แฮร์รี่ เคน : จากวันที่ต้องต่อสู้กับตัวเอง สู่วันที่โลกยอมรับว่าเขาดีที่สุด

แฮร์รี่ เคน : จากวันที่ต้องต่อสู้กับตัวเอง สู่วันที่โลกยอมรับว่าเขาดีที่สุด
“หลายครั้ง มันเป็นการต่อสู้ระหว่างผมกับความคิดของตัวเอง” หนึ่งในประโยคที่มีความหมายมากที่สุดจากคำพูดของ แฮร์รี่ เคน หลังคว้ารางวัล บัลลงดอร์ เป็นครั้งแรกในชีวิต

เพราะในวันที่ผู้คนกำลังพูดถึง 73 ประตูจาก 65 นัด พูดถึงถ้วยรางวัล และพูดถึงความยอดเยี่ยมของกองหน้าวัย 33 ปี

เคน กลับเลือกพูดถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยต้องต่อสู้กับความคิดในหัว

เขายอมรับว่าตัวเองไม่เคยเป็นนักเตะประเภทที่ผู้คนมองตั้งแต่แรกว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์

เขาต้องอดทนรอ ต้องทำงานหนัก และต้องผ่านช่วงเวลาที่ขึ้น ๆ ลง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในช่วงต้นอาชีพ

“ผมไม่เคยเป็นคนที่ใคร ๆ คิดว่าจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์เหมือนนักเตะบางคนในปัจจุบัน ผมต้องรอเวลาของตัวเอง และต้องทำงานหนัก”

ลองคิดดูว่าเด็กคนหนึ่งที่รักฟุตบอลมาก แต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเก่งพอ จะต้องใช้ความเชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหนเพื่อเดินหน้าต่อ

ช่วงวัยรุ่น เคน เคยถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เลย์ตัน โอเรียนท์, มิลล์วอลล์, นอริช ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้

เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่น และไม่ได้มีใครรับประกันว่าในอนาคตจะได้เป็นกองหน้าตัวหลักของทีมระดับ พรีเมียร์ลีก ด้วยซ้ำ

แต่เขายังคงพยายาม พยายามในวันที่ยังไม่มีใครรู้จัก พยายามในวันที่ยังไม่ได้รับโอกาส และพยายามในวันที่อาจเริ่มสงสัยในความสามารถของตัวเอง

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านความรู้สึกแบบเดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟุตบอล ไม่จำเป็นต้องมีความฝันว่าจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก

บางครั้งเราแค่อยากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ แต่กลับพบว่าตัวเองต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น

เห็นคนรอบข้างเดินหน้าไปไกล ขณะที่เรายังพยายามหาทางของตัวเองอยู่

สิ่งที่ยากจึงอาจไม่ใช่การแข่งขันกับคนอื่น แต่เป็นการรักษาความเชื่อมั่นในตัวเองเอาไว้

“มีหลายครั้งที่ผมต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเอง และผมต้องผ่านมันมาให้ได้ ผมต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น”

“สิ่งเหล่านั้นทำให้ผมไม่ลืมตัว แม้จะขึ้นไปเล่นในระดับสูงสุดแล้วก็ตาม และยังผลักดันให้ผมพัฒนาตัวเองต่อไป”

คำพูดเหล่านั้นมันทำให้เห็นว่า แม้วันนี้เขาจะกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลก แต่เขายังไม่ลืมความรู้สึกของเด็กคนนั้น

เด็กที่ต้องรอโอกาส เด็กที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง และเด็กที่เคยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเส้นทางข้างหน้าจะพาเขาไปถึงไหน

จากวันนั้นถึงวันนี้ เคน กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยจำนวน 280 ประตู แล้วย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค และเดินหน้าสร้างผลงานระดับยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง

ฤดูกาลที่ผ่านมา เขายิงไปถึง 73 ประตูจาก 65 นัดให้กับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ

โดยสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้พิเศษ ไม่ใช่แค่จำนวนประตู มันคือระยะทางที่เขาเดินผ่านมา

ในวัย 33 ปี เคน เป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดอันดับ 4 ที่คว้า บัลลงดอร์ เป็นครั้งแรก

เขาไม่ได้มีเหรียญแชมป์ฟุตบอลโลกหรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาช่วยสนับสนุนความสำเร็จครั้งนี้

ผลงานตลอดฤดูกาล และความสามารถที่เขาแสดงออกมาต่างหากที่ทำเขาให้ได้รับการยอมรับในที่สุด

ความสำเร็จของ เคน มีความหมายกับคนธรรมดาอย่างเราอยู่ไม่น้อยเลยครับ

มันย้ำเตือนว่า ไม่มีใครจำเป็นต้องประสบความสำเร็จตามช่วงเวลาที่คนอื่นกำหนด

บางคนอาจไปถึงความฝันตั้งแต่อายุ 20 ปี บางคนอาจต้องรอจนถึงอายุ 30 หรือ 40 ปี และบางคนอาจยังคงเดินอยู่บนเส้นทางนั้น

การใช้เวลามากกว่าคนอื่น ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ

เช่นเดียวกับการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันทำได้

หลังได้รับรางวัล เคน โพสต์ข้อความสั้น ๆ บนโซเชียลมีเดียว่า

“ทำงานหนักอย่างเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้ความสำเร็จส่งเสียงแทนคุณ”

มันอธิบายเส้นทางชีวิตของเขาได้ดีเหลือเกิน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เคน ไม่จำเป็นต้องบอกใครว่าเขาเก่งแค่ไหน

เขาเพียงลงสนาม ทำหน้าที่ของตัวเอง และพยายามพัฒนาขึ้นในทุกฤดูกาล

กระทั่งวันหนึ่ง ผลงานทั้งหมดก็พาเขามายืนอยู่บนเวทีที่นักฟุตบอลทุกคนใฝ่ฝัน

และในช่วงเวลาที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เคน ก็ยังไม่ลืมขอบคุณผู้คนที่มีส่วนทำให้เขาเดินมาถึงวันนี้ ทั้งเพื่อนร่วมทีม โค้ช สโมสรเก่า และครอบครัว

โดยเฉพาะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สโมสรที่เขาเติบโตมาตั้งแต่อายุ 11 ปี

“ผมอยากขอบคุณ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ผมคงไม่มีวันนี้ หากไม่มี ท็อตแน่ม”

“ผมอยู่ที่นั่นตั้งแต่อายุ 11 ปี สโมสรและโค้ชทุกคนช่วยให้ผมได้ทำตามความฝัน และความทรงจำทั้งหมด ทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบาก ล้วนพาผมมาถึงจุดนี้”

ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ได้เห็นเขาเติบโต จากเด็กคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนหาโอกาส จนกลายเป็นกองหน้าที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

แม้ท้ายที่สุดเส้นทางฟุตบอลจะพาเขาออกจาก ลอนดอน ไปเริ่มต้นบทใหม่กับ บาเยิร์น มิวนิค แต่เขาก็ยังจดจำได้ดีว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากที่ไหน

และที่ บาเยิร์น เขาก็ได้พบกับความท้าทายครั้งใหม่

การย้ายออกจากสโมสรที่อยู่มาตั้งแต่เด็ก หมายถึงการเริ่มต้นพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป

เคน ตอบแทนความไว้วางใจของ บาเยิร์น ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาและเดเอฟเบ โพคาล

เคน กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีม บาเยิร์น ที่ช่วยผลักดันให้เขาพัฒนาขึ้นในทุกวัน โดยเฉพาะการได้แข่งขันกันอย่างจริงจังระหว่างการฝึกซ้อม

เขายกตัวอย่างการดวลกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งทำให้ตัวเองต้องพยายามยกระดับฝีเท้าอยู่เสมอ

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึง แว็งซ็องต์ กอมปานี กุนซือของทีม ซึ่งมีรายงานว่าประสบปัญหาสุขภาพจนต้องได้รับการดูแล หลังเกิดอาการทรุดระหว่างการฝึกซ้อม

“ถึง วินนี่ ผมคิดว่าคุณคงอยู่ที่บ้านหรือยังอยู่ในโรงพยาบาล ขอให้คุณหายดีโดยเร็ว และหวังว่ารางวัลนี้จะช่วยเติมพลังให้คุณได้บ้าง”

จาก สเปอร์ส ที่ให้โอกาสเขาเติบโต สู่ บาเยิร์น ที่ช่วยผลักดันให้เขาก้าวไปอีกระดับ

เคน ไม่เคยลืมว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายที่ช่วยให้เขาเดินมาถึงวันนี้

และจากบรรดาผู้คนเหล่านั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่เขาอยากแบ่งปันความสำเร็จครั้งนี้ด้วย นั่นคือ เคท ภรรยาของเขาเอง

“เคท ภรรยาของผม เพื่อนที่ดีที่สุดของผม คุณคือคนที่สนับสนุนผมมากที่สุด เราทำสำเร็จแล้วนะ”

“คุณต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมเสมอ คุณเสียสละตัวเองเพื่อช่วยให้ผมทำความฝันให้สำเร็จ หากไม่มีคุณ มันคงเป็นไปไม่ได้”

จากเด็กคนหนึ่งที่เคยต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเอง สู่ผู้ชายวัย 33 ปี ที่ได้ยืนถือรางวัล บัลลงดอร์ และหันไปบอกคนที่อยู่เคียงข้างว่า “เราทำสำเร็จแล้วนะ”

ท้ายที่สุด ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่การได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกเพียงอย่างเดียวหรอกครับ
มันอยู่ที่การได้หันกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา และเจอว่ายังมีคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเรา ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกัน
แฮร์รี่ เคน อาจใช้เวลานานพื่อไปถึงรางวัลบัลลงดอร์ แต่ทุกช่วงเวลาที่เขาเคยต้องอดทนรอ ไม่ได้สูญเปล่าเลย

ฮอส อลอนโซ่



ที่มาของภาพ : Getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport