เรอัล โซเซียดาด จารึกประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ สมัยที่ 4 หลังดวลจุดโทษชนะ แอตเลติโก มาดริด สุดระทึก พร้อมสถิติกุนซืออเมริกันคนแรกที่คว้าแชมป์ใน 5 ลีกใหญ่
จารึกประวัติศาสตร์บทใหม่แห่งวงการฟุตบอลสเปน! เรอัล โซเซียดาด ผงาดคว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2025/26 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังโชว์ความนิ่งดวลจุดโทษเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้แบบสุดระทึก 4-3 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 2-2 นับเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 4 ของสโมสร และเป็นการกลับมาเถลิงบัลลังก์อีกครั้งในรอบ 6 ปี
เกมในรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นด้วยความร้อนแรง เมื่อ อันเดร์ บาร์เรเนตเชีย แนวรุกตัวเก่งของ เรอัล โซเซียดาด พังประตูขึ้นนำให้ทีมตั้งแต่นาทีแรก โดยใช้เวลาเพียง 14 วินาทีเท่านั้น กลายเป็นสถิติทำประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์นัดชิงชนะเลิศรายการนี้ ก่อนที่ อเดโมลา ลุคแมน จะตีเสมอให้ทัพ "ตราหมี" ในนาทีที่ 18
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก มิเกล โอยาร์ซาบัล สังหารจุดโทษให้โซเซียดาดนำอีกครั้งทว่า ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ มาสวมบทฮีโร่ซัดตีเสมอให้ แอตเลติโก มาดริด ในนาทีที่ 83 จนต้องลากยาวจนต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ก่อนทำอะไรกันไม่ได้ต้องดวลเป้ายิงจุดโทษตัดสิน
ซึ่งก็เป็น เรอัล โซเซียดาด ที่ยิงได้แม่นยำกว่าเอาชนะไปได้ 4-3 ซึ่งฮีโร่ตัวจริงในค่ำคืนนี้ต้องยกให้ อูไน มาร์เรโร่ นายทวารตัวสำรองของ เรอัล โซเซียดาด ที่ได้รับโอกาสเฝ้าเสาเฉพาะรายการนี้ตลอดทั้งฤดูกาล แต่กลับโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟปัดลูกจุดโทษของทั้ง อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ และ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ นอกจากนี้ เปเยกรีโน่ มาตารัซโซ่ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้จัดการทีมชาวอเมริกันคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จอีกด้วย