เปิดงานวิจัย : ทำไมผลบอลเมื่อคืนถึงทำลายเช้าวันจันทร์ของคุณ?

เปิดงานวิจัย : ทำไมผลบอลเมื่อคืนถึงทำลายเช้าวันจันทร์ของคุณ?
เปิดงานวิจัยล่าสุดเผยเหตุผลที่ทีมรักพ่ายแพ้ส่งผลลบต่อการทำงานในวันถัดมา ชี้อารมณ์ลบทำประสิทธิภาพร่วงและส่งผลกระทบถึงตลาดหุ้น

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมลูกหนังกลม ๆ ที่ถูกเตะโดยคน 22 คนบนสนามหญ้าที่อาจจะห่างไกลจากชีวิตคุณหลายพันไมล์ ถึงมีอิทธิพลรุนแรงพอจะทำให้การขยับนิ้วพิมพ์อีเมล หรือการนั่งประชุมในเช้าวันจันทร์ของคุณกลายเป็นเรื่องทรมาน? 

เพราะฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่มันคือ “อาภรณ์ทางจิตวิญญาณ” ที่เราเลือกสวมใส่ 

เมื่อทีมรักลงสนาม เราไม่ได้เพียงแค่ดู แต่เรากำลัง “เอาตัวตน” เข้าไปผูกติดกับผลลัพธ์นั้น ราวกับว่าชัยชนะของพวกเขาคือความสำเร็จของเรา และความปราชัยของพวกเขาคือความล้มเหลวส่วนตัว

ในโลกของฟุตบอล แผนการเล่นที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการเสียประตู 

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความพ่ายแพ้ของทีมรักกำลังส่งผลกระทบต่อ “โครงสร้างอารมณ์” ของแฟนบอลอย่างลึกซึ้ง จนลามไปถึงประสิทธิภาพการทำงานในวันถัดมาอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

ทฤษฎีการล้นทะลัก

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Aristotle University of Thessaloniki ที่ศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างเจ้าหน้าที่ทหารในกรีซ พบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Spillover Effect” 

ที่พบว่าเมื่อทีมรักพ่ายแพ้ในวันอาทิตย์ แฟนบอลจะไม่ได้เดินเข้าออฟฟิศในวันจันทร์ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า แต่พวกเขาจะพกพา “Negative Affect” หรือสภาวะอารมณ์เชิงลบ เช่น ความหงุดหงิด และความกระสับกระส่าย ติดตัวไปด้วย

สภาวะนี้ส่งผลโดยตรงต่อสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Work Engagement หรือความมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยสามประสานสำคัญคือ ความกระตือรือร้น, ความจด และ ความทุ่มเท 

ขณะที่ใจยังพะวงอยู่กับจังหวะพลาดประตูหรือความผิดพลาดของไลน์แมน พลังงานที่จะใช้ขับเคลื่อนงานตรงหน้าก็มักจะ “ฟอร์มบู่” ลงอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้แฟนบอลเหล่านั้นประเมินตัวเองว่าทำงานได้แย่ลงในวันนั้น

สงครามเคมีในสมองที่ไม่มีใครชนะ

ทำไมเราถึงแยกแยะไม่ได้? คำตอบซ่อนอยู่ในระดับเซลล์ มีการค้นพบสภาวะที่เรียกว่า “Vicarious Social Defeat Stress”  (ความเครียดจากการพ่ายแพ้โดยอ้อม)

โดยสมองของแฟนบอลจะประมวลผลการพ่ายแพ้ของทีมรักในลักษณะเดียวกับการที่ตนเองพ่ายแพ้ในการเผชิญหน้าทางสังคมจริง ๆ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน “คอร์ติซอล” 

ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมามากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการกระสับกระส่ายและทำลายสมาธิ

ในขณะที่ชัยชนะช่วยกระตุ้น “เทสโทสเตอโรน” ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 42-44% ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและการตัดสินใจ 

แต่ความพ่ายแพ้กลับทำให้สารเคมีเหล่านี้เงียบเหงา ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีแนวโน้มที่จะ “ติดเชื้ออารมณ์” จากแฟนบอลคนอื่นหรือบรรยากาศในโซเชียลมีเดีย ยิ่งตอกย้ำความหดหู่ให้ร้าวลึกเข้าไปอีก

แรงสั่นสะเทือนนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่โต๊ะทำงานตัวเดียว แต่มันรุนแรงถึงขั้นส่งผลต่อ ดัชนีตลาดหุ้น โดยผลการศึกษาจาก London School of Business ชี้ชัดว่า ในวันถัดจากที่ทีมชาติพ่ายแพ้ในศึกฟุตบอลโลก 

ตลาดหุ้นของประเทศนั้น ๆ มีแนวโน้มจะร่วงลงเฉลี่ยถึง 0.5% เพียงเพราะนักลงทุนสูญเสีย “ความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นผลจากอารมณ์ที่ดิ่งวูบ

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลสอนเราเสมอว่า “ความพ่ายแพ้เป็นส่วนหนึ่งของเกม” แต่ในฐานะแฟนบอล เรามักจะลืมกฎข้อนี้ไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเครื่องสแกนนิ้วในเช้าวันจันทร์ 

การรู้เท่าทันว่าร่างกายและสมองของเรากำลังถูก “จู่โจม” ด้วยสารเคมีและความรู้สึกสะสม จะช่วยให้เราสามารถรีเซ็ตตัวเองให้กลับมาอยู่ในเกมของชีวิตจริงได้เร็วขึ้น

สุดท้ายแล้ว ความหลงใหลในฟุตบอลคือความสวยงาม แต่มันไม่ควรกลายเป็นโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งก้าวเดินของเราในโลกความจริง เพราะในขณะที่นักเตะในสนามอาจจะมีโอกาสแก้ตัวในนัดหน้า... แต่กับงานตรงหน้า คุณอาจจะไม่มีโอกาสที่สองเสมอไป



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport