อสูรคืนชีพ! "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กู้ศรัทธาแฟนบอลสำเร็จ หลังบุกไปเชือด "สิงห์บลูส์" เชลซี ถึงถิ่น 1-0 ยุติอาถรรพ์ไม่ชนะที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ มายาวนาน 5 ปีเต็ม โดยเจ้าถิ่นยิงทิ้งยิงขว้าง 21 ครั้งแต่ไร้ความคม พ่ายในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน!
พลพรรคปีศาจแดงทำได้ไฉไลเกินคาด เมื่อบุกไปควักชัยชนะกลับออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว
1. ตอนแรกที่เห็นรายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของ แมนยูไนเต็ด สารภาพตามตรงว่าน่าจะรอดยาก
เหตุเพราะจำเป็นต้องเอา นุสแซร์ มัซราวี กับ เอย์เดน เฮฟเว่น มาเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คคู่กัน (เป็นครั้งแรก)
'บังมัซ' เล่นแบ็คยังอ้อนๆ แอ้นๆ ขณะที่ 'ไอ้หวัน' ก็ยังจัดอยู่ในประเภทดาวรุ่ง ขณะที่ เชลซี เน้นเกมรุกแน่ เพราะแพ้ในพรีเมียร์ลีกมา 3 เกมติดต่อกัน
2. ทั้ง 2 ทีมต่างเล่นด้วยความระมัดระวังกันเป็นพิเศษ
เฉพาะอย่างยิ่งผู้มาเยือนที่เน้นเกมรับอย่างรัดกุม ทว่าสิ่งที่ผิดคาดคือทีม 'สิงห์น้ำเงิน' ที่ไม่ได้โหมเกมรุกบุกกระหน่ำพลางอาศัยความแน่นอนเอาไว้ก่อน
เชลซี จึงครองบอลมากกว่าแบบกล้าๆ กลัวๆ
3. แมนยูไนเต็ด เล่นเกมรับกันได้ดีนะครับ ถอยลงไปปิดพื้นที่หน้าประตูแน่นหนา แล้วค่อยๆ หาจังหวะตอบโต้อย่างเยือกเย็น
ที่สำคัญคือคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่น่าเป็นห่วงสามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดที่น่าเกลียดเลย โดยเฉพาะ เอย์เดน เฮฟเว่น อ่านเกมแล้วชิงจังหวะเข้าสกัดได้แม่นยำ และเด็ดขาดดีนักแล
ส่วน นุสแซร์ มัซราวี ก็พอเอาตัวรอดได้ในตำแหน่งนี้
4. กุญแจสำคัญสู่ชัยชนะดอกหนึ่งของ 'ปีศาจแดง' ในเกมนี้คือการกลับมาของ ค๊อบบี้ เมนู
'ไอ้หนู' ช่วยให้เกมของ แมนยูไนเต็ด มีความสมดุลย์มากกว่านัดที่แล้วอย่างชัดเจน เขาคอยเคลื่อนที่มาต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมพลางเชื่อมเกมให้ไหลลื่น และไม่เสียบอลง่ายๆ
เท่านั้นไม่พอ ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังปรับให้ผู้เล่นตำแหน่ง เบอร์ 8 ผู้นี้ตามประกบ โคล พาลเมอร์ ในครึ่งหลังจนแผลงฤทธิ์ไม่ออกอีกตะหาก
5. ต่อเมื่อชิงจังหวะขึ้นนำ 1-0 จนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง แมนยูไนเต็ด เลยเล่นแบบ 'พาร์ค เดอะ บัส' ปล่อยให้เจ้าถิ่นขึงเกมรุกอยู่ข้างเดียวเลย
นอกจากจะกระชับพื้นที่จนคู่แข่งเจาะไม่เข้าแล้วก็ต้องบอกว่าเกมรุกของ เชลซี ไม่ค่อยมีความหลากหลาย เช่นเดียวกับไม่มีอันตรายอะไร แม้ว่าจะหาจังหวะจบได้ถึง 21 ครั้งก็ตาม
ตลอดครึ่งหลัง เซนเน่อ ลัมเมนส์ ไม่ได้ออกแรงเซฟลูกยากๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
คิดเอา !!!