ลิโอเนล เมสซี่ เหมา 2 ประตูพา อาร์เจนตินา ชนะ ออสเตรีย 2-0 พร้อมทำสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกที่ 18 ประตู แซง มิโรสลาฟ โคลเซ่ และพาทีมลิ่วรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลโลก หลังยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยทัพ "ฟ้าขาว" เอาชนะ ออสเตรีย 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เจ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงส่งให้ อาร์เจนตินา เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็มและการันตีผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่ยังเป็นเกมแห่งความทรงจำของ เมสซี่ ที่ก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ
ดาวเตะวัย 38 ปี เริ่มต้นเกมด้วยการพลาดจุดโทษในช่วงต้นครึ่งแรก แต่ยังแก้ตัวได้สำเร็จด้วยการยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 38 ก่อนจะมายิงปิดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้แชมป์เก่าคว้าชัยอย่างสวยงาม
จากสองประตูในเกมนี้ ทำให้ เมสซี่ ยิงรวมในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเพิ่มเป็น 18 ประตู แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี ที่เคยครองสถิติเดิมไว้ที่ 16 ประตู
นอกจากนี้ เมสซี่ ยังกลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่พา อาร์เจนตินา เดินหน้าป้องกันแชมป์โลกต่อไป โดยเจ้าตัวยังคงเป็นกำลังหลักของทีม แม้อายุใกล้แตะหลัก 40 ปีแล้วก็ตาม
ทำเนียบดาวยิงสูงสุดตลอดกาลศึกฟุตบอลโลก
18 ประต - ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนตินา)
16 ประตู - มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี)
15 ประตู - โรนัลโด้ (บราซิล)
14 ประตู - คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส)
14 ประตู - แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนี)
13 ประตู - ชุสต์ ฟงแตน (ฝรั่งเศส)
12 ประตู - เปเล่ (บราซิล)
11 ประตู - ซานดอร์ โคชิส (ฮังการี)
11 ประตู - เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ (เยอรมนี)
10 ประตู - เฮลมุต ราห์น (เยอรมนี
10 ประตู - แกรี่ ลินิเกอร์ (อังกฤษ)
10 ประตู - กาเบรียล บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา)
10 ประตู - แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ)
10 ประตู - เตโอฟิโล กูบิยัส (เปรู)
10 ประตู - โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี)
10 ประตู - เกรเซกอร์ซ เลโต้ (โปแลนด์)