ตูนิเซียเผชิญมรสุมหนักในฟุตบอลโลก 2026 หลังนักเตะถึง 8 รายมีผลตรวจพบสารต้องห้ามผิดปกติ ขณะทีมตกรอบแบ่งกลุ่มและเปลี่ยนกุนซือกลางทัวร์นาเมนต์
ทีมชาติตูนิเซีย กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังมีรายงานว่านักเตะของทีมมากถึง 8 ราย มีผลตรวจพบความผิดปกติเกี่ยวกับสารต้องห้ามจากการตรวจสารกระตุ้นระหว่างการแข่งขัน
รายงานระบุว่า นักเตะทั้ง 8 คนมีผลตรวจในลักษณะ "Atypical Findings" หรือพบค่าผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสารต้องห้าม ซึ่งยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงการยืนยันผลจากตัวอย่างสำรอง (B-Sample) ก่อนจะมีการตัดสินอย่างเป็นทางการ
ตัวอย่างการตรวจทั้งหมดถูกเก็บภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ควบคุมสารกระตุ้นของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่ประจำอยู่ตามเมืองเจ้าภาพต่าง ๆ ของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้
หากผลการตรวจได้รับการยืนยัน นักเตะที่เกี่ยวข้องอาจเผชิญบทลงโทษร้ายแรง รวมถึงการถูกแบนจากการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติเป็นระยะเวลานาน ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลตูนิเซีย และทีมชาติอาจถูกสอบสวนเพิ่มเติมถึงที่มาของปัญหาดังกล่าว
ข่าวฉาวเรื่องสารต้องห้ามยิ่งซ้ำเติมผลงานอันน่าผิดหวังของทัพ "อินทรีคาร์เธจ" ในฟุตบอลโลก 2026 หลังพวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้วจากผลงานแพ้รวดทั้ง 3 นัดในกลุ่ม เอฟ โดยเสียประตูรวมทั้งสิ้นถึง 12 ประตู
ตูนิเซีย ยังสร้างสถิติที่ไม่พึงประสงค์ด้วยการปลด ซาบรี้ ลามูชี่ ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชหลังจบเกมแรกของทัวร์นาเมนต์ ก่อนแต่งตั้ง แอร์กเวอ เรอนาร์ เข้ามาคุมทีมแบบเร่งด่วน แต่ก็ไม่สามารถพาทีมพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังจับตาผลการสอบสวนและการตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในคดีสารต้องห้ามครั้งใหญ่ที่สุดของศึกฟุตบอลโลก 2026 หากผลตรวจได้รับการรับรองในขั้นตอนสุดท้าย