แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นสโมสรเล็กๆ จากประเทศเยอรมนี ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 หรือเมื่อ 17 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ ยาน ดิโอม็องเด้ ยังมีอายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น แต่ปัจจุบันไม่มีสโมสรใดในยุโรปที่สามารถทำรายได้จากค่าตัวนักเตะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้มากเท่ากับพวกเขา
นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นสู่ บุนเดสลีกา เยอรมนี ในปี 2016 แอร์เบ ไลป์ซิก ทำเงินจากการขายนักเตะไปแล้วมากกว่า 500 ล้านยูโร (ราว 19,500 ล้านบาท) แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังคงสามารถค้นหาและปลุกปั้นนักเตะพรสวรรค์หน้าใหม่ขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง
บรรดาสโมสรชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บาร์เซโลน่า รวมถึง เรอัล มาดริด ที่เพิ่งเข้ามาร่วมวง ต่างเคยยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อคว้าตัวนักเตะจาก ไลป์ซิก ไปร่วมทีม
แล้ว ไลป์ซิก สร้างกำไรมหาศาลจากการขายนักเตะให้บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปทีมไหนบ้าง และในราคาเท่าไหร่ ลองไปติดตามกันได้เลย
ยาน ดิโอม็องเด้ ไป เรอัล มาดริด – 125 ล้านยูโร (ราว 4,875 ล้านบาท)
ปีกดาวรุ่งทีมชาติไอวอรี่โคสต์ สร้างสถิติใหม่ของสโมสร หลังย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 125 ล้านยูโร ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรไลป์ซิก ทั้งที่มีอายุเพียง 19 ปี
ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ไป แมนฯ ซิตี้ – 90 ล้านยูโร (ราว 3,510 ล้านบาท)
ก่อนเข้าสู่ฤดูกาล 2023/24 ปราการหลังชาวโครเอเชียวัย 21 ปี ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 90 ล้านยูโร หลังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลที่สุดของยุโรป
เบนจามิน เชชโก้ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – 76 ล้านยูโร (ราว 2,964 ล้านบาท)
กองหน้าชาวสโลวีเนียที่มีสถิติการทำประตูยอดเยี่ยม ย้ายไปค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 76 ล้านยูโร หลังทัพ "ปีศาจแดง" ทุ่มเงินก้อนโตเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งกองหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสโมสรในตลาดซื้อขาย
โดมินิค โซโบซไล ไป ลิเวอร์พูล – 70 ล้านยูโร (ราว 2,730 ล้านบาท)
จอมทัพกัปตันทีมชาติฮังการี ย้ายจาก ไลป์ซิก ไป ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีมอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังงานและความขยันที่ช่วยขับเคลื่อนแดนกลางโฉมใหม่ของทัพ "หงส์แดง"
ซาฟี ซิมอนส์ ไป ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ – 65 ล้านยูโร (ราว 2,535 ล้านบาท)
อดีตดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า โชว์ฟอร์มโดดเด่นตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งในบุนเดสลีกา จนทำให้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตัดสินใจทุ่มเงิน 65 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวดาวเตะชาวดัตช์ที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งไปร่วมทัพ "ไก่เดือยทอง"
ดานี่ โอลโม่ ไป บาร์เซโลน่า – 61 ล้านยูโร (ราว 2,379 ล้านบาท)
แนวรุกทีมชาติสเปน ย้ายกลับไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2024/25 ด้วยค่าตัว 61 ล้านยูโร หลังใช้เวลา 5 ปี ที่ประสบความสำเร็จกับ ไลป์ซิก และพัฒนาตัวเองจนได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในเพลย์เมกเกอร์ชั้นนำของยุโรป
นอกเหนือจากการขายนักเตะด้วยค่าตัวระดับสถิติเหล่านี้แล้ว ก่อนหน้านี้ แอร์เบ ไลป์ซิก ยังเคยทำเงินก้อนโตจากบรรดาแนวรุกชื่อดังของทีมมาแล้วหลายราย โดยมีรายละเอียดดังนี้:
คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ย้ายไป เชลซี ด้วยค่าตัวสูงถึง 60 ล้านยูโร (ราว 2,340 ล้านบาท) หลังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกา
นาบี เกอิต้า กองกลางทีมชาติกินี ย้ายไป ลิเวอร์พูล ในปี 2018 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร
ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี ย้ายไป เชลซี ด้วยค่าตัว 53 ล้านยูโร (ราว 2,340 ล้านบาท) ในปี 2020
ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังชาวฝรั่งเศส ย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค คู่แข่งร่วมบุนเดสลีกา ด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร (ราว 1,638 ล้านบาท)
โลอีส โอเปนด้า กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ย้ายไป ยูเวนตุส ในอิตาลีด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร (ราว 1,638 ล้านบาท)
อิบราฮิม่า โกนาเต้ เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศส ย้ายไป ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ราว 1,560 ล้านบาท)
มาเตอุส คุนญ่า กองหน้าชาวบราซิล ย้ายไป แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร (ราว 702 ล้านบาท)
อเดโมล่า ลุคแมน ปีกชาวไนจีเรีย ย้ายไปค้าแข้งกับ อตาลันต้า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร (ราว 624 ล้านบาท)
เมื่อรวมกันแล้ว การขายนักเตะชื่อดังทั้ง 14 รายการนี้เพียงอย่างเดียว สร้างรายได้ให้ แอร์เบ ไลป์ซิก สูงถึง 818 ล้านยูโร (ราว 31,902 ล้านบาท) ตอกย้ำสถานะของพวกเขาในฐานะหนึ่งใน "โรงงานปั้นนักเตะ" ระดับท็อปที่ทำกำไรได้มากที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรป