ในวันที่เขาสามารถจะพูดอะไรก็ได้ จะเชิดชูวีรกรรมของตัวเองอย่างไรก็คงไม่มีใครสน เพราะมันเป็นวันของเขา..
ไม่ต้องโพนทะนากับโลกว่าตัวเองคือจุดศูนย์กลางของความสำเร็จ ไม่ต้องประกาศออกไปดัง ๆ ว่าตนนั้นสำคัญกว่าคนอื่น ไม่ต้องเรียกร้องให้ใครยอมรับว่าเขาคือที่สุดตลอดกาล
ไม่หรอก เราไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ก็เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไร
ในวันของเขา ในงานของเขา ในพิธีการสดุดีความยิ่งใหญ่ของเขา..
เขาจะพูดอย่างไรก็ได้ ต่อให้อ้างตนเป็นผู้วิเศษจากฟากฟ้าก็คงมีคนไชโยโห่ร้อง ก็สถานะของเขาแทบไม่ต่างอะไรจากพระเจ้าอยู่แล้ว
แต่เขาไม่ได้พูดถึงความดีของตัวเอง เขาพูดถึงทีม
เขาไม่ได้พูดถึงความเลิศล้ำของตัวเอง เขาพูดถึงเพื่อนร่วมชาติ
เขาไม่ได้พูดถึงความวิเศษมหัศจรรย์ของตัวเอง แต่พูดถึงทุก ๆ คนที่ให้คอยกำลังใจและสนับสนุนอุ้มชูกันมา
อาจจะพูดเยอะกว่าปกติสักนิด ก็อย่างที่เขายอมรับเองนั่นแหละ นี่มันวันสุดท้ายกับทีมชาติแล้ว เขาอยากจะอยู่กับช่วงเวลานี้ให้นานอีกหน่อย
แต่เขาก็ยังคงไม่หลุดไปจากตัวตนเหมือนเคย.. คนอื่นมาก่อนตัวเองเสมอ
เพื่อนร่วมทีมมาก่อน เพื่อนร่วมชาติมาก่อน
สำหรับเขาแล้ว อาร์เจนติน่ามาก่อนสิ่งใดทั้งหมด เป็นจุดสูงสุดแห่งความภูมิใจ
ความเจ็บปวดของเขาจะมหาศาลสักเท่าไหร่กันนะในวันที่แพ้ชิลีนัดชิงโกปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016 ที่ตัวเขาเองยิงจุดโทษไม่เข้า และต้องแพ้นัดชิงรายการใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน
โกปา อเมริกา 2007 ฟุตบอลโลก 2014 โกปา อเมริกา 2015 โกปา อเมริกา เซนเทนาริโอ 2016
เสียงก่นด่าจากเพื่อนร่วมชาติกลุ่มหนึ่งช่างไม่เป็นธรรมกับเขาเลย ความเกลียดชังในหมู่คนพวกนั้นรุนแรง ด้วยปักธงไปแล้วว่าเขาไม่เคยทุ่มเทให้กับชาติเท่าบาร์เซโลน่าต้นสังกัด
ก็ไปโตที่สเปนนี่นะ ไม่เห็นจะมีแพสชั่นกับเลือดฟ้าขาว ไม่มีแรงจูงใจที่จะทำเพื่อบ้านเกิด ดูสิขนาดร้องเพลงชาติยังนิ่ง ๆ ไม่เห็นมีแววตาของคนที่พร้อมจะตายเพื่อชาติเลยสักนิด
ดูถูกด้อยค่าเขาต่าง ๆ นานาในวันที่กำแพงยังสูงลิบ กำแพงแห่งความคาดหวัง กำแพงแห่งความใฝ่ฝัน กระทั่งกำแพงแห่งพระเจ้าที่ชื่อดีเอโก้ มาราโดน่า
เมื่อใดก็เมื่อนั้นชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับมาราโดน่าเสมอ และเมื่อใดเมื่อนั้นอีกเช่นกันที่อาร์เจนติน่าล้มเหลว เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 จะกลายเป็นจำเลยสังคมของชาวอาร์เจนไตน์กลุ่มหนึ่งทันที
ในวันดวลจุดโทษแพ้ชิลีที่นิวเจอร์ซี่ย์คราวนั้น เมสซี่ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังหนักหน่วงที่สุดสำหรับคนเป็นกัปตันทีมชาติ
เขาแพ้ในนัดชิง 3 ปีติดต่อกัน ไล่จากฟุตบอลโลก 2014 มาโกปาฯ 2015 และ 2016
เขายอมแพ้ พร้อมประโยคตัดพ้อ "มันชัดเจนแล้วล่ะว่า (การพาอาร์เจนติน่าเป็นแชมป์) ไม่ใช่สำหรับผม"
เขาท้อถอยถึงที่สุด ยอมศิโรราบแล้วให้กับกองเชียร์กลุ่มนั้นที่คอยตราหน้าเขาตลอดมาว่าไม่รักชาติ
แม้ในใจจะรู้ว่าเสียงด่าเหล่านั้นไม่ยุติธรรม แต่สิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นเห็นว่าเขารักอาร์เจนติน่าเพียงใดก็คือความสำเร็จในสนาม
แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อเขาทำมันไม่ได้..
เขาเสกแชมป์ให้ทีมไม่ได้ เขาแบกความภาคภูมิใจมาให้กับชาวอาร์เจนฯ เหมือนที่มาราโดน่าเคยทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้วไม่ได้
เขายอมแพ้.. ยอมแล้ว ประโยชน์ของเราคงมีเพียงแค่นี้
มองย้อนกลับไปวันนั้น ลิโอเนล เมสซี่ คงอยากจะขอบคุณตัวเองที่เปลี่ยนใจ
ด้วยการสนับสนุนจากผู้คนอีกมากมาย ด้วยความรักจากเพื่อนร่วมชาติอีกมหาศาลที่ยังรักเขา ด้วยศรัทธาจากคนรอบตัวที่ยังเชื่อในตัวเขา
และด้วยความรักในชาติบ้านเกิด จะมีใครรู้ดีไปกว่าเขาได้อย่างไรว่าเขารักในความเป็นอาร์เจนติน่าแค่ไหน จะยอมแพ้ให้กับคนที่มาดูถูกเขาง่าย ๆ ได้ยังไง
สองเดือนหลังประกาศอำลาทีมชาติ เมสซี่กลับมาฮึดสู้ครั้ง เขาไม่อยากยอมแพ้แบบนี้
มันคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะเคยทำ เพราะสิ่งที่ตามมาคือประวัติศาสตร์..
10 ปีต่อมากับอีก 70 ประตูใน 91 เกม แชมป์โลก รองแชมป์โลก แชมป์โกปา อเมริกาอีก 2 สมัย และเกียรติประวัติส่วนตัวที่น่าจดจำอีกมากมาย
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เขาได้กอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมา ศักดิ์ศรีที่เคยถูกคนบางกลุ่มย่ำยี
เขาทำให้ทุกคนได้เห็นแล้วจริง ๆ ว่าชีวิตของเขาคืออาร์เจนติน่า และอาร์เจนติน่ามีความหมายกับเขามากเพียงใด
ในช่วงที่ยืนกล่าวความในใจ สาระสำคัญในเนื้อหาของ ลิโอเนล เมสซี่ นั้นชัดเจนมาก
สำหรับเขาแล้ว อาร์เจนติน่ามาก่อนสิ่งใด ๆ ทั้งหมด
"ถ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับผม ผมอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต เพราะการได้ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าคือความงดงามที่สุดเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะได้รับ"
"ที่สนามแห่งนี้ ผมได้พบกับหนึ่งในวันที่ตัวเองมีความสุขที่สุดในชีวิต นั่นคือการลงเล่นนัดแรกในบ้านเกิดหลังจากคว้าแชมป์โลก มันงดงามจริง ๆ นะ"
"แต่ในวันนี้... มันอาจจะเป็นหนึ่งในวันที่เศร้าที่สุดแทน เพราะผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อกล่าวคำร่ำลากับพวกคุณ"
"ผมคงจะคิดถึงการลงเล่นที่นี่สุดหัวใจ ผมรักพวกคุณทุกคน และผมภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นชาวอาร์เจนไตน์"
เขาภูมิใจที่ได้สวมเสื้อฟ้าขาว อยากจะใส่มันลงสนามช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าไปตลอดชีวิต แต่เขาก็รู้ดีว่ามันย่อมเป็นไปไม่ได้
ในวันที่อำลาทีมอัลบิเซเลสเต้ เขายังไม่ลืมที่จะฝากฝังทีมไว้กับทุกคน ย้ำเตือนให้ไม่ลืมโลกแห่งความจริงที่ว่าไม่มีใครอยู่บนจุดสูงสุดไปได้ตลอด
"ผมอยากจะขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนด้วย ผมโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้มีโอกาสลงเล่นในหลายต่อหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ไหน ผมก็จะได้รับความรักมากมายเสมอ“
"ไม่ว่าเราจะไปเล่นที่มุมไหนของโลก สนามแข่งขันก็จะเต็มไปด้วยชาวอาร์เจนไตน์ เราจึงรู้สึกเหมือนได้เล่นอยู่ในบ้านของตัวเองทุกครั้งไป เรารู้ดีว่ามันยากลำบากแค่ไหนที่จะทำอย่างนั้น"
"ผมขอให้การสนับสนุนเหล่านี้ดำเนินต่อไป ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะมาเยือนอย่างแน่นอน และนั่นคือช่วงเวลาที่คุณยิ่งต้องสนับสนุนทีมให้มากกว่าที่เคย"
มันคือคำกล่าวของคนที่ผ่านมาแล้วทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง
และที่ยังคงงดงามที่สุดในความเป็นเขา กับวันที่เขาเป็นจุดศูนย์กลางของทุก ๆ คน วันที่เขาควรจะได้รับคำขอบคุณจากทุก ๆ คน
เขาไม่ต้องเรียกร้องมันหรอก เพราะเขาเองก็คงไม่ได้สนใจมัน
อีกอย่างอาจเพราะเขามองการมาถึงวันนี้ของตัวเขาเองในอีกภาพหนึ่ง
เขาไม่ได้ทำมันคนเดียวเสียหน่อย เขาทำมันพร้อมกับคนอื่น ๆ ทำมันไปพร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมทีมที่ดี
"มีเพื่อนร่วมทีมมากมายที่ต่อสู้เคียงข้างผมเพื่อเสื้อตัวนี้ เป็นอย่างนั้นมาตั้งนานก่อนที่เราจะเป็นแชมป์โลกเสียอีก"
"อย่าได้สงสัยในตัวพวกเขาเลยว่าแต่ละคนต่อสู้และทุ่มเทให้กับอาร์เจนติน่ามากแค่ไหน"
"เป็นเกียรติสำหรับผมมากที่ได้ลงสนามร่วมกับเพื่อนร่วมทีมทุก ๆ คน และได้ใช้ชีวิตร่วมกันมามากมายแม้ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในสนามฟุตบอล"
"ทุกครั้งที่เราเดินลงสนาม ผมรู้ว่าเราสามารถสู้ได้กับทุกทีม เพราะผมมีบรรดานักรบที่พร้อมจะสู้อย่างถวายหัวอยู่รอบตัว
"สำหรับพวกเขากลุ่มนี้ ผมอยากจะขอบคุณจากหัวใจ"
"พวกเขาช่วยให้ผมทำความฝันที่มีมาตั้งแต่เด็กได้เป็นจริง.. พวกเขาช่วยให้ผมได้เป็นแชมป์โลก"
ไม่มีคำพูดใดจะยิ่งใหญ่และสง่างามไปกว่านี้อีกแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเพราะอะไร เอนโซ่ เฟร์นานเดซ ถึงร้องไห้เป็นเผาเต่าอย่างนั้น
เป็นพวกผมต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น.. "ขอบคุณเลโอ" "ขอบใจเลโอ" "เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม"
"ขอบคุณที่พาเราเป็นแชมป์โลก" "ขอบคุณที่ทำให้ความฝันของผมเป็นความจริง"
"ขอบคุณที่ทำให้ความฝันของพวกเรากลายเป็นจริง"
มันต้องเป็นพวกเราต่างหากไม่ใช่หรือ พวกเราต่างหากที่ปรารถนาจะพูดประโยคเหล่านี้กับคุณ
ผ้าผืนใหญ่ค่อย ๆ ถูกคลี่กางออกตรงกลางสนาม ปรากฏเป็นเสื้อฟ้าขาวเบอร์ 10 ข้อความ GRACIAS
ขอบคุณ..
ขอบคุณในความมหัศจรรย์ของคุณ
ขอบคุณในแรงบันดาลใจของคุณ
ขอบคุณในความทุ่มเทของคุณ
ขอบคุณในความเป็นแบบอย่างของคุณ
ขอบคุณในความถ่อมตัวของคุณ
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และขอบคุณที่คุณยังคงเป็นตัวคุณ.. ลิโอเนล เมสซี่
ตังกุย