บัลลงดอร์ปีนี้มีหลายชื่อที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ แต่ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของรางวัลลูกบอลทองคำ และมีประเด็นไหนที่อาจทำให้การลุ้นครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม?
การประกาศรางวัล บัลลงดอร์ กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 70 เพื่อยกย่องนักฟุตบอลที่ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในโลก โดยนิตยสาร ฟรองซ์ ฟุตบอล เป็นผู้จัดงานมาตั้งแต่ปี 1956 และรางวัลนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในเกียรติยศส่วนบุคคลสูงสุดของวงการฟุตบอลอาชีพ
เช่นเดียวกับทุกปี รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลสำคัญในค่ำคืนดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่แฟนบอล โดยพิธีมอบรางวัลปี 2026 มีเรื่องน่าสนใจหลายประการ ทั้งสถานที่จัดงาน ระบบการลงคะแนน และบรรดาตัวเต็งที่ถูกจับตามอง
บัลลงดอร์ 2026 จัดวันไหน ที่ไหน?
พิธีมอบรางวัลบัลลงดอร์ 2026 จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม เวลา 20.00 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือเวลา 03.00 น. ของวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย ณ โรงละครแพลเลเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
นับเป็นครั้งแรกที่กรุงลอนดอนได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงาน โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เปิดเผยว่าเป็นการยกย่อง สแตนลีย์ แมทธิวส์ ตำนานนักเตะชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้คว้ารางวัลบัลลงดอร์คนแรกในปี 1956
ก่อนหน้านี้พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสเป็นหลัก และใช้โรงละครชาเตอเลต์ในกรุงปารีสเป็นสถานที่จัดงานมาตั้งแต่ปี 2019
ตัดสินผู้ชนะบัลลงดอร์อย่างไร?
การคัดเลือกผู้ชนะใช้ระบบลงคะแนนสองขั้นตอน สำหรับรางวัลประเภทชาย จะมีคณะผู้สื่อข่าวจากนิตยสารฟรองซ์ ฟุตบอลและหนังสือพิมพ์เลกิ๊ป ร่วมกันจัดทำรายชื่อผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย 30 คน ก่อนประกาศรายชื่อประมาณสองเดือนล่วงหน้า
จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของผู้สื่อข่าว 100 คนจากทั่วโลกในการจัดอันดับนักเตะแต่ละราย ก่อนนำคะแนนมารวมกันเพื่อหาผู้ชนะ โดยมีเกณฑ์พิจารณา 3 ด้าน เรียงตามความสำคัญ ได้แก่
1. ผลงานส่วนบุคคล รวมถึงความเด็ดขาดและความโดดเด่นในการเล่น
2. ผลงานโดยรวมของทีมและความสำเร็จจากการคว้าแชมป์
3. ความสามารถเชิงเทคนิคและน้ำใจนักกีฬา
เปิดตัวเต็งบัลลงดอร์ชาย 2026
การประกาศรางวัลในปีที่มีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก ย่อมเพิ่มความน่าสนใจให้กับการตัดสิน เนื่องจากผลงานในนามทีมชาติสามารถส่งผลต่อคะแนนของผู้เข้าชิงได้
การที่ ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เล่นชาวสเปนทั้ง 6 คนที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิง ขณะที่นักเตะที่ทำผลงานโดดเด่นทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แม้ไม่ได้แชมป์กับทีมชาติ ก็ยังมีโอกาสเบียดลุ้นรางวัลเช่นกัน
แฮร์รี่ เคน
กัปตันทีมชาติอังกฤษทำไปถึง 73 ประตูจากการลงเล่นให้สโมสรและทีมชาติในฤดูกาล 2025-26 แม้เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาผลงานเฉพาะฤดูกาลล่าสุด แต่ผลงานยิง 156 ประตูจาก 158 นัดให้บาเยิร์น มิวนิค นับตั้งแต่ปี 2023 ก็สะท้อนถึงความสม่ำเสมอของเขา
เคนยังครองตำแหน่งดาวซัลโวบุนเดสลีกา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน และเป็นผู้ทำประตูรวมสูงสุดในระดับสโมสรของยุโรปประจำฤดูกาล 2025-26 นอกจากนี้ยังนำทีมชาติอังกฤษจบอันดับ 3 ฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่คว้าแชมป์ในปี 1966 โดยเจ้าตัวจบอันดับ 5 ในตารางดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์
ลามีน ยามาล
ดาวรุ่งวัย 19 ปี เคยคว้ารางวัลโกปา โทรฟี่ สาขานักเตะชายยอดเยี่ยมอายุต่ำกว่า 21 ปีมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2024 และ 2025 รวมถึงเคยจบอันดับ 2 ในการจัดอันดับบัลลงดอร์ปี 2025
ฤดูกาลนี้ ยามาลเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสเปนชุดแชมป์ฟุตบอลโลก และบาร์เซโลนาชุดคว้าแชมป์ลา ลีกา กับซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า แม้จะพลาดลงสนามหลายนัดจากปัญหาอาการบาดเจ็บก็ตาม
ผลงานของเขากับบาร์เซโลนาคือ 24 ประตู และ 18 แอสซิสต์จากทุกรายการ โดยยิงในแชมเปี้ยนส์ ลีก 8 ประตู ทำให้กลายเป็นนักเตะอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ทำประตูในรายการนี้ได้มากกว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้
คีลิยัน เอ็มบัปเป้
แม้ทีมชาติฝรั่งเศสจะไปไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก และพลาดคว้าอันดับ 3 หลังแพ้อังกฤษ 4-6 แต่ เอ็มบัปเป้ คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์จากการยิง 10 ประตู พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของการแข่งขัน
ในระดับสโมสร แม้เรอัล มาดริด จะไม่มีแชมป์ติดมือ แต่กองหน้าชาวฝรั่งเศสยังทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการยิง 42 ประตูจากการลงสนาม 44 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาล 2025-26
ลิโอเนล เมสซี่
แม้ช่วงเวลาที่ เมสซี่ ครองความยิ่งใหญ่บนเวทีบัลลงดอร์อาจผ่านพ้นไปแล้ว แต่เจ้าตัวยังมีโอกาสทำอันดับได้ดี หลังนำทีมชาติอาร์เจนตินาคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026
เมสซี่ยิงได้ 8 ประตูในทัวร์นาเมนต์ เป็นรองเพียงเอ็มบัปเป้ในตารางดาวซัลโว และยังครองตำแหน่งผู้นำด้านแอสซิสต์ร่วมกับกองหน้าฝรั่งเศสที่ทำได้คนละ 4 ครั้ง
นอกจากนี้ เขายังยิง 29 ประตูจากการลงเล่น 32 นัด ช่วยให้อินเตอร์ ไมอามี่ รั้งอันดับ 2 ในปี 2026 ทำให้ผลงานส่วนตัวและความสำเร็จของสโมสรยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา
โรดรี้
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2024 ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บต่อเนื่องในสองฤดูกาลที่ผ่านมา โดยพลาดลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้นานถึง 220 วัน หลังเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดในฤดูกาล 2024-25 ก่อนจะมีปัญหาบาดเจ็บหัวเข่าเพิ่มเติมในฤดูกาล 2025-26
อย่างไรก็ตาม การนำทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รวมถึงการได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ อาจช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับคะแนนโหวต แม้โอกาสคว้ารางวัลหลักอีกครั้งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม
เออร์ลิง ฮาลันด์
กองหน้าตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยนำทีมชาตินอร์เวย์สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก พร้อมยิง 7 ประตู จบตำแหน่งดาวซัลโวร่วมอันดับ 3 ของรายการ
ในระดับสโมสร ฮาลันด์คว้าตำแหน่งดาวซัลวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 ด้วยผลงาน 27 ประตู และยิงรวม 38 ประตูจากทุกรายการ นอกจากนี้ยังสร้างสถิติเป็นนักเตะที่ยิงครบ 50 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 49 นัด
รายชื่อผู้เข้าชิงบัลลงดอร์ชาย 2026 ทั้ง 30 คน
- จู๊ด เบลลิงแฮม (เรอัล มาดริด/อังกฤษ)
- เปา กูบาร์ซี่ (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- มาร์ก กูกูเรย่า (เรอัล มาดริด/สเปน)
- อุสมาน เดมเบเล่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/ฝรั่งเศส)
- หลุยส์ ดิอาซ (บาเยิร์น มิวนิค/โคลอมเบีย)
- บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด/โปรตุเกส)
- กาเบรียล (อาร์เซน่อล/บราซิล)
- เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/นอร์เวย์)
- อาชราฟ ฮาคิมี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/โมร็อกโก)
- แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น มิวนิค/อังกฤษ)
- ควิช่า ควารัตสเคเลีย (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/จอร์เจีย)
- ลามีน ยามาล (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- ซาดิโอ มาเน่ (อัล-นาสเซอร์/เซเนกัล)
- มาร์กินโญส (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/บราซิล)
- เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (อินเตอร์ มิลาน/อาร์เจนตินา)
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (เรอัล มาดริด/ฝรั่งเศส)
- นูโน่ เมนเดส (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/โปรตุเกส)
- ลิโอเนล เมสซี่ (อินเตอร์ ไมอามี่/อาร์เจนตินา)
- ชูเอา เนเวส (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/โปรตุเกส)
- ไมเคิ่ล โอลีเซ่ (บาเยิร์น มิวนิค/ฝรั่งเศส)
- วิลเลี่ยน ปาโช่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/เอกวาดอร์)
- ฮูเลียน กินโญเนส (อัล-กอดซิยาห์/เม็กซิโก)
- เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซน่อล/อังกฤษ)
- โรดรี้ (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- ฟาเบียน รุยซ์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/สเปน)
- วิลเลี่ยม ซาลิบา (อาร์เซน่อล/ฝรั่งเศส)
- เฟร์ราน ตอร์เรส (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/สเปน)
- ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (บาเยิร์น มิวนิค/ฝรั่งเศส)
- วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด/บราซิล)
- วิตินญ่า (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/โปรตุเกส)
ตัวเต็งบัลลงดอร์หญิง 2026
สำหรับรางวัลประเภทหญิง ในช่วงเวลาการลงคะแนนไม่มีการแข่งขันระดับทีมชาติรายการใหญ่ ทำให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาผลงานจากเกมคัดเลือกฟุตบอลยุโรป รวมถึงผลงานในระดับสโมสรได้
ส่วน ไอตาน่า บอนมาติ เจ้าของรางวัลคนปัจจุบัน ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเป็นส่วนใหญ่ของฤดูกาล หลังคว้ารางวัลมาได้ ทำให้ไม่สามารถลงป้องกันแชมป์เพื่อสร้างสถิติคว้ารางวัลเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน
อเล็กเซีย ปูเตยาส
การนำบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ 4 รายการในฤดูกาล 2025-26 ทั้งลีกหญิงสเปน, โกปา เด ลา เรย์น่า, ซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า และแชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของ ปูเตยาส
เธอยังกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 2 ร่วมของบาร์เซโลนาหลังยิง 2 ประตูในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคม พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2 สมัยรายนี้มีโอกาสทำสถิติเทียบเท่าบอนมาติที่คว้ารางวัลมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเธอยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์เนชั่นส์ ลีกด้วย
คาดิจา ชอว์
ดาวยิงทีมชาติจาเมกาคว้าตำแหน่งดาวซัลโวซูเปอร์ลีกหญิงอังกฤษเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน โดยทำไป 21 ประตูในลีก มากกว่า อเลสเซีย รุสโซ่ คู่แข่งใกล้เคียงที่สุดถึง 8 ประตู พร้อมทำอีก 4 แอสซิสต์ ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 10 ปี
เธอยังยิง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ช่วยให้ทีมคว้าดับเบิลแชมป์ภายในประเทศ ขณะที่รางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพและสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันผลงานอันยอดเยี่ยม
เอวา ปาฮอร์
แม้ต้องพักรักษาตัวนาน 2 เดือนจากอาการบาดเจ็บ แต่ผลงานของ เอวา ปาฮอร์ ในฤดูกาลที่บาร์เซโลนาคว้าแชมป์หลายรายการยังทำให้เธอมีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ลุ้นรางวัล
ปาฮอร์คว้าตำแหน่งดาวซัลโวแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยผลงาน 11 ประตู ทำให้ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ร่วมในทำเนียบดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของรายการกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างปูเตยาส นอกจากนี้ยังยิง 16 ประตูในลีกหญิงสเปน จบอันดับ 2 ในตารางดาวซัลโว
เมลชี่ ดูมอร์เนย์
ลียงคว้าทริปเปิลแชมป์ในประเทศฤดูกาล 2025-26 โดยมี เมลชี่ ดูมอร์เนย์ เป็นกำลังสำคัญ ทั้งแชมป์ลีก, เฟรนช์ คัพ และเฟรนช์ ลีก คัพ
กองกลางรายนี้ทำไป 22 ประตู และ 12 แอสซิสต์รวมทุกรายการ แม้ลียงจะพ่ายบาร์เซโลนาทีมที่คว้า 4 แชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ดูมอร์เนย์ยังยิงได้ 5 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์
รายชื่อผู้เข้าชิงบัลลงดอร์หญิง 2026 ทั้ง 30 คน
- เซลม่า บาช่า (ลียง/ฝรั่งเศส)
- บาร์บรา บันดา (ออร์แลนโด ไพรด์/แซมเบีย)
- คลาร่า บูห์ล (บาเยิร์น มิวนิค/เยอรมนี)
- เอสมี บรุกต์ส (บาร์เซโลน่า/เนเธอร์แลนด์)
- มาริโอน่า กัลเดนเตย์ (อาร์เซน่อล/สเปน)
- สการ์เล็ตต์ คัมเบรอส (คลับ อเมริกา/เม็กซิโก)
- เคอร์สติน คาสปาริจ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/เนเธอร์แลนด์)
- เทมวา ชาวิงก้า (แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์/มาลาวี)
- กาต้า คอลล์ (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- เมลชี่ ดูมอร์เนย์ (ลียง/เฮติ)
- แคโรไลน์ เกรแฮม แฮนเซ่น (บาร์เซโลน่า/นอร์เวย์)
- อเล็กซ์ กรีนวู้ด (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/อังกฤษ)
- ปาตรี กีฮาร์โร่ (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- แปร์นิลล์ ฮาร์เดอร์ (บาเยิร์น มิวนิค/เดนมาร์ก)
- ยูอิ ฮาเซงาวะ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/ญี่ปุ่น)
- โรส ลาเวลล์ (กอธแฮม เอฟซี/สหรัฐอเมริกา)
- มาปี้ เลออน (ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสส์/สเปน)
- ลอเรน่า (แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์/บราซิล)
- เมลวีน มาลาร์ (เชลซี/ฝรั่งเศส)
- มานากะ มัตสึคุโบะ (เชลซี/ญี่ปุ่น)
- วิฟิอานน์ มีเดมา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/เนเธอร์แลนด์)
- เอวา ปาฮอร์ (บาร์เซโลน่า/โปแลนด์)
- คลอเดีย ปิน่า (บาร์เซโลน่า/สเปน)
- อเล็กเซีย ปูเตยาส (ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสส์/สเปน)
- เวนดี้ เรนาร์ (ลียง/ฝรั่งเศส)
- อเลสเซีย รุสโซ่ (อาร์เซน่อล/อังกฤษ)
- คาดิจา ชอว์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้/จาเมกา)
- โมโมโกะ ทานิกาวะ (บาเยิร์น มิวนิค/ญี่ปุ่น)
- แคโรไลน์ เวียร์ (ลียง/สกอตแลนด์)
- เทสซ่า วุลลาร์ต (โคโม่/เบลเยียม)
ใครคว้าบัลลงดอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์?
ลิโอเนล เมสซี่ ครองสถิติผู้คว้ารางวัลบัลลงดอร์ชายมากที่สุด ด้วยจำนวน 8 สมัย และยังเป็นเจ้าของสถิติคว้ารางวัลติดต่อกันมากที่สุด 4 ปีซ้อน ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัล