ทำไม มาเลเซีย ได้ลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026 ถูกจนงง!?

ทำไม มาเลเซีย ได้ลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026 ถูกจนงง!?
เรากำลังอยู่ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ "มูลค่าลิขสิทธิ์" คือตัวชี้วัดความมั่งคั่งและอำนาจการต่อรอง
ยิ่งจำนวนทีมเพิ่มขึ้นเป็น 48 ทีม และจำนวนแมตช์พุ่งไปถึง 104 นัดในฟุตบอลโลก 2026 ราคาที่ FIFA ตั้งไว้ควรจะ "พุ่งทะยาน" สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจโลก
แต่ท่ามกลางความปวดหัวของประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องลุ้นชิบหายวายป่วงว่าจะได้ดูฟุตบอลโลกหรือไม่? เพราะแม่งแพงมาก
"มาเลเซีย" กลับสร้างปรากฏการณ์ช็อกวงการด้วยการปิดดีลค่าลิขสิทธิ์ในงบประมาณที่รัฐบาลจ่ายเพียง 24 ล้านริงกิต (ราว ๆ 188 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์การถ่ายทอดสดของพวกเขา
คำถามที่น่าสนใจคือ... ภายใต้กลไกตลาดที่ FIFA พยายามรีดเค้นทุกหยดน้ำจากผู้ซื้อ มาเลเซีย ทำอย่างไรถึงได้ "ของดีราคาถูก" มาครอง?
หนึ่งในเหตุผลที่ฟังดูย้อนแย้งที่สุดคือเรื่อง "การละเมิดลิขสิทธิ์"
Astro เจ้าพ่อเพย์ทีวีที่ครองลิขสิทธิ์บอลโลกใน มาเลเซีย มายาวนานกว่า 20 ปี ตัดสินใจถอยฉากจากการประมูลครั้งนี้ 
โดยระบุว่า มูลค่าของลิขสิทธิ์ถูกทำลายลงด้วย "การแพร่ระบาดของของเถื่อน" 
ในช่วงปี 2018 และ 2022 เมื่อการันตีรายได้จากสมาชิกไม่ได้ การจ่ายเงินก้อนโตจึงไม่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์อีกต่อไป 
ซึ่งความจริงข้อนี้ทำให้ FIFA ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากเรียกราคาประสงค์สูงเกินไป พวกเขาอาจสูญเสียฐานคนดูในตลาดใหญ่อย่างอาเซียนไปให้กับช่องทางธรรมชาติทั้งหมด
เบื้องลึกเบื้องหลังของความลับตัวเลข 24 ล้านริงกิต (ราว ๆ 188 ล้านบาท) ไม่ใช่ราคาเต็มที่ FIFA เรียกเก็บ แต่คือ "งบประมาณสุทธิ" ที่รัฐบาลควักกระเป๋าจ่าย 
มาเลเซีย ใช้กลยุทธ์ความร่วมมือเชิงรุกกับภาคเอกชน โดยดึงยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมอย่าง Unifi, CelcomDigi และ U Mobile เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลักเพื่อร่วมแบกรับภาระค่าลิขสิทธิ์ 
ผลลัพธ์ที่ได้คือรัฐบาลจ่ายเงินน้อยลงกว่าปี 2022 (ที่เคยจ่าย 32.5 ล้านริงกิต) แต่ประชาชนได้ดูครบทุกนัดผ่านช่อง RTM และ Unifi TV
ไม่ใช่แค่ มาเลเซีย แต่ FIFA กำลังเผชิญกับภาวะ "ตลาดตึงตัว" ในเอเชีย 
เพราะการแข่งขันที่จัดขึ้นในอเมริกาเหนือหมายถึงเวลาคิกออฟที่ตรงกับช่วงดึกหรือเช้ามืดในซีกโลกตะวันออก 
ด้วยปัจจัยนี้เองทำให้เอเจนซี่โฆษณาไม่กล้าทุ่มเงินเหมือนเดิม 
ส่งผลให้แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง จีน (ที่ผมเคยเขียนไปแล้ว) ยังสามารถต่อรองราคาลดลงจากที่ FIFA ตั้งไว้สูงลิบลิ่วให้เหลือเพียง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้สำเร็จ
การคว้าลิขสิทธิ์ของ มาเลเซีย ครั้งนี้มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคดี แต่มันคือการอ่านเกมธุรกิจที่เฉียบคม 
การยอมรับความจริงเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อกดราคา และการสร้างโมเดลธุรกิจที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มตัว
บทเรียนจาก มาเลเซีย น่าจะสอนอะไรหลาย ๆ ได้ดีนะครับ เพราะหากคุณบริหารจัดการเป็น ความสุขของแฟนบอลไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยภาษีประชาชนมหาศาลเสมอไปนั่นเอง...


ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport