บาร์เซโลน่าทรุด! โรดรี้ เจ็บแฮมสตริงชวดบู๊แอต.มาดริด

บาร์เซโลน่าทรุด! โรดรี้ เจ็บแฮมสตริงชวดบู๊แอต.มาดริด
บาร์เซโลน่า ยืนยัน โรดรี้ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังขาขวา หลังถูกเปลี่ยนตัวเกมถล่มแอสตัน วิลล่า 3-0 ส่งผลให้พลาดเกมสำคัญดวลแอตเลติโก มาดริด วันอาทิตย์นี้

บาร์เซโลน่า แชมป์เก่า ลาลีกา สเปน ได้รับข่าวไม่สู้ดี เมื่อ โรดรี้ กองกลางคนสำคัญ มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังขาขวา (แฮมสตริง) ส่งผลให้หมดสิทธิ์ลงสนามในบิ๊กแมตช์เปิดบ้านพบ แอตเลติโก มาดริด วันอาทิตย์ที 8 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน

ดาวเตะกัปตันทีมชาติสเปนมีอาการผิดปกติบริเวณกล้ามเนื้อระหว่างเกมเปิดรัง สปอติฟาย คัมป์ นู เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง โดยมี มาร์ก เบร์นาล ลงสนามแทน

ล่าสุด สโมสรได้ส่งตัว โรดรี้ เข้ารับการตรวจทางการแพทย์เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และยืนยันผลตรวจพบอาการบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังขาขวา อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า ระยะเวลาพักรักษาตัวที่แน่นอนขึ้นอยู่กับพัฒนาการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

แม้สโมสรยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาคืนสนามอย่างเป็นทางการ แต่รายงานเบื้องต้นคาดว่า มิดฟิลด์วัย 30 ปีอาจต้องพักรักษาตัวนานถึง 4 สัปดาห์ หากเป็นไปตามกรอบเวลาดังกล่าว เจ้าตัวจะพลาดลงสนามให้ บาร์เซโลน่า ในเกมลา ลีกา พบ แอตเลติโก มาดริด, บียาร์เรอัล, เซลต้า บีโก้ และ เดปอร์ติโบ อา กอรุนญ่า

นอกจากนี้ อดีตแข้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอาจหมดสิทธิ์ช่วยทีมในเกมรอบลีกเฟสของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ซาบาห์ รวมถึงพลาดช่วยทีมชาติสเปนในโปรแกรมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่มีคิวพบ เช็กเกีย และ อังกฤษ ในช่วงพักเบรกทีมชาติอีกด้วย

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของสโมสรคือการเรียกความฟิตของ โรดรี้ ให้กลับมาสมบูรณ์ทันเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อดีตต้นสังกัดของเจ้าตัว ซึ่งมีกำหนดลงสนามวันที่ 8 ธันวาคม ที่สนาม สปอติฟาย คัมป์ นู

การขาดหายไปของ โรดรี้ ทำให้ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือบาร์เซโลน่า ต้องปรับแผนการเล่นในแดนกลาง โดย มาร์ค เบร์นาล มีโอกาสได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ

ขณะเดียวกัน เฟรงกี้ เดอ ยอง ที่เพิ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์ รวมถึง กาบี ต่างเป็นอีกสองตัวเลือกที่พร้อมเข้ามาช่วยประคองแดนกลางของทีมในช่วงที่ต้องขาดมิดฟิลด์คนสำคัญรายนี้



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport