เปิดบทสัมภาษณ์ซาบซึ้งใจของ แฮร์รี่ เคน เจ้าของ บัลลงดอร์ 2026 ถึง เคต กู๊ดแลนด์ ภรรยาคู่ชีวิตที่รู้จักกันตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ผู้อยู่เคียงข้างตั้งแต่จุดดิ่งสุดจนถึงยอดเขาฟุตบอลโลก
“ถึงภรรยาของผม คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม คุณอยากให้ผมได้รับรางวัลนี้มากกว่าตัวผมเองเสียอีก เราผ่านทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน”
“ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จแล้ว คุณอยากเห็นผมได้รับสิ่งที่ดีที่สุดมาโดยตลอด คุณยอมเสียสละตัวเองเพื่อความฝันของผม ความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีคุณ… ผมรักคุณ”
นี่คือคำพูดของ แฮร์รี่ เคน เจ้าของ บัลลงดอร์ 2026 ที่พูดถึงภรรยาที่คบกันมาอย่างยาวนานอย่าง เคต กู๊ดแลนด์
เธอคือคนที่รู้จัก เคน ดีกว่าใคร ๆ เพราะทั้งคู่เริ่มต้นความสัมพันธ์มาตั้งแต่อายุ 16 ปี ... เรื่องราวจะเป็นอย่างไร? ติดตามพร้อมกันที่ SIAMSPORT
เส้นทางความรักของ แฮร์รี่ เคน กับ เคต กู๊ดแลนด์ เริ่มต้นขึ้นในวัยเด็กเพียง 4 ขวบ ณ โรงเรียนประถมศึกษา Larkswood Primary School ในย่านชิงฟอร์ด
ทั้งคู่เติบโตมาในละแวกบ้านใกล้เคียงกัน ก่อนจะเริ่มคบหาและพัฒนาความสัมพันธ์ในวัย 16 ปี
เคน เคยเปิดใจว่า การได้พบ "รักแท้วัยเด็ก" ถือเป็นพรประเสริฐที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขา
เพราะการเติบโตมาร่วมกันตั้งแต่ยังไม่มีชื่อเสียง เงินทอง หรือสปอตไลต์ ทำให้เขามั่นใจได้อย่างเต็มหัวใจว่า เคต เคียงข้างเขาด้วยตัวตนที่รักเขาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะสถานะทางสังคม
"หากตอนนี้ผมยังโสดและต้องไปทำความรู้จักใครใหม่ คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่เข้ามานั้นอยู่กับคุณด้วยเหตุผลที่ถูกต้องหรือเปล่า แต่ผมโชคดีมากที่มีหวานใจในวัยเด็กคอยเคียงข้าง เธอคอยดึงสติและทำให้ผมติดดินอยู่เสมอ" แฮร์รี่ เคน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะก้าวขึ้นมาทำลายสถิติถ้วยรางวัลและประตูมากมายให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติอังกฤษ ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของ เคน ถือว่ายากลำบากเอามาก ๆ
เขาเคยต้องเผชิญช่วงเวลาดิ้นรนกับการถูกปล่อยยืมตัวไปทั่วลีกต่ำอย่าง เลย์ตัน โอเรียนท์, มิลล์วอลล์, นอริช ซิตี้ และเลสเตอร์ ซิตี้ รวมถึงอาการบาดเจ็บรุนแรงที่คอยขัดจังหวะชีวิตเสมอ
ในค่ำคืนที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความกังวล เคต คือคนที่เคนยกย่องว่าเป็นทั้ง "เสาหลัก" และ "ผู้เล่นคนที่ 12" นอกสนาม
เคน อธิบายถึงโครงสร้างชีวิตหลังบ้านว่า ครอบครัวและเคตเปรียบเสมือน "ทีมเดียวกัน" ที่คอยรับฟัง ระบายความเครียด และช่วยดูแลจัดการชีวิตส่วนตัวทุกอย่างให้เรียบร้อยและราบรื่น เพื่อขจัดสิ่งรบกวนจากภายนอก ทำให้เขาสามารถก้าวลงสู่สังเวียนหญ้าได้ด้วยจิตใจที่สงบและโฟกัสกับหน้าที่ได้อย่างเต็มร้อย
แม้ว่า เคต จะจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยมิดเดิลเซ็กซ์ และทำงานเป็นโค้ชฟิตเนสอาชีพ
ทั้งยังต้องรับบทบาทแม่ที่ดูแลลูก ๆ ทั้ง 4 คน (ไอวี่, วิเวียน, ลูอิส และ เฮนรี่) แต่สิ่งที่สร้างสมดุลให้ชีวิตของ เคน คือการที่ เคต มองเขาเป็นเพียง "สามีและพ่อ" ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์
เคน เล่าพร้อมรอยยิ้มถึงความน่ารักของภรรยาว่า ในวันที่เขายิงแฮตทริกในสนามได้สำเร็จ
เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เคต ก็จะกล่าวชมเชยสั้น ๆ ก่อนจะดึงเขากลับสู่โลกความเป็นจริงด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า "เก่งมากจ้ะ เอาล่ะ ไปชงชาให้ฉันแก้วหนึ่งสิ"
มุมมองที่ปฏิบัติกับเขาอย่างมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งในบ้าน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ ไม่ให้เขาหลงระเริงไปกับเสียงภายนอก
นับตั้งแต่ย้ายมาหาความท้าทายใหม่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัวมหาศาล และปักหลักสร้างครอบครัวในย่านบาวาเรียน ฮอลลีวูด ริมแม่น้ำอีซาร์
เคน ยังคงย้ำเตือนกับตัวเองเสมอว่า แม้เป้าหมายอาชีพคือการพังประตูและล่าชัยชนะ
แต่คุณค่าที่แท้จริงของชีวิตเขาไม่ได้วัดกันที่สถิติหรือถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว
"การได้เป็นพ่อคนและเป็นสามี คือส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม ฟุตบอลเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก แต่การมีครอบครัวมาร่วมแบ่งปันความสำเร็จและเห็นลูก ๆ เติบโตขึ้นมาดูผมเล่น คือความรู้สึกที่พิเศษที่สุด" แฮร์รี่ เคน กล่าว