เมื่อเพลงเศร้าดังขึ้นในคืนสุดท้ายของ โมดริช

เมื่อเพลงเศร้าดังขึ้นในคืนสุดท้ายของ โมดริช
เพลงบางเพลงที่เราฟังอยู่ทุกวัน มันอาจไม่ได้กระแทกหรือจับใจข้างในจนลึกซึ้ง กระทั่งเมื่อวันหนึ่งเราต้องบอกลาคนสำคัญ เพลงนั้นก็กลายเป็นเพลงเศร้ากว่าที่เคย

สำหรับค่ำคืนของ ลูก้า โมดริช มันก็เป็นอารมณ์คล้าย ๆ กันของแฟนบอลหลาย ๆ คน

ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีฉากดราม่า ไม่มีคำพูดยิ่งใหญ่ มีเพียงภาพของชายวัย 40 ปี ที่เดินออกจากสนามฟุตบอลโลก พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ และอ้อมกอดจากเพื่อนร่วมยุคอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อ้อมกอดนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่บอกเล่าเรื่องราวมากกว่าคำพูดเป็นร้อยประโยค

จากคู่แข่งบนเวทีทีมชาติ สู่เพื่อนร่วมทีมที่แบ่งปันช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ระหว่างปี 2012-2018 

ทั้งคู่คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกันหลายสมัย สร้างยุคทองของ เรอัล มาดริด และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่แฟนบอลทั่วโลกไม่มีวันลืม

ถึงตอนนี้ คนหนึ่งยังคงวิ่งต่อไปบนเส้นทางของตัวเอง

อีกคนกำลังเดินลงจากเวทีที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล

โมดริช ปิดฉากฟุตบอลโลกด้วยสถิติลงสนาม 23 นัด เทียบเท่า เปาโล มัลดินี่ หนึ่งในตำนานที่ลงเล่นฟุตบอลโลกมากที่สุดตลอดกาล

ตัวเลขนี้ไม่ได้มาพร้อมถ้วยแชมป์โลกก็จริง แต่สำหรับประเทศเล็ก ๆ อย่าง โครเอเชีย มันคือเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าถ้วยรางวัลจะอธิบายได้

เด็กชายที่เติบโตท่ามกลางสงคราม

เด็กชายที่เคยเป็นผู้ลี้ภัย

เด็กชายที่ครั้งหนึ่งไม่มีใครเชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาอยู่บนยอดของวงการฟุตบอล

วันหนึ่งกลับกลายเป็นกัปตันทีมชาติที่พาประเทศเข้าชิงฟุตบอลโลก คว้า บัลลงดอร์ และยืนหยัดตรงพื้นที่ตรงนี้ได้นานกว่าสองทศวรรษ

หลายคนบอกว่าเพลงเศร้าที่ดีที่สุด คือเพลงที่ไม่ได้พูดถึงความเสียใจ แต่พูดถึงช่วงเวลาที่สวยงามจนเราไม่อยากให้มันจบลง

ลูก้า โมดริช คือบทเพลงแบบนั้น

ภาพสุดท้ายของ โมดริช กับ โรนัลโด้ จึงไม่ใช่แค่การทักทายระหว่างอดีตเพื่อนร่วมทีม แต่มันคือการปิดหน้าสุดท้ายของยุคสมัยหนึ่ง

ยุคของนักเตะที่เติบโตมาพร้อมกัน สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน และพาแฟนบอลทั้งโลกผ่านค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความทรงจำ

โรนัลโด้ ยังคงเดินหน้าต่อไป พร้อมขยายความเป็นตำนานของตัวเอง

ส่วน โมดริช ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสง่างาม ความเป็นผู้นำ และบทพิสูจน์ว่า ความยิ่งใหญ่วัดจากจำนวนหัวใจที่คุณทำให้หลงรักเกมฟุตบอล

และเมื่อเสียงเพลงเศร้าดังขึ้นในคืนสุดท้าย เรากำลังยิ้มให้กับเรื่องราวอันงดงาม ที่เราโชคดีพอได้เห็นมันเกิดขึ้นด้วยตาของตัวเอง

ทุกจังหวะหมุนตัว ทุกการจ่ายบอล และทุกค่ำคืนที่ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นงานศิลปะ

บทเพลงของ โมดริช อาจจบลงแล้ว แต่ทำนองของมันจะยังอยู่ในความทรงจำตลอดไป

HOSSALONSO



ที่มาของภาพ : getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport