แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับรู้ถึงศักยภาพของ อันโดนี่ อิราโอล่า หลังจากที่กุนซือชาวสแปนิช นำ บอร์นมัธ ต่อกรกับ "ปีศาจแดง" ได้อย่างถึงพริกถึงขิง แถมฟอร์มการเล่นก็โดดเด่นจนทำให้สาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" ประทับใจมากๆ
สไตล์การเล่นที่เน้นการเพรสซิ่งที่บีบให้เกมขึ้นบอลของ แมนฯ ยูฯ เล่นไม่ออก, การเล่นลูกตั้งเตะที่แม่นยำ, จังหวะการสวนกลับเร็วที่โดดเด่น และการจบสกอร์ที่เฉียบคม นี่คือจุดเด่นในระบบการเล่นของ อิราโอล่า
หลังจากที่ อิราโอล่า ประกาศอำลา บอร์นมัธ หลังจบฤดูกาลนี้ นั่นทำให้ชื่อของเขาเป็นที่สนใจอย่างมากและด้วยอัตลักษณ์ฟุตบอลที่สอดคล้องกับขุมกำลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงมีความเป็นไปได้ที่เขาเหมาะคุม "ผีแดง" แบบไม่ต้องปรับแก้อะไรมากนัก
- ทีมที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เขาโดยไม่รู้ตัว
เริ่มจากแกนหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีอยู่แล้ว การเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้ เบนยามิน เชชโก้, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ มาเตอุส คุนญ่า เข้ามา ซึ่งเป็นสามประสานแนวรุกที่ถูกวางให้เป็นรากฐานของโปรเจกต์ของ รูเบน อโมริม
แม้โปรเจกต์นั้นจะไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่การเซ็นสัญญาเหล่านี้กลับเข้ากับแนวทางฟุตบอลของ อิราโอล่า ได้แทบจะสมบูรณ์แบบ โดย เชชโก้ เป็นกองหน้าสายวิ่งทำทาง เล่นเกมแนวดิ่ง และโดดเด่นกับบอลที่จ่ายทะลุช่อง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการแรกของเขา ที่เน้นการแย่งบอล และรีบส่งให้หน้าเป้าทันที เพราะนั่นคือช่วงที่คู่แข่งยังจัดระเบียบเกมรับไม่ทัน
ส่วน เอ็มเบอโม่ ผสมผสานความเข้มข้นในการเพรสซิ่งเข้ากับการเลี้ยงบอลแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคุณสมบัติของตัวรุกริมเส้นที่ บอร์นมัธ มองหาภายใต้การคุมทีมของกุนซือรายนี้ ขณะที่ คุนญ่า มีความขยันในการเพรสซิ่งตามแบบฉบับที่ อิราโอล่า ต้องการในระบบไฮบริดของเขา และยังสามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นและตรงกลางอย่างคล่องตัว
สำหรับเกมรับ เลนี่ โยโร่ มีความเร็วในการวิ่งกลับมาป้องกัน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการเล่นไลน์สูงตามสไตล์ทีมของ อิราโอล่า ส่วน เซอเน่อ ลัมเมนส์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเปิดเกมจากแดนลึกด้วยระยะการจ่ายบอลที่หลากหลาย ซึ่งสำคัญมากเมื่อโค้ชต้องการให้ทีมเล่นบอลไปข้างหน้าภายในไม่เกินสามจังหวะ
ขณะที่ ค็อบบี้ เมนู เมื่อฟิตสมบูรณ์ ก็เหมาะกับบทบาทตำแหน่งตัวรุกในระบบไดมอนด์ของ อิราโอล่า อย่างเป็นธรรมชาติ เขาเป็นมิดฟิลด์ที่เด่นในเกมเปลี่ยนจังหวะ เล่นชิ่งสั้นได้ดี ทำงานในพื้นที่แคบได้อย่างคล่องตัว และสามารถพาบอลฝ่าความกดดันได้
- ทีมยังไม่สมบูรณ์ต้องเสริมทัพอย่างเหมาะสม
การมีขุมกำลังที่ดีแต่ไม่ได้หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้สมบูรณ์แล้ว หรือไม่จำเป็นต้องเสริมทัพ เพราะหากมองจากความเป็นจริงบางตำแหน่ง "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องหาผู้เล่นที่มีศักยภาพมากกว่านี้
แมนฯ ยูไนเต็ด ยังต้องการมิดฟิลด์ตัวรับเก่งๆ หลังจากที่ กาเซมีโร่ ประกาศอำลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจบฤดูกาลนี้ และแบ็กขวาที่ไว้ใจได้มากกว่านี้ เนื่องจากนักเตะที่มีอยู่อย่าง ดีโอโก้ ดาโลต์ กับ นุสแซร์ มาซราวี ไม่สามารถพึ่งพาได้
แน่นอนว่ากองกลางตัวรับ กับแบ็กขวาฝีเท้าดี เป็นสองตำแหน่งที่ขาดไม่ได้สำหรับโครงสร้างในการเล่นของ อิราโอล่า ดังนั้นหากเขาได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามากุมบังเหียน เชื่อได้เลยว่าเป้าหมายแรกก็คือการเสริมทัพสองตำแหน่งนี้ทันที
จะว่าไปแล้ว แมนฯ ยูฯ ถือว่ามีโครงสร้างทีมที่ดี เพียงแค่เสริมทัพให้เหมาะสมเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ดังนั้นหาก อิราโอล่า ได้รับการแต่งตั้งเขาจะมีขุมกำลังที่ยอดเยี่ยม และมีลักษณะคล้ายกับ บอร์นมัธ แต่เป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
- สามปีแห่งการพิสูจน์ฝีมือในพรีเมียร์ลีก
อิราโอล่า เข้ามาคุม บอร์นมัธ เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2023 โดยไม่มีประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษเลย และมีผลงานก่อนหน้าคือพา ราโย่ บาเยกาโน่ จบอันดับ 11 ในศึก ลา ลีกา เปน เท่านั้น
สามปีต่อมา เขากำลังจะอำลาทีมโดยทิ้งผลงานเป็นสองฤดูกาลที่ทำแต้มในพรีเมียร์ลีกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร และยังมีโอกาสทำสถิติครั้งที่สาม หาก บอร์นมัธ คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปได้ในฤดูกาลนี้
ตัวเลขเบื้องหลังผลงานเหล่านั้นสำคัญกว่าตำแหน่งในตาราง นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2024/25 มีเพียง อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, แอสตัน วิลล่า, เชลซี และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เท่านั้น ที่เก็บแต้มในพรีเมียร์ลีกได้มากกว่า "เดอะ เชอร์รี่ส์"
สำหรับในกลุ่มกุนซือระดับเดียวกันนี้ มีเพียง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, อาร์เน่อ สล็อต และ มิเกล อาร์เตต้า เท่านั้นที่ทำผลงานเหนือกว่า อิราโอล่า ในช่วงเวลาดังกล่าว โดย เป๊ป เคยยกย่องผลงานของรุ่นน้องชาวสแปนิชว่าสร้างทีมด้วยการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่
- ตัวหลักไม่อยู่แต่ระบบยังยอดเยี่ยม
ฤดูกาลนี้คือเป็นบททดสอบที่ยากกว่า และก็เผยให้เห็นศักยภาพชั้นยอดของ อิราโอล่า ได้เป็นอย่างดี เพราะทีมขาดนักเตะกำลังสำคัญไปหลายคน แต่เขายังสามารถนำ บอร์นมัธ สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น
เกมรับของ อิราโอล่า ถูกขายออกไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ได้แก่ ดีน เฮาเซ่น (เรอัล มาดริด), มิลอส เคอร์เคซ (ลิเวอร์พูล และ อิลย่า ซาบาร์นยี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ซึ่งทำให้ บอร์นมัธ รับทรัพย์เข้ากระเป๋าประมาณ 253 ล้านปอนด์ (ราว 10,879 ล้านบาท)
นอกจากนี้ทีมยังขาย อองตวน เซเมนโย่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) เมื่อเดือนมกราคมคม รวมทั้ง ด็องโก อัวตาร่า(เบรนท์ฟอร์ด) และปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กุนซือส่วนใหญ่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ บอร์นมัธ รักษาผลงานได้ดีโดยไม่แพ้ใครในลีก 12 เกมติดต่อกัน และยังบุกชนะ อาร์เซน่อล ถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมด้วย
แม้ขุมกำลังเปลี่ยนแต่ทีมในแบบของ อิราโอล่า ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น สไตล์การเพรสซิ่งที่ดุดันและเข้าทำเร็ว นอกจากนี้พวกเขายังมีความเร็วในการพาบอลขึ้นเกมรุก โดยเฉลี่ยเร็วที่สุดในลีก และติดท็อป 3 ในสถิติการแย่งบอลสูงแล้วจบด้วยการยิง
ผลงานเกินความคาดหมายไม่ได้มาเพราะโชค หรือแท็กติกเซอร์ไพรส์ระยะสั้น แต่มันคือ "ระบบ" ที่ผ่านการพัฒนา 3 ปี และสามารถสร้างผลลัพธ์แบบเดิมซ้ำๆ ได้ ไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งระดับไหนก็ตาม