ศึกยักษ์ชนยักษ์รอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ ฝรั่งเศส ได้โอกาสล้างตา สเปน จากความพ่ายแพ้ใน ยูโร 2024 โดยผู้ชนะที่ดัลลัสจะคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที
ฟุตบอลโลก 2026
รอบรองชนะเลิศ
ฝรั่งเศส - สเปน
เวลา : 02.00 น. ถ่ายทอดสด : MONOMAX, MONOMAX SPORTS TV
สนาม : เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม (สนามกลาง)
ฝรั่งเศส - คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลังของเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ คาดว่าจะฟื้นตัวจากอาการข้อเท้าพลิกเล็กน้อยและพร้อมลงสนาม ขณะที่ มานู โกเน่ ถูกถอดออกจากสนามเนื่องจากปัญหาที่หัวเข่า แต่เชื่อว่าเป็นเพียงการป้องกันไว้ก่อน ทำให้มิดฟิลด์จาก โรม่า ยังมีลุ้นลงสนาม โดยเฉพาะหาก โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ฟิตกลับมาจากอาการบาดเจ็บต้นขาได้ไม่เต็มร้อย ในแนวรุกนอกจาก "กัปตันเป้" ซึ่งยิงไปแล้ว 8 ประตูและกำลังลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ ยังมีเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ อย่าง อุสมาน เดมเบเล่ โดยทั้งคู่สร้างโอกาสให้กันและกันรวมแล้วถึง 19 ครั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ส่วนตำแหน่งแนวรุกอีกราย ยังต้องลุ้นว่า ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จะเลือกใครก่อนระหว่าง เดซีเร่ ดูเอ้ หรือ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ออกสตาร์ตร่วมกับ ไมเคิล โอลิเซ่
สเปน - หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดทัพในแนวรุกเช่นกัน แม้ว่า มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่ยิงไปแล้ว 4 ประตูในฟุตบอลโลกหนนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ด้าน เฟร์ราน ตอร์เรส รวมถึงสองแข้งที่เพิ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์อย่าง นิโก้ วิลเลียมส์ และ เยเรมี่ ปิโน่ ต่างกำลังกดดันเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง ในแดนกลาง มิเกล เมรีโน่ ฮีโร่ซูเปอร์ซับซัดประตูชัยทั้ง 2 เกมล่าสุด และ เปดรี้ ก็มีโอกาสสอดแทรกลงสนามตั้งแต่นาทีแรกเช่นกัน ส่งผลให้ ฟาเบียน รุยซ์ และ ดานี่ โอลโม่ ต้องแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อรักษาตำแหน่ง ส่วน ลามีน ยามาล แม้ยังไม่สามารถงัดฟอร์มร้อนแรงแบบที่เคยทำไว้ในศึก ยูโร 2024 ออกมาได้ แต่ดาวรุ่งวัย 18 ปียังคงเป็นตัวเลือกหลักทางฝั่งขวา โดยประสานงานร่วมกับ เปโดร ปอร์โร่ ซึ่งดูเหมือนจะเอาชนะ มาร์กอส ยอเรนเต้ ในการแย่งตำแหน่งแบ็กขวาได้แล้ว
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : 16 ไมค์ เมนญอง - 5 ชูลส์ กุนเด้, 4 ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่, 17 วิลเลียม ซาลีบา, 3 ลูกาส์ ดีญ - 6 มานู โกเน่, 14 อาเดรียง ราบิโอต์ - 7 อุสมาน เดมเบเล่, 11 ไมเคิล โอลีเซ่, 20 เดซีเร่ ดูเอ้ - 10 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (กัปตันทีม)
สเปน (4-2-3-1) : 23 อูไน ซิม่อน - 12 เปโดร ปอร์โร่, 22 เปา กูบาร์ซี่, 14 เอเมอริก ลาป๊อร์กต์, 24 มาร์ก กูกูเรย่า - 16 โรดรี้ (กัปตันทีม), 8 ฟาเบียน รุยซ์ - 19 ลามีน ยามาล, 10 ดานี่ โอลโม่, 15 อเล็กซ์ บาเอน่า - 21 มิเกล โอยาร์ซาบาล
ผู้ตัดสิน : อีวาน บาร์ตัน (เอลซัลวาดอร์)
ความน่าจะเป็นของเกม
นอกเหนือจากการดวลจุดโทษแล้ว สเปน ไม่แพ้ใครมา 36 นัดติด และต้องการอีกเพียงเกมเดียวก็จะทาบสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดตลอดกาลของ อาร์เจนตินา ที่ทำไว้ 37 นัด ระหว่างปี 2019-2022 อย่างไรก็ตาม การยิงจุดโทษอาจยังเป็นจุดอ่อนของทัพ "กระทิงดุ" เพราะแม้จะครองเกมได้เหนือกว่าและมีแนวรับที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาเพิ่งพลาดแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จากการดวลเป้าเมื่อปีก่อน อีกทั้งยังมีสถิติชนะเพียง 1 จาก 5 ครั้งในการดวลจุดโทษบนเวที ฟุตบอลโลก อีกด้วย จึงเชื่อว่าด้วยขุมกำลังพอฟัดพอเหวี่ยงกัน ฝรั่งเศส มีโอกาสดึงเกมไปตัดสินแบบถึงฎีกา
ผลการแข่งขันที่คาด
ฝรั่งเศส เสมอ สเปน 1-1