ราชาแห่งโลกฟุตบอล! ลิโอเนล เมสซี่ วัย 39 ร่ายมนต์เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์

ราชาแห่งโลกฟุตบอล! ลิโอเนล เมสซี่ วัย 39 ร่ายมนต์เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์
อายุเป็นเพียงตัวเลข? ลิโอเนล เมสซี่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือ "ราชา" แห่งโลกฟุตบอลตัวจริง หลังระเบิดฟอร์มทำ 2 แอสซิสต์ พาอาร์เจนตินาพลิกแซงชนะอังกฤษ 2-1 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 พบกับสเปน พร้อมทำลายสารพัดสถิติโลกในวัย 39 ปี!

เมื่อ 4 ปีที่แล้วหลังจบฟุตบอลโลก 2022 หลายคนเชื่อว่าบทสรุปของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้ถูกเขียนขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในฐานะแชมป์โลกวัย 35 ปี และถูกยกย่องเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล (GOAT) อย่างไม่มีข้อกังขา แต่ใครจะเชื่อว่าในวัย 39 ปี ชายคนนี้จะยังคงเดินหน้าพาทัพ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ย้ำแค้นทีมชาติอังกฤษ ตีตั๋วสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกสองสมัยติดต่อกันได้สำเร็จ

ในฟุตบอลโลก 2026 เมสซี่ทำไปแล้วถึง 8 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ ครองดาวซัลโวร่วมและอันดับสองของจอมแอสซิสต์ในมหกรรมครั้งนี้ โดยอาร์เจนตินาจะโคจรไปพบ "กระทิงดุ" สเปน ประเทศที่เมสซี่ผูกพันและค้าแข้งมาอย่างยาวนานกับบาร์เซโลนา ในนัดชิงชนะเลิศวันอาทิตย์นี้ ที่นิวเจอร์ซีย์

ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา กล่าวชื่นชมว่า:"เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าเขาต้องทำอะไรเพิ่มอีกเพื่อพิสูจน์สิ่งนี้ และผมรู้ว่าคนสเปนส่วนใหญ่ก็รักเขาเช่นกัน"

ขณะที่ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ อดีตกองหลังอังกฤษ & กูรู BBC ยอมรับว่า "พวกเขามีลิโอเนล เมสซี่... พวกเขามี 'GOAT' นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ก่อนหน้านี้เราคิดว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาของ จู๊ด เบลลิงแฮม หรือ แฮร์รี่ เคน แต่สุดท้าย เมสซี่ ก็แสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงยังเป็นราชา"

เจาะแท็กติก: เมสซี่ฉีกแนวรับสิงโตคำรามจนยับเยิน

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือทีมชาติอังกฤษ และแฟนบอลทรีไลออนส์คงหวังให้นักเตะสามารรับมือกับเมสซี่ได้ดีกว่านี้ เกมนี้เมสซี่ถูกส่งลงเล่นในบทบาทกองกลางตัวรุกในช่วงแรก แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังจาก แอนโทนี่ กอร์ดอน ยิงให้อังกฤษขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 55

ทูเคิ่ลเลือกที่จะเน้นเกมรับ ส่งกองหลังลงมาแพ็กเกมเพื่อรักษาสกอร์ แต่นั่นกลายเป็นการเปิดโอกาสให้อาร์เจนตินาครองบอลเบ็ดเสร็จถึง 88% ในช่วง 37 นาทีต่อมา และเมสซี่ที่ถูกขยับออกไปเล่นทางกราบขวาก็โชว์ความอัจฉริยะลากเลื้อยทำลายแนวรับอังกฤษจนพังพินาศ

สถิติสุดมหัศจรรย์ของเมสซี่ในเกมล้มอังกฤษ:

  • เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 9 ครั้ง และทำ 2 แอสซิสต์ (เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ที่ทำสถิตินี้ได้ในเกมรอบน็อคเอาต์นัดเดียว)
  • สร้างสรรค์โอกาส 4 ครั้ง และ สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง 7 ครั้ง (ซึ่งสถิติทั้งสองอย่างนี้ เท่ากับนักเตะทีมชาติอังกฤษ "ทั้งทีม" รวมกัน!)
  • ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ 9 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในแมตช์นี้
  • แอสซิสต์แรกของเมสซี่เกิดขึ้นจากการเล่นลูกเตะมุมสั้น จ่ายให้ เอ็นโซ่ เฟร์นันเดซ ซัดไกลสุดสวยในนาที 85 ตีเสมอเป็น 1-1 ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมสซี่จะเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โหม่งประตูชัยส่งอังกฤษตกรอบอย่างเจ็บปวด

โจ ฮาร์ท อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ระบุว่า:"อังกฤษพยายามทำเหมือนเกมเจอเม็กซิโกและนอร์เวย์ คือการปิดประตูตีแมวเน้นผลการแข่งขัน แต่นั่นเท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ให้เมสซี่ ซึ่งเขาเหมือนมีกุญแจผีที่ไขได้ทุกจังหวะ และเขาก็ควบคุมเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จในช่วง 15 นาทีสุดท้าย"

เส้นทางสู่รางวัล "รองเท้าทองคำ"

ทัวร์นาเมนต์นี้ เมสซี่จารึกชื่อเป็น ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยจำนวน 21 ประตู (จาก 125 ประตูในนามทีมชาติ) ที่น่าทึ่งคือ 15 ประตูจากทั้งหมด เกิดขึ้นหลังจากที่เขาอายุครบ 35 ปีไปแล้ว!

ปัจจุบัน เมสซี่ กำลังเบียดแย่งตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 กับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หัวหอกกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสที่ยิงไปเท่ากัน 8 ตุง โดยหากประตูเท่ากันเมื่อจบทัวร์นาเมนต์ เมสซี่จะได้เปรียบด้วยจำนวน 4 แอสซิสต์ (เอ็มบัปเป้มี 3 แอสซิสต์) แถมเมสซี่ยังมีลุ้นตำแหน่งจอมแอสซิสต์สูงสุดอีกด้วยหลังตาม ไมเคิล โอลิเซ่ ปีกจอมพริ้วฝรั่งเศสเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น

ความมหัศจรรย์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของชายชื่อ "เมสซี่"

หากย้อนกลับไปในปี 2016 เมสซี่ในวัย 29 ปีเคยประกาศรีไทร์จากทีมชาติหลังความช้ำใจในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 และโกปา อเมริกา อีก 3 ครั้ง แต่หลังจากเปลี่ยนใจกลับมา เขาก็พาทีมคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา 2 สมัย และแชมป์โลกปี 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นบทสรุปที่สวยงามที่สุดและเขาคงจะค่อยๆ ลดบทบาทลงหลังย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ ไมอามี ในศึก MLS

แต่ในฟุตบอลโลก 2026 เมสซี่พิสูจน์ให้เห็นว่าในวัย 39 เขายังคงไร้เทียมทาน แม้สไตล์การเล่นจะเปลี่ยนไปตามวัย สถิติระบุว่า เมสซี่ "เดิน" ถึง 47% ของระยะทางทั้งหมดที่เขาเคลื่อนที่ในสนาม ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งเอาต์ฟิลด์ 

กิเยม บาลาเก้ นักข่าวชื่อดังชาวสเปนระบุว่า เมสซี่มีการปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นในแง่แท็กติกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งในอาชีพและร่างปัจจุบันคือการใช้สมองอันอัจฉริยะ อ่านเกม เลือกจังหวะระเบิดพลังเฉพาะตอนที่บอลอยู่กับเท้า ซึ่งเขาสามารถเปลี่ยนโหมดจากเดินเล่นเป็นโหมดสังหารได้ในเสี้ยววินาที

ปัจจุบัน เมสซี่ทำประตูหรือแอสซิสต์ติดต่อกันมาแล้วถึง 13 นัดติดต่อกัน ทั้งในนามทีมชาติและสโมสรอินเตอร์ ไมอามี่ และหากเขามีส่วนร่วมกับประตูในนัดชิงชนะเลิศกับสเปนในวันอาทิตย์นี้ เขาจะทำสถิติเทียบเท่าสถิติสูงสุดของตัวเองที่เคยทำไว้ในปี 2011 คือการมีสกอร์/แอสซิสต์ 14 นัดติดต่อกัน 

นอกจากนี้เขากำลังจะกลายเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ต่อจาก คาฟู ที่ได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง (2014, 2022, 2026)

หลายคนอาจจะถามว่า นี่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของชายคนนี้จริง ๆ หรือไม่? เพราะในฟุตบอลโลก 2030 เขาจะมีอายุถึง 43 ปี... แต่สำหรับเจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัยผู้ทำลายทุกกฎเกณฑ์ของฟุตบอล คำว่า "เป็นไปไม่ได้" ไม่มีอยู่จริง!



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport