สปอร์ตติ้งนิวส์ ยกเหตุผลหนุน แฮร์รี่ เคน คว้าบัลลงดอร์ 2026 หลังทำ 73 ประตูจาก 65 นัดให้สโมสรและทีมชาติ พร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาและเดเอฟเบ โพคาล แม้มีคู่แข่งอย่าง ลามีน ยามาล และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้
แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษของ บาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญสำหรับรางวัลบัลลงดอร์ 2026 หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดฤดูกาล 2025-26 โดย สื่อดังอย่าง สปอร์ตติ้งนิวส์ มองว่าผลงานของดาวยิงวัย 33 ปีมีน้ำหนักมากพอที่จะคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี แม้การแข่งขันในครั้งนี้จะเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกหลายราย
ดอม ฟาร์เรลล์ จาก สปอร์ตติ้งนิวส์ ชี้ว่า การพิจารณา บัลลงดอร์ ไม่ควรยึดติดกับยุคที่ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ครองความยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองผลงานของนักเตะในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งเคนมีตัวเลขการทำประตูและความสำเร็จที่โดดเด่นอย่างมาก
73 ประตูจาก 65 นัด สถิติที่สร้างข้อโต้แย้งได้ยาก
เคน ทำไปถึง 73 ประตูจากการลงเล่น 65 นัดให้บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติอังกฤษในฤดูกาล 2025-26 โดยแบ่งเป็นผลงานสำคัญจากหลายรายการ
เมื่อรวมผลงานจากสโมสรและทีมชาติ เคน จึงมีส่วนร่วมกับประตูในระดับที่หาได้ยาก โดยสถิติ 73 ประตูของเขาเป็นผลงานการทำประตูต่อหนึ่งฤดูกาลที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองของนักเตะรายบุคคลในศตวรรษนี้ เป็นรองเพียงเมสซี่ที่ทำได้ 82 ประตูจาก 69 นัดในฤดูกาล 2011-12
เคน ไม่ได้มีดีแค่การทำประตู
สิ่งที่ทำให้ เคน โดดเด่นไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนประตูเท่านั้น เพราะตลอดเส้นทางอาชีพ เขายังพัฒนาความสามารถในการเชื่อมเกมและจ่ายบอลจากพื้นที่ลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดอม ฟาร์เรลล์ ยกตัวอย่างแอสซิสต์ของ เคน ให้ อัลฟอนโซ่ เดวิส ในเกมที่ บาเยิร์น พบ อาร์เซน่อล เพื่อแสดงให้เห็นว่า กองหน้าทีมชาติอังกฤษ สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ ไม่ใช่เพียงรอจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
นอกจากนี้ การเป็นศูนย์กลางของเกมรุกบาเยิร์นยังทำให้เคนมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของทีม ทั้งในลีกและฟุตบอลถ้วย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมเหตุผลสนับสนุนการคว้าบัลลงดอร์ของเขา
หลังยุคเมสซี่-โรนัลโด้ ถึงเวลาของผู้ชนะคนใหม่?
ระหว่างปี 2008 ถึง 2017 เมสซี่ และโรนัลโด้ แบ่งกันคว้าบัลลงดอร์คนละ 5 ครั้ง ก่อนที่ลูก้า โมดริช จะเข้ามาคั่นกลางในปี 2018 และเมสซี่ กลับมาคว้ารางวัลได้อีกหลายครั้งในเวลาต่อมา
ความสำเร็จของทั้งคู่ทำให้การลุ้นรางวัลในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา มักถูกเชื่อมโยงกับการถกเถียงว่าใครคือ "นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล"
แต่สำหรับปี 2026 เคน มีโอกาสสร้างเรื่องราวที่แตกต่างออกไป เพราะเขาไม่จำเป็นต้องถูกยกให้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อมีสิทธิ์คว้ารางวัล หากผลงานในฤดูกาลที่พิจารณายอดเยี่ยมเพียงพอ
ถึงอย่างนั้น เคน ยังต้องแข่งขันกับผู้เล่นที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งต่างมีเหตุผลสนับสนุนการคว้ารางวัลเช่นกัน
จากเด็กที่เคยถูกตั้งคำถาม สู่หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลก
อีกหนึ่งแง่มุมที่ทำให้เรื่องราวของ เคน น่าสนใจ คือเส้นทางอาชีพที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นซูเปอร์สตาร์ที่ทุกคนคาดหวัง เขาเคยถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้หลายสโมสรในระดับลีกรองของอังกฤษ และเคยถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นเพียงนักเตะที่โดดเด่นแค่ฤดูกาลเดียว หลังแจ้งเกิดกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในฤดูกาล 2014-15
แต่ เคน พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำประตูอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนารูปแบบการเล่นจนกลายเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากขึ้น ก่อนย้ายไปสร้างผลงานกับบาเยิร์น มิวนิค
หากคว้าบัลลงดอร์ได้สำเร็จ เคน จะกลายเป็นนักเตะอังกฤษคนที่ 5 ที่ได้รับรางวัล ต่อจาก สแตนลีย์ แมตธิวส์, บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, เควิน คีแกน และ ไมเคิล โอเว่น
บัลลงดอร์ 2026 เคนคู่ควรหรือไม่?
เหตุผลสำคัญที่ สปอร์ตติ้งนิวส์ สนับสนุน เคน คือการนำผลงานในสนามมาเป็นตัวตั้ง ทั้งจำนวนประตู แชมป์ระดับสโมสร และผลงานกับทีมชาติ ซึ่งรวมกันเป็นฤดูกาลที่โดดเด่นอย่างยิ่ง
แม้จะมีข้อโต้แย้งว่าผู้เล่นบางรายอาจมีความสามารถเฉพาะตัวเหนือกว่า เคน แต่มองว่าเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธน้ำหนักของผลงาน 73 ประตูจาก 65 นัด พร้อมแชมป์บุนเดสลีกา แชมป์เดเอฟเบ โพคาล และการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นมุมมองจาก สปอร์ตติ้งนิวส์ ไม่ใช่ผลการตัดสินอย่างเป็นทางการ โดยการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 2026 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้
สำหรับ เคน นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพให้กลายเป็นรางวัลส่วนบุคคลสูงสุดของวงการฟุตบอล และพิสูจน์ว่า หลังยุคเมสซี่กับโรนัลโด้ ยังมีเรื่องราวของนักเตะคนอื่นที่คู่ควรแก่การจดจำได้เช่นกัน