เซอร์จิโอ เอชิโกะ อดีตนักเตะลูกครึ่งบราซิล-ญี่ปุ่นวัย 80 ปี ออกโรงวิจารณ์ผลงานของทีมชาติญี่ปุ่น หลังพ่าย บราซิล 1-2 ตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 พร้อมระบุว่าผลการแข่งขันคือทุกอย่างและมองว่าทีมชุดปัจจุบันมีคุณภาพลดลงเมื่อเทียบกับฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีก่อน
ญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายไปให้ไกลที่สุด และใช้คำว่าภาพที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความหวังให้กับแฟนบอล แต่สุดท้ายต้องจบเส้นทางเพียงรอบ 32 ทีม หลังเก็บผลงานชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 1 นัด
เซอร์จิโอ มองว่า ผลงานดังกล่าวถือว่าด้อยกว่าฟุตบอลโลก 2022 ที่ ญี่ปุ่น สามารถเอาชนะ เยอรมนี และ สเปน ก่อนผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
"พูดกันตามตรง ญี่ปุ่นมีคุณภาพลดลง"
"เมื่อ 4 ปีก่อน พวกเขาชนะ เยอรมนี และ สเปน ก่อนจบรอบน็อกเอาต์ด้วยผลงานชนะ 2 แพ้ 2"
"ครั้งนี้ ญี่ปุ่น เอาชนะได้เพียง ตูนิเซีย และจบด้วยผลงานชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 1"
"ถ้าทีมแข็งแกร่งขึ้น มันต้องสะท้อนออกมาทางผลงาน ผลลัพธ์คือทุกอย่าง"
นอกจากนี้ เซอร์จิโอ ยังวิจารณ์การวางแผนของ ฮาจิเมะ โมริยาสึ ในเกมแพ้ บราซิล โดยเฉพาะการจัดการนักเตะเกมรุก
เขามองว่า ริตสึ โดอัน, เคโตะ นากามูระ, ไดจิ คามาดะ และ จุนยะ อิโตะ ต้องรับภาระเกมรับมากเกินไปจนหมดพลังในช่วงครึ่งหลัง
"นักเตะที่สามารถสร้างประตูได้ถูกใช้งานผิดวิธี"
"เกมกับ เนเธอร์แลนด์ เราเห็น อิโตะ ลงมาในครึ่งหลังและสร้างอิทธิพลต่อเกมได้"
"แต่ครั้งนี้เขาออกสตาร์ตตัวจริง ต้องวิ่งช่วยเกมรับ และสุดท้ายหมดแรง"
เอชิโกะ ยังตั้งข้อสงสัยถึงกรณีของ วาตารุ เอ็นโด กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ที่หายไปจากทีมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ
เขาชี้ว่าเป็นเรื่องน่าแปลกที่ เอ็นโด ไม่ได้อยู่กับทีม ขณะที่อดีตแกนหลักอย่าง มายะ โยชิดะ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ยังร่วมเดินทางมาสนับสนุนทีม
"ทุกครั้งที่เห็นเสื้อหมายเลข 6 ถูกยกขึ้นมา ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เป็นธรรมชาติ"
ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ โมริยาสึ ทำงานต่อ เซอร์จิโอ มองว่า ญี่ปุ่น ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการคว้าแชมป์โลก และการรีบยกย่องผลงานโดยไม่วิเคราะห์ข้อบกพร่องอย่างจริงจัง อาจเป็นอันตรายต่อการพัฒนาของฟุตบอลญี่ปุ่น
"การบอกว่าพวกเขาทำได้ดีเป็นเรื่องง่าย แต่สิ่งที่อันตรายที่สุด คือการไม่มีการทบทวนตัวเองอย่างแท้จริง"
เซอร์จิโอ ยังมองว่าฟุตบอลญี่ปุ่นควรใช้ช่วงเวลานี้กลับมาพิจารณาโครงสร้างและสภาพแวดล้อมของวงการฟุตบอลทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงเรื่องของตำแหน่งเฮดโค้ชเท่านั้น
พร้อมทิ้งท้ายด้วยมุมมองส่วนตัวว่า ฟุตบอลโลกครั้งหน้าเขาจะมีอายุ 84 ปี และแม้จะไม่ได้คาดหวังเห็น ญี่ปุ่น คว้าแชมป์โลก แต่ก็อยากเห็นทีมชาติบ้านเกิดผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้เป็นครั้งแรกเสียที
"สี่ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน บางทีผมอาจเสนอให้ฟุตบอลโลกจัดทุกสองปีก็ได้ เพื่อให้ผมมีโอกาสได้เห็น ญี่ปุ่น ไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศสักครั้งในชีวิต”