แค่แชมป์บุนเดสลีกาอาจไม่พอ!เจาะลึกภารกิจกวาดแชมป์ของ กอมปานี-เคน กับ บาเยิร์น มิวนิค

แค่แชมป์บุนเดสลีกาอาจไม่พอ!เจาะลึกภารกิจกวาดแชมป์ของ กอมปานี-เคน กับ บาเยิร์น มิวนิค
บาเยิร์น มิวนิค เริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาอีกครั้งในฐานะเต็งหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง แล้วคำว่า "ความสำเร็จ" สำหรับพวกเขาในฤดูกาลนี้คืออะไรกันแน่?

ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งด้วยอัตราต่อรองเพียง 1-7 หลังจากผงาดคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 13 จาก 14 ฤดูกาลหลังสุด และตอนนี้พวกเขากำลังไล่ล่าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกัน

พวกเขามีโปรแกรมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ สตุ๊ตการ์ท ในคืนวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 01.45 น. โดยทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี ประเดิมผลงานชิ้นเอกไปแล้ว ด้วยการสยบคู่ปรับสำคัญอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-1 คว้าแชมป์ เยอรมัน ซูเปอร์คัพ มาครองได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ด้าน แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ กำลังตั้งเป้าล่ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกา (Golden Boot) สมัยที่ 4 ติดต่อกันในฤดูกาลที่ 4 ของเขากับทีม... หรืออาจจะมองไปไกลกว่านั้น

"เป้าหมายของบาเยิร์นถูกตั้งไว้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสมอ นั่นคือการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, คว้าแชมป์บอลถ้วย, คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และอาจรวมถึงการชนะในทุกๆ นัดที่ลงเล่น" กอมปานี กล่าวไว้เมื่อช่วงซัมเมอร์

และนี่คือบทวิเคราะห์ว่า บาเยิร์น และ เคน สามารถคาดหวังอะไรได้บ้างในฤดูกาลนี้ รวมถึงมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้าง

แค่แชมป์บุนเดสลีกา จะเพียงพอสำหรับ กอมปานี หรือไม่?

การคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ถือเป็น "เรื่องปกติที่ต้องทำได้" มากกว่าจะเป็นเหตุผลให้ฉลองใหญ่ในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีนา เพราะนับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา มีเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น (2023-24) ที่พวกเขาสพลาดแชมป์ ซึ่งปีนั้น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ทำสถิติไร้พ่ายตลอดฤดูกาล

ในการคุมทัพ 2 ฤดูกาลแรกของ กอมปานี นับตั้งแต่ลาออกจาก เบิร์นลีย์ เขานำเสือใต้เข้าป้ายเป็นอันดับ 1 โดยทิ้งห่างอันดับสองถึง 13 และ 16 คะแนนตามลำดับ

ฤดูกาลที่แล้ว เจ้าของดับเบิลแชมป์เยอรมนีทีมนี้คือหนึ่งในทีมที่เล่นได้ตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุโรป หลังยิงไปถึง 184 ประตูจากทุกรายการ โดยแบ่งเป็นสถิติใหม่ 122 ประตูในบุนเดสลีกา และ 43 ประตูในแชมเปียนส์ลีก ก่อนจะไปพ่ายให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สกอร์รวม 5-6 ในรอบรองชนะเลิศ

ทว่า นับตั้งแต่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่นี้เริ่มต้นด้วยการคว้าทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาล 2012-13 (รวมถึงแชมเปียนส์ลีก) พวกเขาเคยสัมผัสถ้วยบิ๊กเอียร์เพิ่มได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือในปี 2020

อย่างไรก็ตาม คอนสตันติน เอ็กเนอร์ คอลัมนนิสต์ฟุตบอลเยอรมัน ชี้ว่า กอมปานี "ไม่จำเป็น" ต้องถึงขั้นคว้าแชมป์ยุโรปให้ได้ในฤดูกาลนี้

"ผู้บริหารของบาเยิร์นพึงพอใจในตัวเขาและการพัฒนาของทีมมากๆ" เอ็กเนอร์ กล่าว "ขอแค่พวกเขายังคงแข่งขันอยู่ในระดับท็อป 4 ของยุโรปได้ บอร์ดก็พอใจที่จะมี กอมปานี อยู่ต่อ เพราะเขาได้นำความเสถียรกลับมาสู่ตำแหน่งผู้จัดการทีมบาเยิร์นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านั้นเปลี่ยนเก้าอี้กุนซือเป็นว่าเล่น โดยใช้ผู้จัดการทีมไปถึง 7 คนในรอบ 8 ปี"

"กุนซือชาวเบลเยียมคนนี้ทำผลงานได้น่าทึ่งมาก จนเกิดความรู้สึกว่าเขาสามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกได้ แม้ว่าเกมอย่างนัดที่เจอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะแสดงให้เห็นว่าเขายังมีบางอย่างที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็ตาม"

ก้าวต่อไปของ แฮร์รี่ เคน?

ย้อนกลับไปตอนที่ เคน เซ็นสัญญากับ บาเยิร์น 4 ปี ในปี 2022 หลังย้ายมาจาก สเปอร์ส มีกระแสในอังกฤษว่าเขาอาจจะกลับบ้านเกิดเมื่อหมดสัญญา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ สเปอร์ส รวมถึงทีมชาติอังกฤษ เคน ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์เลย แรงดึงดูดในการย้ายมาร่วมทีมที่คว้าแชมป์เกือบทุกปีจึงมีสูงมาก

ขณะเดียวกัน หลายคนมองว่าหลังจากกวาดเหรียญแชมป์ได้นิดหน่อย เขาอาจจะกลับมาทำลายสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก (ซึ่งตามหลัง อลัน เชียเรอร์ อยู่ 47 ประตู)

ซึ่งตัวเขาเองยอมรับเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า "ตอนที่ผมย้ายออกมาแรกๆ แน่นอนว่าผมคิดเรื่องการกลับไป แต่ตอนนี้ความรู้สึกอยากกลับไปมันไม่ได้มากขนาดนั้นแล้ว"

ศูนย์หน้าวัย 33 ปี มีความสุขกับช่วงเวลาในถิ่นเสือใต้เป็นอย่างมาก และยืนยันว่าพร้อมที่จะเริ่มพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่แล้ว

อูลี เฮอเนส ประธานกิตติมศักดิ์ของบาเยิร์น ถึงกับยกย่อง เคน ว่าเป็น "การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา" สำหรับสโมสรที่เคยมีศูนย์หน้าระดับตำนานอย่าง แกร์ด มุลเลอร์, คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

ฤดูกาลที่แล้ว เคน ยิงไป 61 ประตูจากการลงสนาม 51 นัดให้สโมสร ซึ่งเป็นสถิติการยิงประตูต่อหนึ่งฤดูกาลสูงที่สุดของนักเตะบาเยิร์น ยอดรวมของเขาเพิ่มเป็น 146 ประตู กับอีก 33 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 147 นัดให้บาเยิร์น เขาคว้า รางวัลรองเท้าทองคำยุโรป (European Golden Shoe) ได้ในปี 2024 และ 2026 ส่วนปี 2025 เขาได้ "เพียงแค่" ดาวซัลโวบุนเดสลีกา

นอกจากนี้ เขายังทำแฮตทริกในเกมเดเอฟเบ โพคาล รอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ สตุ๊ตการ์ท ช่วยให้ทีมคว้าดับเบิลแชมป์ปี 2026 ได้สำเร็จ

"แฟนบอลจำนวนมากเชื่อว่าเขาดีพอจะคว้า บัลลงดอร์" เอ็กเนอร์ กล่าว "บาเยิร์นเองกำลังผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งมันเป็นการส่งสัญญาณไปถึง ไมเคิล โอลิเซ่ ดาวรุ่งของทีมด้วยว่า ไม่จำเป็นต้องย้ายไป เรอัล มาดริด ก็สามารถคว้าบัลลงดอร์ได้"

"เคน สร้างความประทับใจด้วยการยิงประตูอย่างสม่ำเสมอและไม่หยุดยั้งในบุนเดสลีกา เขาเข้ามาแทนที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บาเยิร์นพึ่งพา เคน สูงมาก พวกเขาไม่ได้เซ็นสัญญากองหน้าสำรองจริงๆ หรือคนที่มาแทนในระยะยาว สัญญาของเขาจะหมดลงเมื่อจบฤดูกาลนี้ แต่มั่นใจได้เลยว่า บาเยิร์น จะต่อสัญญากับเขาออกไปอีกหลายปี"

หาก เคน คว้า บัลลงดอร์ ได้จริง เขาจะกลายเป็นนักเตะชาวอังกฤษคนที่สองเท่านั้นที่ทำได้นับตั้งแต่ยุค 1970 ต่อจาก ไมเคิล โอเว่น ในปี 2001

"บัลลงดอร์ คือที่สุดในแง่ของรางวัลส่วนบุคคล" เคน กล่าว "มันไม่ได้อยู่ในมือผม ผมทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองเต็มที่แล้วผ่านผลงานในสนาม หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับผลโหวต และสื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมควบคุมไม่ได้ ดังนั้นมารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เคน เคยยอมรับว่า "ผมอาจจะยิงได้ 100 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่ถ้าไม่ได้แชมป์ แชมเปียนส์ลีก หรือ ฟุตบอลโลก คุณก็คงไม่ได้ บัลลงดอร์ หรอก" ซึ่งเขาไปตกรอบรองชนะเลิศของทั้งสองรายการใหญ่ดังกล่าว

นอกจาก เคน แล้ว นักเตะอีกคนที่บาเยิร์นขาดไม่ได้คือ ไมเคิล โอลิเซ่ ปีกตัวเก่งทีมชาติฝรั่งเศส โดยเขายิงไปแล้ว 43 ประตู (รวมถึง 1 ลูกในซูเปอร์คัพฤดูกาลนี้) พร้อมจัดไป 46 แอสซิสต์ จากการเล่นให้สโมสรเพียง 2 ปีเศษ

มีอะไรใหม่ในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้?

บาเยิร์น เลือกปรับทัพเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าจะยกเครื่องใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหลังจากทำผลงานได้ดีตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

พวกเขาเซ็นสัญญา นาธาเนียล บราวน์ แบ็กซ้ายทีมชาติเยอรมนีมาจาก ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวที่คาดว่าอยู่ที่ราว 47 ล้านปอนด์ ดาวเตะวัย 23 ปีคนนี้เล่นปีกได้ และประเดิมสนามในเกมซูเปอร์คัพด้วยการถูกดันไปเล่นตำแหน่ง "หมายเลข 10" แถมยังทำประตูได้ทันที

การเซ็นสัญญาใหญ่อีกรายคือ อิสมาเอล ไซบารี ดาวเตะทีมชาติโมร็อกโกจาก พีเอสวี ด้วยค่าตัวราว 43 ล้านปอนด์ เช่นเดียวกับ บราวน์ แข้งวัย 27 ปีรายนี้เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางหรือตัวรุกทุกตำแหน่งในแดนหน้า โดยเขาทำได้ 3 ประตูในศึกฟุตบอลโลก2026

ส่วนการย้ายออกที่โดดเด่นที่สุดคือ เลออน โกเรตซ์ก้า กองกลางวัย 31 ปี และ ราฟาเอล เกร์เรโร แบ็กสารพัดประโยชน์ชาวโปรตุเกสวัย 32 ปี ทั้งคู่โบกมือลาทีมแบบไม่มีค่าตัวหลังหมดสัญญา ขณะที่ นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าเซเนกัล เดินทางกลับ เชลซี หลังหมดสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

นอกจากนี้ บาเยิร์น ยังต้องรับมือกับสถานการณ์ของ จามาล มูเซียลา ในฤดูกาลนี้ด้วย

มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 23 ปี เผยว่าเขากำลังรับการรักษาอาการ "ระบบประสาททำงานผิดปกติ" (neurological dysfunction) หลังจากวูบหมดสติระหว่างเกมกระชับมิตร 2 นัดในช่วงซัมเมอร์ โดยระบุเพิ่มเติมว่ามันเป็น "อาการวูบชั่วคราว ระยะสั้น แต่รักษาง่าย"

"ผมได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างดีเยี่ยมและมองโลกในแง่ดีมาก" มูเซียลา กล่าว "เอฟซี บาเยิร์น รวมถึงครอบครัวและเพื่อนๆ อยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุนผมในการเดินทางครั้งนี้เสมอ"

มาติดตามกันว่าซีซั่นนี้"เสือใต้" จะกวาดแชมป์กี่โทรฟี่!?

.

แฟนบอลลูกหนังเมืองเบียร์ สามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา 2026/27 รับฟังเสียงพากย์ภาษาไทยครบทั้ง 360 แมตช์ และบุนเดสลีกา 2 ตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมไฮไลต์และรีรันจัดเต็มที่ AIS PLAY เพียงสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และรับชมกีฬาระดับโลกอื่นๆ ครบจบในแพ็กเดียว



ที่มาของภาพ : Reuters / Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport