรีย อา โดยนำ โคโม่ ก้าวขึ้นมาลุ้นจบท็อปโฟร์แบบเหนือความคาดหมาย แม้ว่าเขายังคงมุ่งมั่นกับโปรเจกต์ในอิตาลี แต่สายสัมพันธ์กับ เชลซี ก็มีความหมายอย่างมาก
ในฐานะลูกศิษย์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ความรู้ด้านแท็กติกของเขาถูกยกย่องว่าอยู่ในระดับชั้นนำในหมู่โค้ชรุ่นใหม่ แฟนบอลเชลซียังคงร้องเพลงเชียร์ชื่อของเขา และการเข้ามาของเขาอาจช่วยยกระดับบรรยากาศที่ตึงเครียดรอบสโมสรได้ทันที
ความท้าทายคือการโน้มน้าวให้เขายอมทิ้งโอกาสไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (กรณี โคโม่ ได้โควตา) เพื่อย้ายมาร่วมโปรเจกต์สร้างทีมใหม่ที่ดูเหมือนว่าทีมอาจจะจบซีซั่นในอันดับกลางตาราง ซึ่งต้องอาศัยความพยายามอย่างมากจากบอร์ดบริหารของสโมสรในการทำให้เขาเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกลับมา
5. ชาบี อลอนโซ่
หนึ่งในชื่อที่มีโปรไฟล์น่าสนใจมากๆ ก็คงหนีไม่พ้น ชาบี อลอนโซ่ เพราะเขาประสบความสำเร็จทั้งในฐานะนักเตะ และกุนซือ ซึ่งนั่นถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่จะถ่ายทอดให้กับบรรดาแข้ง เชลซี
"คุณชาย" มีประสบการณ์ในการเล่นที่อังกฤษอยู่แล้วสมัยค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ดังนั้นจึงน่าจะรู้ไส้รู้พุงวงการลูกหนังเมืองผู้ดี ที่สำคัญเขายังเคยนำ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ล้มมหาอำนาจอย่าง บาเยิร์น คว้าแชมป์บุนเดสลีกา และ เดเอฟเบ โพคาล แบบไร้พ่ายด้วย
แม้จะเสียศูนย์ไปบ้างตอนคุม เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ และโดนปลดออกจากตำแหน่งก็ตาม แต่เชื่อว่า อลอนโซ่ ยังมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะคุม "สิงห์บลูส์" แต่งานนี้บอร์ดบริหารต้องคิดเร็วทำเร็ว เพราะ ลิเวอร์พูล ก็จ้องตัวเขาเช่นกัน หากทีมตัดสินใจปลด อาร์เน่อ สล็อต ถ้าหากพลาดตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ ลีก !!