ลีโอเนล เมสซี่ อำลาทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจปมขัดแย้งกับโปรตุเกส จนอนาคตทีมชาติส่อไม่แน่นอน
ในค่ำคืนที่หนึ่งในตำนานลูกหนังได้รับการอำลาอย่างยิ่งใหญ่จากชาติบ้านเกิด อีกฟากหนึ่งของโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกแถลงการณ์ยาวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับทีมชาติโปรตุเกส และ จอร์จ เชซุส กุนซือของทีม
ลีโอเนล เมสซี่ ปิดฉากเส้นทางทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนบอลในกรุงบัวโนสไอเรส พร้อมทำประตูในเกมพบ เบนิน ท่ามกลางบรรยากาศสุดซาบซึ้ง
ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ เผยข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่า เชซุส ทำลายความไว้วางใจอย่างร้ายแรง พร้อมยอมรับว่าตัวเขาเองก็ควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง
ดาวยิงวัย 41 ปีออกจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส หลังไม่มีชื่อถูกส่งลงสนามในเกมพบ นอร์เวย์ และได้รับแจ้งว่าจะไม่ได้ออกสตาร์ตในเกมถัดไปกับ เดนมาร์ก
แม้ จอร์จ เชซุส ยืนยันว่าประตูทีมชาติยังเปิดสำหรับ โรนัลโด้ แต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจยังไม่จบลงง่ายๆ และอาจส่งผลต่ออนาคตทีมชาติของหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
เกิดอะไรขึ้นกับ โรนัลโด้?
ประเด็นของ "ซีอาร์7" นั้นมันสะสมมาระยะหนึ่งแล้ว โดยแฟนบอลจำนวนไม่น้อยเคยวิจารณ์ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ โค้ชทีมชาติคนก่อนจากการเลือกส่ง โรนัลโด้ ลงตัวจริงในฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์
ด้วยวัย 41 ปี โรนัลโด้ ไม่ใช่นักเตะที่มีความคล่องตัวเหมือนในอดีต และมีเสียงมองว่าการมีเขาอยู่ในสนามอาจส่งผลต่อการทำงานของทีมมากกว่าจะช่วยทีม
สถานการณ์มาถึงจุดแตกหักในเกมเนชั่นส์ ลีกที่โปรตุเกสชนะนอร์เวย์ หลัง โรนัลโด้ เป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม จากนั้นเขาจึงออกจากแคมป์ หลังทราบว่าจะไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมพบเดนมาร์ก
เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โรนัลโด้ เผยแถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรมความยาวเกือบ 2,000 คำ โดยระบุว่า เชซุส ผิดคำพูดกับเขาถึงสองครั้ง และกล่าวหาว่าเป็นการ "ละเมิดความไว้วางใจอย่างร้ายแรง" จากกรณีที่ไม่ได้ส่งเขาลงสนามพบ นอร์เวย์ ทั้งที่เคยบอกว่าจะทำเช่นนั้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะชี้แจงต่อสื่อ
โรนัลโด้ ยังขอโทษแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมจากการออกจากแคมป์ พร้อมยอมรับว่าควรได้รับการ "ประเมินและลงโทษ" แต่ปฏิเสธว่าเกมดังกล่าวคือการลงสนามนัดสุดท้ายให้โปรตุเกส
ด้าน จอร์จ เชซุส ยืนยันว่าประตูทีมชาติยังเปิดกว้าง หาก โรนัลโด้ ต้องการกลับมา แต่กระแสในโปรตุเกสจำนวนหนึ่งมองว่าความเสียหายอาจเกิดขึ้นไปแล้ว
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เชซุส ยังไม่ได้อ่านแถลงการณ์ของ โรนัลโด้ เนื่องจากกำลังชมเกมของทีมชาติโปรตุเกสรุ่น U21 อยู่ ณ ตอนนั้น
โรนัลโด้ ซึ่งค้าแข้งกับ อัล นาสเซอร์ ทำไปแล้ว 146 ประตูจาก 234 นัดให้โปรตุเกส ซึ่งเป็นสถิติโลกทั้งในด้านจำนวนประตูและจำนวนเกม พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ยูโร 2016 และเนชั่นส์ ลีก 2 สมัย
ดูเหมือนว่า โรนัลโด้ ยังไม่น่าจะประกาศเลิกเล่นทีมชาติด้วยตัวเอง ก่อนบรรลุเป้าหมาย 1,000 ประตูที่เขาตามล่าทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ โดยปัจจุบันทำไปแล้ว 979 ประตู
แต่คำถามสำคัญคือ การตัดสินใจครั้งล่าสุดทำให้สถานการณ์ระหว่างเขากับทีมชาติไม่สามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่
ในมุมของแฟนบอล ความคิดเห็นยังแตกออกเป็นสองฝ่าย
ตามป้ายโฆษณาหลายแห่งในกรุงลิสบอน มีการติดข้อความสนับสนุน โรนัลโด้ และวิจารณ์ เชซุส โดยมีใจความว่า ขอบคุณโรนัลโด้สำหรับทุกสิ่งที่ทำให้โปรตุเกส และเขาจะเป็นกัปตันตลอดไป
ขณะเดียวกันยังมีข้อความวิจารณ์ เชซุส ไม่เหมาะสมกับงาน ขาดความละเอียดอ่อน ปฏิบัติต่อกัปตันอย่างไม่ถูกต้อง และมีอัตตาสูง
ในเกมพบเดนมาร์ก แฟนบอลบางส่วนสวมเสื้อที่เขียนข้อความว่า "รักคุณ เชซุส" ขณะที่อีกกลุ่มแต่งกายด้วยสินค้าของ โรนัลโด้ ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
เมสซี่เดินหน้าบทใหม่หลังอำลาทีมชาติ
ในทางตรงกันข้าม ลีโอเนล เมสซี่ ปิดฉากเส้นทางทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนบอล 85,000 คนที่เข้าชมเต็มความจุสนาม โมนูเมนตัล ในกรุงบัวโนสไอเรส
เมสซี่ วัย 39 ปีประกาศเลิกเล่นทีมชาติเมื่อเดือนสิงหาคม หลังอาร์เจนตินาจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก และหลังการเสียชีวิตของ ฮอร์เค่ คุณพ่อของเขา
ในเกมสุดท้ายกับทีมชาติอาร์เจนตินา เมสซี่ ทำประตูได้ ก่อนกล่าวอำลาแฟนบอลเป็นเวลานานเกือบ 10 นาที โดยเพื่อนร่วมทีมบางรายถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่
เมสซี่ ยังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เกมดังกล่าวคือนัดสุดท้ายของเขา และเขาเริ่มคิดถึงเสื้อสีฟ้า-ขาวของอาร์เจนตินาแล้ว พร้อมยืนยันว่าเขารู้ว่าตัวเองกำลังตัดสินใจถูกต้อง
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัยยังขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และสโมสรต่างๆ อีกทั้งยังกล่าวถึง ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานลูกหนังอาร์เจนตินาผู้ล่วงลับ
โพสต์ของเมสซี่ยังได้รับการตอบกลับจาก โรนัลโด้ โดยดาวยิงโปรตุเกสเขียนว่า "ลีโอ หลังจากหลายปีที่ปกป้องประเทศของคุณ คุณได้สร้างประวัติศาสตร์ที่จะคงอยู่ตลอดไป ผมเคารพอย่างสูงต่อสิ่งที่คุณทำสำเร็จกับอาร์เจนตินา กอดนะ"
เมสซี่ อำลาทีมชาติในฐานะเจ้าของสถิติลงสนามและทำประตูมากที่สุดให้กับอาร์เจนตินา แต่จะยังคงค้าแข้งระดับสโมสรกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังมีความสนใจเข้าสู่ธุรกิจสโมสรฟุตบอล โดยปัจจุบันเป็นเจ้าของ ยูอี กอร์เนย่า สโมสรในระดับดิวิชั่น 5 ของสเปน และ ซีดี เอลเดนเซ่ สโมสรในดิวิชั่น 2 รวมถึงเป็นหุ้นส่วนในเครือร้านอาหาร เอล คลับ เด ลา มิลาเนซ่า ซึ่งมีแผนเปิดสาขา 5 แห่งในแคว้นกาตาลุนย่า
เมสซี่ ยังมีสัญญาตลอดชีพกับ อาดิดาส รวมถึงคอลเลกชันสินค้ากับ สแตนลีย์ และลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม