อังกฤษ สะดุด โดน กาน่า หยุดเกมรุก ทำไมทีมของ ทูเคิ่ล ถึงยิงแทบไม่ได้?

อังกฤษ สะดุด โดน กาน่า หยุดเกมรุก ทำไมทีมของ ทูเคิ่ล ถึงยิงแทบไม่ได้?
ก่อนเกม หลายคนมองว่า อังกฤษ น่าจะผ่าน กาน่า ได้ไม่ยาก นัดแรกพวกเขาชนะ โครเอเชีย 4-2 เกมรุกไหลลื่น ผู้เล่นตัวหลักหลายคนเล่นได้ดี โธมัส ทูเคิ่ล เริ่มได้รับคำชมว่ากำลังสร้างทีมที่มีความสมดุลมากขึ้น แต่นัดถัดมามันกลับเกิดตรงกันข้าม

90 นาทีที่ ยิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 อังกฤษ ได้บอล ครองเกม สร้างแรงกดดันได้มากกว่า แต่แทบไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่ชัดเจน 

โอกาสดีที่สุดของเกมเกิดขึ้นในนาที 86 นิโก้ โอไรลี่ย์ โหม่งชนคาน บอลเด้งกลับมาเข้าทาง แฮร์รี่ เคน นั่นคือภาพสรุปของค่ำคืนทั้งหมด

อังกฤษ ไม่ได้เล่นดีพอที่จะชนะ และ กาน่า ทำให้เกมเดินไปในแบบที่ตัวเองต้องการ

คำถามสำคัญคือ ทำไม อังกฤษ ถึงยิงได้น้อยขนาดนั้น?

สถิติที่น่าสนใจคือ เกมนี้กลายเป็นนัดแรกของฟุตบอลโลก 2026 ที่ไม่มีทีมใดยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียวเมื่อจบครึ่งแรก

อังกฤษ ต้องรอจนถึงนาที 57 กว่าจะมีลูกยิงที่พอเรียกว่าเป็นการทดสอบผู้รักษาประตู

แอนโธนี่ กอร์ดอน รับบอลจาก เฌด สเปนซ์ ก่อนยิงเบา ๆ เข้าซอง

นั่นสะท้อนปัญหาของเกมนี้ได้ชัดเจน

คนที่ต้องได้รับเครดิตคือ คาร์ลอส เคยรอซ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เข้ามาคุม กาน่า เพียง 78 วันก่อนฟุตบอลโลก

ชื่อเสียงของเขาในช่วงหลังมาจากการคุมทีมชาติหลายประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง

ทั้ง อิหร่าน, อียิปต์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ โอมาน

เคยรอซ เป็นคนที่เชื่อในฟุตบอลแบบที่หลายคนเรียกว่า Sufferball หรือ ฟุตบอลแห่งความอดทน

แนวคิดง่าย ๆ คือ ยอมไม่มีบอล ยอมถอยต่ำ ยอมโดนกดดัน ขอแค่คู่แข่งเล่นไม่ออก

ครึ่งแรก กานา ผ่านบอลเพียง 77 ครั้ง ซึ่งพวกเขาไม่ได้สนใจสร้างเกม เพียงแค่สนใจจะปิดเกม

กานาตั้งรับด้วยระบบ 4-5-1 ที่ยืนกันแน่นมาก

พื้นที่ตรงกลางถูกปิดทั้งหมด ช่องระหว่างไลน์ถูกบีบจนเหลือน้อยมาก

ทุกครั้งที่บอลเข้าพื้นที่สุดท้าย จะมีผู้เล่น กาน่า เข้ามารุมทันที

มีจังหวะหนึ่งช่วงท้ายครึ่งแรก นักเตะกานา 3 คนพุ่งเข้าบล็อกลูกยิงของ แฮร์รี่ เคน พร้อมกัน

อีกจังหวะ โนนี่ มาดูเอเก้ พาบอลเข้าเขตโทษได้ ก่อนถูกผู้เล่นกานา 4 คนเข้ามาปิดพื้นที่

มาร์วิน เซนาย่า รับมือ กอร์ดอน ได้แทบทั้งเกม

กีเดียน เมนซาห์ บีบให้ มาดูเอเก้ และ รีซ เจมส์ ต้องเปิดบอลแบบไม่มีทางเลือก

อังกฤษ มีบอล ส่วน กาน่า มีพื้นที่ และฟุตบอลมักเป็นของทีมที่ควบคุมพื้นที่ได้ดีกว่า

เกมนี้ยังเปิดคำถามใหม่เกี่ยวกับตำแหน่งปีกซ้ายของอังกฤษ

กอร์ดอน ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่เขาแทบสร้างผลกระทบกับเกมไม่ได้

ครึ่งแรกแผนของ อังกฤษ คือการสลับแกนบอลยาวไปหาปีกทั้งสองฝั่ง

หวังสร้างสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวกับฟูลแบ็ก กาน่า

มาดูเอเก้ พยายามเล่นในแบบของตัวเอง 

ส่วน กอร์ดอน ทำไม่ได้ หลายครั้งเขาชะลอเกม เลือกตัดเข้าในไปเจอผู้เล่นคู่แข่งจำนวนมาก โดนแย่งบอลตอนหันหลังให้ประตู

ปัญหายิ่งชัดขึ้นเมื่อด้านหลังเป็น เฌด สเปนซ์ ซึ่งถนัดเท้าขวาเหมือนกัน ฝั่งซ้าย อังกฤษ จึงขาดความสมดุล ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 65 กอร์ดอน ได้โอกาสหนึ่งครั้งในกรอบเขตโทษ แต่ยิงตรงตัวผู้รักษาประตู

หลังจากนั้น ทูเคิ่ล ขยับ มาดูเอเก้ ไปเล่นฝั่งซ้าย ส่ง โอไรลี่ย์ ลงมาเล่นแบ็กซ้าย

เกมรุกฝั่งซ้ายเริ่มมีชีวิตขึ้นทันที มาดูเอเก้ ลากถึงเส้นหลังและเปิดให้ บูกาโย่ ซาก้า ได้โหม่ง 

ความแตกต่างเกิดขึ้นชัดเจน มาดูเอเก้ อาจไม่ได้เล่นละเอียดทุกจังหวะ แต่เขากล้าเล่น กล้าวิ่ง กล้าดวล

สิ่งเหล่านี้ทำให้แนวรับต้องตัดสินใจตลอดเวลา

ส่วน กอร์ดอน ทำให้เกมอ่านง่ายเกินไป

มาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะได้รับโอกาสในเกมกับ ปานามา

อย่างน้อย ๆ ทูเคิ่ล คงต้องการคำตอบใหม่ในตำแหน่งนี้

อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงตลอดเกมคือจังหวะพักดื่มน้ำ

เกมนี้แทบมีการหยุดพักถึง 4 ครั้ง สองครั้งเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บ อีกสองครั้งเป็น Hydration Break 

ปัญหาคือจังหวะเกิดขึ้นใกล้กันมาก รีซ เจมส์ ศีรษะชนกับ จอร์แดน อายิว ก่อนถึงเวลาพักดื่มน้ำเพียงไม่นาน

นักเตะจึงเดินไปดื่มน้ำระหว่างรอทีมแพทย์ หลังกลับมาเล่นได้ไม่นาน กรรมการก็หยุดเกมอีกครั้งเพื่อพักดื่มน้ำอย่างเป็นทางการ

ครึ่งหลังเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน แฟนบอลอังกฤษในสนามเริ่มส่งเสียงโห่ เพราะเกมถูกตัดตอนตลอดเวลา เล่นต่อเนื่องได้น้อยกว่าที่ควร 

อีกหนึ่งสีสันที่น่าสนใจคือบทสัมภาษณ์พักครึ่งของ แอนโธนี่ แบร์รี่ ผู้ช่วยของ ทูเคิ่ล กลายเป็นคนที่แฟนบอลเริ่มตั้งตารอฟัง

ฤดูกาลก่อน การสัมภาษณ์โค้ชช่วงพักครึ่งใน พรีเมียร์ลีก ถูกมองว่าไม่มีประโยชน์

คำตอบส่วนใหญ่เป็นคำตอบมาตรฐาน แต่ แบร์รี่ พูดเรื่องแท็กติกจริง ๆ

เกมกับ โครเอเชีย เขาเคยบอกว่าทีมเล่นอย่างสับสน

นักเตะกลับไปติดอยู่ในรูปแบบการเล่นที่เต็มไปด้วยความกลัว

เกมนี้เขาอธิบายว่ากานารับลึกกว่าที่ทีมงานวิเคราะห์เอาไว้ ประมาณ 10-12 เมตร ตัวเลขนั้นอาจดูเล็ก แต่สำหรับโค้ช มันเปลี่ยนพื้นที่ทั้งสนาม

เมื่อแนวรับถอยต่ำลงอีก 10 เมตร พื้นที่ระหว่างไลน์หายไป พื้นที่สำหรับการจ่ายบอลหายไป พื้นที่สำหรับการวิ่งสอดหายไป

อังกฤษ เตรียมแผนมาสำหรับเกมรูปแบบหนึ่ง แต่เจอคู่แข่งเล่นอีกแบบหนึ่ง

แบร์รี่ ยอมรับเรื่องนี้ตรง ๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นบทสัมภาษณ์พักครึ่งที่มีประโยชน์กว่าคำตอบสวยหรูหลายเท่า

ผลเสมอเกมนี้ไม่ได้ทำให้อังกฤษตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

พวกเขามี 4 คะแนนจาก 2 นัด ยังมีเกมกับ ปานามา ให้ลงเล่น

อย่างไรก็ตาม เกมนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดี

คุณอาจเจอทีมที่ผ่านบอลแค่ 77 ครั้ง

คุณอาจเจอทีมที่มาเพื่อปิดทุกช่องทาง

คุณอาจครองบอลทั้งเกมและยิงแทบไม่ได้

กาน่า ดินออกจากสนามพร้อมหนึ่งแต้ม

อังกฤษ เดินออกจากสนามพร้อมบทเรียน

ในฟุตบอลโลก บทเรียนแบบนี้อาจมีค่าพอ ๆ กับชัยชนะ

HOSSALONSO



ที่มาของภาพ : getty image
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport