คลิปไวรัลที่ โฮทารุ ยามางูจิ, ฮิโรชิ คิโยตาเกะ และ โยสึเกะ อิเดงูจิ 3 นักเตะทีมชาติญี่ปุ่น ลงเล่นกับเด็กนักเรียนกว่า 100 คนบนสนามฟุตบอลมาตรฐาน บางคนอาจมองว่าเป็นแค่กิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน
อย่างไรก็ตาม หลักการเบื้องหลังเกมดังกล่าวกลับสะท้อนแนวทางการเล่นของ “ซามูไร บลู” ชุดปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจเอามาก ๆ
แม้จะต้องเจอกับผู้เล่นจำนวนมาก แต่ 3 นักเตะเหล่านั้น ยังสามารถครองบอลและต่อบอลหากันได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามมักจะถูกดึงเข้าไปหาบอลด้านหนึ่งของสนาม เปิดพื้นที่ว่างให้อีกฝั่งเสมอ
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสึ ชัดเจน
ระบบ 3-4-3 ของ ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเป็นแนวรุก 5 คนตอนจังหวะครองบอล และพยายามสร้างผู้เล่นที่ยืนว่างอยู่บริเวณเสาสอง หรือด้านไกลของเกมรุก เพื่อรอรับการเปลี่ยนแกนบอลจากอีกฝั่ง
จุดเด่นของ ญี่ปุ่น คือวิงแบ็กทั้งสองข้างไม่ได้ทำหน้าที่เติมเกมเพียงอย่างเดียว
ริทสึ โดอัน ที่เล่นฝั่งขวาเป็นนักเตะถนัดซ้าย ขณะที่ เคโตะ นากามูระ ทางซ้ายถนัดขวา
ทั้งคู่สามารถตัดเข้าในเพื่อยิงประตู หรือเปลี่ยนแกนเกมด้วยการวางบอลเฉียงเข้าสู่พื้นที่อันตรายได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนเกิดขึ้นในเกมเสมอ สวีเดน 1-1
ไดจิ คามาดะ ขยับออกไปเล่นริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนเปิดบอลลึกเข้าเขตโทษให้ ยูกินาริ ซูกาวาระ เติมขึ้นมาเล่นงานแนวรับ
แม้จังหวะแรกจะถูกสกัดออกมา แต่ อาโอะ ทานากะ ก็เปลี่ยนแกนเกมกลับไปยังฝั่งซ้ายอีกครั้ง จน คามาดะ ได้โอกาสยิงแบบไม่จับ
รูปแบบดังกล่าวคือเอกลักษณ์สำคัญของ ญี่ปุ่น พวกเขาพยายามหาผู้เล่นว่าง ๆ ด้านไกลของเกมรุกอยู่ตลอด และใช้การสลับแกนบอลเล่นงานแนวรับคู่แข่ง
ก่อนเกมพบ บราซิล รอบน็อกเอาต์ จุดอ่อนสำคัญของทัพแซมบ้าอาจอยู่บริเวณฟูลแบ็ก
ดานิโล่ กำลังจะอายุครบ 35 ปี ขณะที่ ดั๊กลาส ซานโตส ก็ไม่ถึงขั้นว่าเป็นนักเตะระดับท็อป
ส่วนคู่เซนเตอร์อย่าง มาร์กินญอส และ กาเบรียล มาร์กัลเญซ ต่างมีการเล่นลูกกลางอากาศที่ดีทำให้การเจาะตรงกลางอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
เนเธอร์แลนด์ เคยแก้ปัญหานี้ด้วยการให้ เฟรงกี้ เดอ ยอง ถอยลงมาเป็นกองหลังคนที่ห้า เพื่อช่วยรับมือการเปลี่ยนแกนเกมของ ญี่ปุ่น
คำถามสำคัญคือ คาร์โล อันเชล็อตติ จะมีวิธีรับมืออย่างไร
กาเซมีโร่ จะได้รับบทบาทเดียวกับ เดอ ยอง หรือไม่
รายาน จะได้รับบทบาทปิดพื้นที่ด้านข้างหรือไม่ หรือบางที อันเชล็อตติ อาจยังไม่คิดว่านี่คือปัญหา
บางที บราซิล อาจจะปล่อยให้พื้นที่ด้านไกลกลายเป็นช่องทางที่ ญี่ปุ่น ใช้โจมตี
ญี่ปุ่น ไม่เคยผ่านเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เลย
แต่หากพวกเขาสามารถโค่น บราซิล ได้สำเร็จ มันอาจกลายเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
และเป็นหลักฐานว่าพัฒนาการของฟุตบอลเอเชียกำลังไล่ตามมหาอำนาจลูกหนังของโลกได้อย่างแท้จริง
HOSSALONSO