คีลิยัน เอ็มบัปเป้ วิจารณ์มีมไวรัลใช้ใบหน้าตนเองทับร่างอดีตผู้นำเผด็จการ ชี้แม้มีมุมขบขัน แต่สะท้อนการขาดความตระหนักทางการเมืองและมนุษยธรรม
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด ออกมาวิจารณ์มีมไวรัลที่นำใบหน้าของเขาไปตัดต่อเข้ากับร่างของอดีตผู้นำเผด็จการ โดยยอมรับว่ามีมุมที่น่าขบขัน แต่ชี้ว่าการเปรียบเทียบลักษณะนี้อาจลดทอนความร้ายแรงของประเด็นทางประวัติศาสตร์
มีมที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเอไอถูกนำไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย โดยแฟนบอลบางส่วนใช้เพื่อสื่อถึงอิทธิพลของ เอ็มบัปเป้ ที่มีต่อเกมการแข่งขัน ขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการเปรียบเปรยถึงอิทธิพลของเขาที่มีต่อสโมสรต่าง ๆ
เอ็มบัปเป้ ให้สัมภาษณ์กับ ฟรองซ์ ฟุตบอล ว่า เขาเข้าใจที่ผู้คนบางส่วนมองในแง่ขบขันและไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีมุมที่ไม่ควรนำมาล้อเล่น เนื่องจากบุคคลที่ถูกนำมาเปรียบเทียบล้วนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงตลอดประวัติศาสตร์
"มันมีมุมที่ตลก เพราะคุณสัมผัสได้ว่าสำหรับบางคน มันเป็นเรื่องที่ทำด้วยความหวังดี"
"แต่ก็มีอีกด้านที่ตลกน้อยลง เพราะเรารู้ว่าคนเหล่านั้นสร้างความเสียหายเอาไว้มากแค่ไหนตลอดประวัติศาสตร์"
"การถูกเปรียบเทียบกับคนที่ฆ่าผู้อื่น หรือคนที่ทำให้ผู้คนนับล้านต้องทุกข์ทรมาน ผมไม่คิดว่าตลอดชีวิตของผมเคยทำอะไรแบบนั้น"
"ด้านหนึ่ง ผมรู้ว่าพวกเขาทำด้วยความขำขันและไม่ได้ไปไกลถึงขนาดนั้น แต่บางครั้งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความตระหนักทางการเมืองและมนุษยธรรมของผู้คน" เอ็มบัปเป้ กล่าว
นอกจากนี้ เอ็มบัปเป้ ยังกล่าวถึงฉายา "ม็อบบูต" ที่ อุสมาน เดมเบเล่ เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสใช้เรียกเขาระหว่าง ฟุตบอลโลก 2026 โดยฉายาดังกล่าวมีที่มาจาก โมบูตู เซเซ เซโก อดีตผู้นำเผด็จการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งปกครองประเทศที่ขณะนั้นใช้ชื่อว่า ซาอีร์ เป็นเวลาราวสามทศวรรษ
"อุสมาน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เขาเอามาจากโซเชียลมีเดีย เขาแค่ล้อเล่น" เอ็มบัปเป้ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว